แม้ว่ามะเร็งเต้านมจะเป็นโรคที่หลายคนคิดว่าเกิดขึ้นเฉพาะในผู้หญิง แต่ในความเป็นจริง ผู้ชายก็สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน แม้จะพบได้เพียงประมาณ 1% ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด แต่สิ่งที่ทำให้โรคนี้อันตรายสำหรับผู้ชายคือ มักถูกตรวจพบในระยะที่โรคลุกลามไปแล้ว เนื่องจากหลายคนไม่คิดว่าตัวเองมีความเสี่ยง จึงมักละเลยสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้น
‘มะเร็งเต้านมในผู้ชาย’ เกิดจากอะไร?
มะเร็งเต้านมในผู้ชายเกิดจาก ความผิดปกติของเซลล์เต้านม ที่แบ่งตัวเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ จนก่อตัวเป็นก้อนเนื้อร้าย ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา เซลล์เหล่านี้อาจแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง บริเวณรักแร้ และอวัยวะอื่น ๆ ได้เช่นเดียวกับในผู้หญิง
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่พบว่ามีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น พันธุกรรม, อายุที่มากขึ้น, ความผิดปกติของฮอร์โมน, การสัมผัสรังสีบริเวณทรวงอก รวมถึง พฤติกรรมการใช้ชีวิต อย่างเช่นการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
สัญญาณเตือนที่ผู้ชายไม่ควรมองข้าม
หนึ่งในปัญหาของการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมในผู้ชาย คือ อาการระยะแรกมักไม่ชัดเจน ก้อนที่เกิดขึ้นมักมีขนาดเล็กและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ จึงทำให้หลายคนไม่สังเกตความผิดปกติ อย่างไรก็ตาม หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
- มีก้อนแข็งหรือเนื้อเต้านมหนาขึ้นผิดปกติ
- หัวนมบอด ยุบตัว หรือเปลี่ยนรูปร่าง
- มีเลือดหรือของเหลวไหลออกจากหัวนม
- ผิวหนังบริเวณเต้านมแดง บวม หรือหนาตัว
- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้โต
- รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองรอบเต้านม
การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสรักษาหายได้สูงถึง 90%
การวินิจฉัยและการรักษา
หากพบความผิดปกติ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและอาจใช้เทคโนโลยีขั้นสูงร่วมด้วย เช่น อัลตราซาวด์เต้านม (Ultrasound), แมมโมแกรม (Mammogram) และ การเจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อยืนยันการวินิจฉัย นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม อาจได้รับคำแนะนำให้ทำ การตรวจยีน BRCA1/BRCA2 เพื่อประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม
สำหรับวิธีการรักษามะเร็งเต้านมในผู้ชาย ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสุขภาพโดยรวม ได้แก่
- การผ่าตัดเต้านม (Mastectomy) เพื่อตัดก้อนมะเร็งหรือเต้านมออก
- การฉายรังสี (Radiation Therapy) เพื่อลดความเสี่ยงการกลับมาเป็นซ้ำ
- การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy) ทำลายเซลล์มะเร็งที่กระจายไปแล้ว
- การให้ฮอร์โมนบำบัด (Hormone Therapy) สำหรับผู้ที่มะเร็งตอบสนองต่อฮอร์โมน
- การใช้ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) เพื่อจัดการเซลล์มะเร็งที่มีความผิดปกติของยีนเฉพาะ
วิธีป้องกันและลดความเสี่ยง
แม้ไม่สามารถป้องกันมะเร็งเต้านมได้ 100% แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี เช่น
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีนไขมันต่ำ
- ตรวจสุขภาพประจำปี และหากพบก้อนผิดปกติควรรีบพบแพทย์
มะเร็งเต้านมในผู้ชายอาจพบได้ไม่บ่อย แต่ความอันตรายไม่ได้ต่างจากผู้หญิง หากตรวจพบช้าโอกาสรักษาหายจะลดลง ดังนั้น ผู้ชายทุกคนควรใส่ใจสุขภาพของตนเอง สังเกตความผิดปกติของเต้านม และเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
การรู้เท่าทันโรคและตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คือ กุญแจสำคัญในการรักษาให้หายขาด และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
นพ. โกมล ปรีชาสนองกิจ
ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเต้านม
ศูนย์รักษ์เต้านม รพ.พญาไท 2
