ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดกระเพาะอาหาร แต่ยังไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย!!
การผ่าตัดลดน้ำหนัก หรือ Bariatric Surgery เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมและได้ผลอย่างมากสำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนระดับรุนแรง (Morbid Obesity) โดยการลดขนาดกระเพาะอาหารหรือเปลี่ยนทางเดินอาหารจะช่วยจำกัดปริมาณการรับประทานและการดูดซึมพลังงาน ทำให้น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่ในบางราย แม้จะผ่านการผ่าตัดลดน้ำหนักมาแล้วกลับพบว่า…
- น้ำหนักลดไม่ถึงเป้าหมาย
- น้ำหนักกลับมาเพิ่มใหม่ (weight regain)
- เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด เช่น กรดไหลย้อนรุนแรง รูรั่ว แผลเรื้อรัง หรือปัญหาการดูดซึมสารอาหาร
ในกรณีเหล่านี้ แพทย์อาจพิจารณาให้ผู้ป่วยเข้ารับ การผ่าตัดลดน้ำหนักซ้ำ หรือ Re-Do Bariatric Surgery
Re-Do Bariatric Surgery หรือการผ่าตัดลดน้ำหนักซ้ำ คืออะไร?
คือ การผ่าตัดลดน้ำหนักซ้ำ สำหรับผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดมาก่อนแล้วเกิดปัญหา หรือไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ การผ่าตัดซ้ำนี้จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะทางและประสบการณ์ของศัลยแพทย์อย่างมาก เพราะสภาพทางเดินอาหารของผู้ป่วยได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้การผ่าตัดซ้ำมีความซับซ้อนมากขึ้น
สาเหตุที่พบบ่อยว่าทำไมต้องผ่าตัดซ้ำ
- น้ำหนักกลับมาเพิ่มอีกครั้ง (Weight Regain) สาเหตุจากกระเพาะอาหารที่ขยายตัวหลังเวลาผ่านไป หรือพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม เช่น กินจุบจิบ กินของหวานมากเกินไป
- ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการในครั้งแรก บางรายน้ำหนักลดได้น้อยมาก โดยเฉพาะในผู้ที่ผ่าตัดด้วยวิธีที่จำกัดเฉพาะปริมาณอาหาร เช่น Gastric Banding
- เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด เช่น กรดไหลย้อนรุนแรง รูรั่ว แผลไม่สมาน หรือการดูดซึมอาหารผิดปกติ
เกณฑ์การพิจารณาสำหรับผู้ป่วยที่จะเข้ารับการผ่าตัดซ้ำ (revision/conversion surgery)
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีน้ำหนักลดลงไม่ถึงเกณฑ์หรือน้ำหนักเพิ่ม ดังต่อไปนี้
- ห่างจากการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก สำหรับรักษาโรคอ้วนครั้งก่อน อย่างน้อย 2 ปี
- น้ำหนักลดลงน้อยกว่า 50% ของน้ำหนักที่เกิน
- น้ำหนักยังคงมากกว่า 30% ของน้ำหนักในอุดมคติ
- สำหรับการผ่าตัดซ้ำกรณีอื่น ควรร่วมพิจารณากับแพทย์สหสาขาอื่นร่วมด้วย
วิธีการผ่าตัดซ้ำมีอะไรบ้าง
การผ่าตัดซ้ำจะพิจารณาจากวิธีที่เคยผ่าตัดมาก่อน และสภาพร่างกายของผู้ป่วยในปัจจุบัน เช่น
- จาก Sleeve Gastrectomy → เปลี่ยนเป็น Roux-en-Y Gastric Bypass
ใช้ในกรณีที่มีภาวะกรดไหลย้อน หรือจำเป็นต้องลดน้ำหนักเพิ่มเติม - จาก Gastric Banding → เปลี่ยนเป็น Sleeve หรือ Bypass
หากพบการเคลื่อนหรือหลุดของอุปกรณ์ - แก้ไขภาวะแทรกซ้อนเฉพาะจุด เช่น การปิดรูรั่ว หรือซ่อมทางเดินอาหารที่ผิดปกติ
ข้อดีของการผ่าตัดซ้ำ
- ช่วยให้กลับมาลดน้ำหนักได้ต่อเนื่อง
- ลดความเสี่ยงจากโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด
- แก้ไขภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดครั้งก่อน
- ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
ข้อควรระวัง
- การผ่าตัดซ้ำมีความเสี่ยงมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก
- ต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดจากทีมแพทย์เฉพาะทาง
- ควรได้รับการดูแลจากศูนย์ผ่าตัดโรคอ้วนที่มีความพร้อมทั้งด้านทีมแพทย์ เทคโนโลยี และการดูแลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัด Re-Do Bariatric Surgery ได้แก่
1. ผู้ที่น้ำหนักกลับมาเพิ่มอีกครั้งหลังผ่าตัด
- แม้เคยลดน้ำหนักได้สำเร็จในช่วงแรก แต่มีพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดภาวะ weight regain
- กระเพาะที่เคยถูกลดขนาดกลับขยายตัว ทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น
2. ผู้ที่น้ำหนักไม่ลดลงตามเป้าหมายหลังผ่าตัด
- พบได้ในผู้ที่เลือกผ่าตัดด้วยวิธีที่ไม่เหมาะกับพฤติกรรมการกินหรือโรคร่วม เช่น การใส่สายรัดกระเพาะ (Gastric Banding)
3. ผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเดิม
- เช่น กรดไหลย้อนรุนแรง, อาเจียนบ่อย, รูรั่วที่เย็บแผล, แผลไม่สมาน, หรือการดูดซึมอาหารผิดปกติ
4. ผู้ที่มีปัญหาโภชนาการเรื้อรัง
- เช่น ขาดวิตามินและแร่ธาตุอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย หรือมีผลกระทบต่ออวัยวะอื่น เช่น ผมร่วง เล็บเปราะ ภูมิคุ้มกันลดลง
5. ผู้ที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
- ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง พยาบาล นักจิตวิทยา และนักโภชนาการ เพื่อวางแผนการผ่าตัดซ้ำให้ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด
คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณา Re-Do Bariatric Surgery
หากคุณเคยผ่าตัดลดน้ำหนักมาแล้วแต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวัง หรือมีภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต อย่าปล่อยไว้โดยไม่ปรึกษาแพทย์
โรงพยาบาลพญาไท 2 ของเรามี ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดลดน้ำหนัก พร้อมด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรม จิตวิทยา และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่จะร่วมกันวางแผนการรักษาอย่างรอบด้าน เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุดสำหรับคุณ
ผศ. นพ. วิศิษฏ์ เกษตรเสริมวิริยะ
แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้องขั้นสูง
