นวัตกรรมการรักษา แก้ทุกปัญหาโรคหลอดเลือดสมอง

Image

แชร์


นวัตกรรมการรักษา แก้ทุกปัญหาโรคหลอดเลือดสมอง

หากวันใดวันหนึ่งที่ตัวเราเอง หรือพบว่าผู้ใหญ่ในบ้านเกิดอาการอ่อนแรง แขนขาชาครึ่งซีก หน้าเริ่มเบี้ยว ปากเบี้ยว เริ่มพูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้ ตอบคำถามง่ายๆ ก็ยังไม่ได้ มีอาการซึมลงจนไม่รู้สึกตัวและการหายใจเริ่มผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงโรคหลอดเลือดสมองตีบ ที่หากพบเห็นเมื่อไหร่ควรรีบเรียก “รถพยาบาลฉุกเฉินรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่”

ทันทีหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดที่ทำได้ทันทีในรถพยาบาลฉุกเฉิน Mobile CT & Stroke Treatment Unit โดยเมื่อแพทย์และรถพยาบาลเดินทางไปถึงตัวผู้ป่วย จะเริ่มกระบวนการตรวจ วินิจฉัยโรคได้ทันที ด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ในรถพยาบาล ทั้งยังมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยซัพพอร์ตการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดเวลาอีกด้วย

ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถได้รับการรักษาภายใน 180 นาทีตั้งแต่เริ่มมีอาการ อาจทำให้ไม่สามารถใช้ “ยาละลายลิ่มเลือด” ได้ เพราะจะเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วย การ “ลากก้อนเลือด” เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลจึงเป็นทางออกที่สอง ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองจะพิจารณาทำการรักษาในทันที เช่นกัน

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกับการใช้ยาละลายลิ่มเลือด

โดยทั่วไปแล้ว การรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบ แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ ซึ่งผลการวิจัยในทางการแพทย์พบว่า หากใช้ยาละลายลิ่มเลือดได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที คือภายใน 3 ชั่วโมงหลังเกิดอาการจะได้ผลดีที่สุด แต่ยานี้จะไม่ได้ผลและเสี่ยงอันตราย หากให้หลังจากผู้ป่วยมีอาการนานกว่า 6 ชั่วโมงไปแล้ว ดังนั้นความรวดเร็วในการพบแพทย์ และการที่ผู้ป่วยหรือญาติสามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยเริ่มมีอาการ ณ เวลาใด จึงสำคัญเช่นกัน

คุณสมบัติของยาละลายลิ่มเลือด

ยาละลายลิ่มเลือด (rt-PA) เป็นยาที่ใช้ในการกระตุ้นให้ก้อนเลือดที่แข็งตัวและปิดเส้นทางการไหลเวียนของเลือดให้สลายโดยการละลายไป ทำหน้าที่เสมือนการเปิดรูของหลอดเลือดที่อุดตันให้กว้างขึ้น เพื่อเปิดทางให้เลือดสามารถไหลไปเลี้ยงสมองได้เป็นปกติ ซึ่งจะช่วยให้เนื้อสมองส่วนที่ขาดเลือดไปไม่นานฟื้นตัว และหยุดการตายของเนื้อสมองให้น้อยลง ดังนั้นยิ่งผู้ป่วยได้รับยาเร็วเท่าไหร่โอกาสที่สมองจะถูกทำลายจนเสียหายเพราะการขาดออกซิเจนก็ลดลงไปได้มากเท่านั้น

ปัจจุบัน โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ มีความพร้อมในการให้บริการรักษาแบบฉุกเฉินด้วยรถ MSU (Mobile Stroke Unit) หรือรถพยาบาลฉุกเฉินรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในรถจะมีทั้งอุปกรณ์ ทีมแพทย์ และพยาบาลวิชาชีพที่พร้อมให้การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้ทันทีเมื่อไปถึง โดยแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจเลือด ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อพิจารณาการให้ยาละลายลิ่มเลือดในทันที และทางโรงพยาบาลก็จะจัดเตรียมห้องผ่าตัดรวมถึงทีมแพทย์เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยต่อได้ทันทีเมื่อมาถึงโรงพยาบาลอีกด้วย

ลากก้อนเลือด รักษาโรคหลอดเลือดสมองภายใน 8 ชม.

