ปัจจุบันประเทศที่มีพัฒนาการทางการแพทย์ชั้นสูง เช่น อเมริกา อังกฤษ และหลายประเทศในแถบยุโรป ได้พัฒนาการผ่าตัดต่อมทอนซิลเป็นแบบทันสมัย (Modern Tonsillectomy) โดยใช้เครื่อง Co2 Laser ในการรักษาโรคของต่อมทอนซิล ซึ่งคงเหลือเนื้อเยื้อต่อมทอนซิลที่ยังมีคุณภาพไว้… วันนี้ นพ.สรัลชัย เกียรติสุระยานนท์ แพทย์หัวหน้าศูนย์ หู คอ จมูก โรงพยาบาลพญาไท 3 จะมีอธิบายถึงเทคนิคนี้กัน
ต่อมทอนซิล… ด่านกักกันเชื้อโรคที่สำคัญ
ปราการด่านแรกป้องกันเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารที่ผ่านช่องลำคอ
คุณหมอสรัลชัย อธิบายว่า ต่อมทอนซิลเป็นอวัยวะของร่างกาย ทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immune system) ซึ่งในวิชาการแพทย์สมัยใหม่ทราบว่าต่อมทอนซิลมี Stem cell อยู่เป็นจำนวนมาก ที่มีศักยภาพสูงกว่า Stem cell จากไขกระดูกและนำมาใช้ได้ง่ายกว่า การรักษาโรคของต่อมทอนซิลจึงไม่ควรต้องตัดต่อมทอนซิลทิ้งทั้งหมด ยกเว้นโรคของต่อมทอนซิลนั้นคุกคามชีวิต เช่น โรคมะเร็ง หรือกรณีที่ต่อมทอนซิลมีพยาธิสภาพมากจนไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ ซึ่งกรณีนี้มีไม่เกิน 1-2 % ของโรคของต่อมทอนซิลทั้งหมด
เทคนิคการผ่าตัด Co2 Laser แก้ปัญหาใดได้บ้าง
การผ่าตัดต่อมทอนซิลโดยใช้เครื่อง Co2 Laser ทำได้หลายวิธีแล้วแต่เหตุของโรค ซึ่งคุณหมอสรัลชัย ยกตัวอย่างว่า หากผู้ป่วยมีนิ่วในต่อมทอนซิล (Tonsil stones) ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากสามารถรักษาได้โดยวิธีการสลายร่องลึกของต่อมทอนซิล (Co2 Laser Cryptolysis) แต่หากต่อมทอนซิลนั้นมีการอักเสบเรื้อรัง เป็นบ่อยๆ (Recurrent Tonsillitis) ก็สามารถรักษาโดยวิธีการผ่าตัดปรับสภาพผิวนอกของต่อมทอนซิลให้เรียบขึ้น (Co2 Laser Resurfacing) แต่หากเนื้อเยื่อของต่อมทอนซิลมีพยาธิสภาพมากกว่านั้นก็สามารถรักษาโดยวิธีการผ่าตัดเอาเนื้อเยื้อต่อมทอนซิลออกเกือบทั้งหมด(95%) โดยเหลือเนื้อเยื่อของต่อมทอนซิลที่ดี (ประมาณ 5%) และเปลือกนอกของต่อมทอนซิลไว้ (Co2 Laser intracapsular Tonsillectomy)
แนวทางการผ่าตัดในทศวรรษที่ 21
- สงวนอวัยวะ ไม่ตัดทิ้ง ถ้าไม่จำเป็น
- แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
- ขณะผ่าตัดมีการบาดเจ็บและเสียเลือดน้อย
ข้อดีของการใช้ Co2 Laser ในการผ่าตัดต่อมทอนซิล
- ผู้ป่วยไม่เสียอวัยวะต่อมทอนซิล ยังมีเนื้อเยื่อทอนซิลทำหน้าที่ต่อไปได้
- สามารถทำได้โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ (Topical and Local Anesthesia) หรือ ดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์
- เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อย 0-5 ซีซี ขณะที่การผ่าตัดแบบดั้งเดิม (Traditional Tonsillectomy) นั้นเสียเลือดประมาณ 50-150 ซีซี
- ส่วนสภาวะเลือดออกหลังการผ่าตัดตามสถิติทั่วโลกมีได้ 2-5 % ซึ่งก็อยู่ในระดับเดียวกับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม จากสถิติของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดจาก รพ.พญาไท 3 พบว่ามีเลือดออกหลังผ่าตัดภายใน 24 ชม. เป็น 0% และเมื่อครบระยะเวลาการรักษาคือ 24 ชม.-2 สัปดาห์ มีเลือดออกหลังผ่าตัด น้อยกว่า 0.5% ซึ่งน้อยกว่าสถิติในการผ่าตัดแบบทั่วไป
- หลังการผ่าตัดอาการเจ็บแผลน้อยมาก มี Pain Score ต่ำระดับ 1-3 จัดอยู่ใน Mild Pain (เจ็บน้อย) ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปทำงานได้ใน 1-2 วันหลังการผ่าตัด เมื่อเทียบกับแบบดั้งเดิมที่ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาล 2-3 วัน มีอาการปวดแผลมากและการฟื้นตัวต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
