โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูก เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่ผู้หญิงต้องเฝ้าระวังมากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่าโรคมะเร็งนั้นสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่น และส่งผลให้ช่วงอายุในการเกิดโรคมะเร็งนั้นน้อยลงเรื่อยๆ แล้วถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้นกับคุณ…เราจะรับมือได้อย่างไร? นี่คือคำแนะนำจาก ผศ.ดร.นพ.โอบจุฬ ตราชู แพทย์อายุรศาสตร์และพันธุศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท 2 ที่เรานำมาฝากกัน..
ตรวจเลือดยืนยัน…ว่า “พันธุกรรม” ทำให้เราเพิ่มโอกาสเสี่ยงไหม?
โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูกนั้นเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และความมั่นใจของผู้หญิงเป็นอย่างมากในทางการแพทย์คนไข้จะรู้ว่ามียีนมะเร็งทางพันธุกรรมได้นั้น ต้องอาศัยวิธีการตรวจเลือดเพื่อหาผลยืนยันชัดเจน แต่ใช่ว่าเราทุกคนต้องได้รับการตรวจเสมอไป
การที่คนไข้จะเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหายีนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งทางพันธุกรรมนั้น ต้องเริ่มจาก คนไข้สังเกตคนในครอบครัวว่ามีใครบ้างที่เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็งมาก่อน และเป็นญาติพี่น้องทางสายเลือดใกล้ชิด เช่น คุณย่า คุณแม่ น้องของคุณแม่ และพี่น้องของเราเอง
หากมีคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็ง 1 – 2 คน ให้สงสัยตัวเองไว้ก่อนว่า มีสิทธิ์ที่จะมียีนมะเร็งทางพันธุกรรมแอบแฝงอยู่ในสายเลือด เมื่อพบว่าตัวเราเองมีความเสี่ยงจึงพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำปรึกษาและตรวจเลือดเป็นลำดับต่อไป
ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาเร็ว
คนไข้ส่วนใหญ่มักกลัวที่จะรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์เป็นโรคมะเร็งทางพันธุกรรม แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่เรารู้แนวโน้มการเกิดล่วงหน้า ยิ่งช่วยทำให้คนไข้ปรับตัวหาแนวทางดูแลสุขภาพ ลดความเสี่ยง และวางแผนชีวิตแต่งงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะการที่มีแนวโน้มเป็นโรคมะเร็งทางพันธุกรรมนั้นสามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ ซึ่งแพทย์มักจะให้ทางเลือกในการรักษาดังต่อไปนี้
สำหรับคนไข้ที่อายุยังน้อย ส่วนใหญ่มักจะกังวลเรื่องความสุขหลังชีวิตแต่งงาน โดยเฉพาะเรื่องการมีบุตร ต้องมีการปรับสภาพจิตใจ ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำถึงทางออกในการรักษาที่ดีหลายอย่าง เช่น แนะนำให้แต่งงานและมีบุตรในช่วงอายุประมาณ 28 – 33 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่ำ
นอกจากนี้การมีบุตรสามารถใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์คัดกรอง เก็บไข่ที่ไม่มียีนมะเร็งเพื่อการมีบุตรที่แข็งแรงต่อไปได้ หากเทียบกับสมัยก่อนแล้วแทบจะไม่มีวิธีการป้องกันการถ่ายทอดยีนจากรุ่นสู่รุ่นได้เลย
ส่วนโรคมะเร็งเต้านมนั้น แพทย์ยังมีวิธีเลือกตัดเฉพาะส่วนที่เป็นมะเร็งโดยยังคงรักษาเต้านมไว้ได้เหมือนเดิม หากตรวจพบเร็วตั้งแต่ยังเป็นก้อนเล็กที่ยังไม่มีการแพร่กระจาย ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้สูงขึ้น เห็นได้ว่ายิ่งเราตรวจเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่คนไข้จะหายขาด หายเร็ว และสร้างปัญหาน้อยยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
โดยแพทย์จะแนะนำให้ตรวจหามะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูก ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป และทำการนัดตรวจเป็นระยะเพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับคนไข้ที่ผ่านการมีบุตร และประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวระดับหนึ่งแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้ทำการตัดมดลูก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังกรณีตัวอย่างของ แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงระดับโลกก็เลือกที่จะทำการตัดเต้านมและมดลูก เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งทางพันธุกรรม แต่อย่างไรก็ดี แองเจลินา ผ่านการแต่งงานและมีบุตรมาแล้ว จึงตัดสินใจผ่าตัดออกเพื่อป้องกันโรคร้ายที่จะเป็นในอนาคตโดยไม่ต้องกังวล เพื่อใช้ชีวิตดูแลลูกๆ ของเธอต่อไป
“เมื่อไหร่ที่คนไข้มียืนมะเร็งอยู่ในสายเลือด นั่นหมายความว่าโรคมะเร็งสามารถแสดงอาการได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้อายุ 40 – 50 ปีขึ้นไป เพราะคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งอย่างแน่นอนเพียงแต่จะแสดงอาการเมื่อไหร่เท่านั้น ดังนั้นการที่คนไข้รู้ตัวเร็วยิ่งเพิ่มโอกาสในการต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ และวางแผนชีวิตได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น”