การลากก้อนเลือด หรือ Clot Retrieval เป็นนวัตกรรรมการรักษาโรคหลอดเลือดสมองชนิดอุดตันโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ โดยแพทย์จะนำก้อนเลือดที่อุดตันออกจากหลอดเลือดสมองเพื่อเปิดทางให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงเซลล์สมองในบริเวณที่ขาดเลือดได้อีกครั้ง

ในการลากก่อนเลือด แพทย์จะพิจารณาทำในผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลไม่ทันต่อการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือด หรือบางรายที่รักษาด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดแล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควรเนื่องจากลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่ ทั้งนี้การรักษาด้วยการ “ลากก้อนเลือด” ควรทำในเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมงนับจากผู้ป่วยเริ่มมีอาการ

วิธีการและอุปกรณ์สำคัญในการลากก้อนเลือด

อุปกรณ์สำคัญสำหรับการรักษาด้วยการ “ลากก้อนเลือด” คือเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดที่มีระบบเก็บภาพดิจิทัลที่มีรายละเอียดสูงเพื่อการสร้างภาพ 3 มิติ ทำให้แพทย์เห็นตำแหน่งของหลอดเลือดที่อุดตัน เพื่อทำการรักษาได้อย่างตรงจุด

แพทย์จะทำการรักษา โดยใส่สายสวนเข้าทางหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบ สวนขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงตำแหน่งที่ก้อนเลือดอุดตันบริเวณหลอดเลือดสมอง โดยแพทย์จะเห็นจากภาพเอกซเรย์ดิจิทัล จากนั้นจะทำการใส่ขดลวดขนาดเล็กผ่านเข้าไปในสายสวนจนถึงตำแหน่งของก้อนเลือด และทำการปล่อยขดลวดเล็กๆ (Stent) ให้ค่อยๆ กางออกในลักษณะคล้ายตาข่ายหรือตะกร้อขนาดเล็ก เพื่อให้ขดลวดเกาะจับก้อนเลือดไว้ แพทย์จะค่อยๆ ลากหรือดึงขดลวดซึ่งมีก้อนเลือดเกาะติดอยู่ในส่วนปลาย ผ่านออกมาทางสายสวน โดยออกมาทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบพร้อมกันทั้งก้อนเลือดและขดลวด

ทั้งนี้การลากก้อนเลือด เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของรังสีแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีร่วมรักษา (Interventional Radiology) ซึ่งต้องมีความรู้เกี่ยวกับหลอดเลือดและการเอกซเรย์พิเศษต่างๆ และต้องมีการทำงานประสานกันภายในทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสมองและระบบประสาท วิสัญญีแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยในระหว่างการทำหัตถการ และได้ผลดีในการรักษา

การดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากอัมพฤกษ์อัมพาต

ถึงแม้การให้ “ยาละลายลิ่มเลือด” และ “การลากก้อนเลือด” จะเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี และมีโอกาสสูงที่จะทำให้ผู้ป่วยกลับมาหายดี แต่สิ่งที่น่าจะดีกว่า คือการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรืออัมพฤกษ์อัมพาต ด้วยการดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน หวาน เค็ม หมั่นออกกำลังกาย รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ และยิ่งดีไปกว่านั้น เมื่อถึงวัยหนึ่งที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นการตรวจที่ไม่ยาก สะดวก รวดเร็ว และมีประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะการเตรียมตัวและการรู้ว่าสุขภาพหลอดเลือดของเรานั้นเป็นอย่างไร จะช่วยให้เกิดการป้องกันได้ดีขึ้น

แชร์


Loading...
Loading...