มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) เป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่เรารู้สาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งความน่ากลัวคือ “การติดเชื้อนี้มักไม่มีอาการแสดง” ทำให้ผู้หญิงหลายคนชะล่าใจจนเชื้อพัฒนาไปสู่เซลล์มะเร็งในที่สุด
ทำความรู้จักเชื้อ HPV: ไวรัสร้ายที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์
เชื้อ HPV แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพแตกต่างกัน:
- กลุ่มสายพันธุ์เสี่ยงต่ำ (Low Risk): ไม่ทำให้เป็นมะเร็ง แต่อาจทำให้เกิดโรคอื่นๆ เช่น หูดหงอนไก่
- กลุ่มสายพันธุ์เสี่ยงสูง (High Risk): เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์ปากมดลูกผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
เรื่องจริงที่คุณต้องรู้: “เซฟ” แค่ไหนก็เสี่ยงได้!
หลายคนเข้าใจผิดว่าการไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงจะปลอดภัย แต่ความจริงแล้ว:
- มีคู่นอนคนเดียวก็ติดได้: หากคู่นอนของคุณเคยได้รับเชื้อมาก่อน
- ถุงยางอนามัยป้องกันไม่ได้ 100%: เชื้อ HPV สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศได้
- ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ก็เสี่ยง (แต่น้อย): รวมถึงการติดต่อจากแม่สู่ลูกระหว่างคลอด
ตรวจคัดกรองด้วย ThinPrep Pap Test: แม่นยำกว่า รู้ไวกว่า
ปัจจุบันการตรวจ “ตินเพร็พ” (ThinPrep Pap Test) เป็นวิธีมาตรฐานที่ รพ.พญาไท 1 แนะนำ เพราะให้ผลแม่นยำกว่าการตรวจแปปสเมียร์แบบเดิม โดยแพทย์จะป้ายเซลล์ปากมดลูกเพื่อส่งตรวจ และมักทำควบคู่กับ การตรวจหาเชื้อ HPV (HPV DNA Test) เพื่อความมั่นใจสูงสุด
ใครบ้างที่ควรตรวจ และตรวจบ่อยแค่ไหน?
- เริ่มตรวจ: 3 ปีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรือเริ่มที่อายุ 21 ปีขึ้นไป
- ตรวจทุก 1-2 ปี: สำหรับสตรีทั่วไปที่มีความเสี่ยงปกติ
- ตรวจต่อเนื่อง: หากอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรตรวจติดต่อกันทุกปี (อย่างน้อย 3 ปี)
- สตรีอายุ 70 ปีขึ้นไป: หากผลปกติสม่ำเสมอ อาจพิจารณายุติการตรวจตามดุลยพินิจของแพทย์
อย่ารอให้ “อาการ” บอก… เพราะมะเร็งปากมดลูกป้องกันได้
ที่ โรงพยาบาลพญาไท 1 เรามีทีมสูตินรีแพทย์ที่เข้าใจความกังวลของผู้หญิงทุกคน
พญ. ธิศรา วีรสมัย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช
ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 1
