สุขภาพร่างกายของเด็กนั้น เปราะบางและซับซ้อนกว่าที่เราคิด เพราะพวกเขายังอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโต ซึ่งในระหว่างที่พัฒนาการของพวกเขากำลังพัฒนา นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ควรได้รับความใส่ใจ เพราะหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจะได้ดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการตรวจสุขภาพดวงตาของเด็กๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การตรวจสุขภาพร่างกายด้านอื่นๆ เพราะหากดวงตาของเจ้าตัวเล็กเกิดผิดปกติแต่ได้รับการรักษาช้าเกินไป นั่นอาจทำให้อนาคตของพวกเขาไม่สามารถมองเห็นโลกใบนี้ได้อย่างสดใสเหมือนปกติได้อีกเลย
เด็ก ๆ เสี่ยงเป็นโรคตาอะไรได้บ้าง?
โรคตาของเด็กๆ นั้นแบ่งออกได้เป็นหลายลักษณะ เช่น เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ก็มีโอกาสเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมได้มากกว่าเด็กที่คลอดปกติ รวมถึงยังเสี่ยงเป็นโรคต้อกระจก ต้อหินได้ด้วย ส่วนในเด็กก่อนวัยเรียนและวัยเรียนนั้น อาจพบความผิดปกติของดวงตาได้ตั้งแต่ ภาวะสายสั้น เอียง ยาว ตาเข และตาขี้เกียจ
ตาขี้เกียจ โรคอันตรายทำลายดวงตาเด็กๆ
ตาขี้เกียจ ถือเป็นโรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังมากสำหรับเด็กๆ เพราะหากตรวจพบช้า และมารักษาภายหลังจาก 8 ขวบไปแล้ว อาจทำให้เด็กมองเห็นได้ไม่ปกติ และสูญเสียการมองเห็นภาพ 3 มิติได้ เพราะพัฒนาการการมองเห็นของเด็กยังไม่ได้เกิดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์เหมือนในผู้ใหญ่ โดยสาเหตุของโรคตาขี้เกียจนั้นมีอยู่หลายอย่าง ได้แก่
- ตาเข ทำให้เห็นภาพซ้อน ทำให้สมองสั่งปิดการมองเห็นของดวงตาข้างที่มีปัญหาไป ทำให้เกิดภาวะตาขี้เกียจ มองเห็นไม่ชัดในดวงตาข้างที่ผิดปกติ
- เกิดจากมีสิ่งบดบัง ทำให้แสงเข้าสู่ตาไม่ได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน โดยต้อในผู้ใหญ่นั้นเมื่อผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ก็จะหายดีกลับมามองเห็นได้เหมือนปกติ แต่สำหรับเด็ก การมองเห็นยังไม่ได้พัฒนาเต็มที่ สมองยังไม่ได้เรียนรู้การมองเห็นอย่างสมบูรณ์ จึงทำให้แม้จะผ่าต้อออกแล้ว ก็ยากที่จะกลับมามองเห็นได้เหมือนปกติ เพราะดวงตาเกิดภาวะขี้เกียจ ไม่เรียนรู้การมองเห็นเนื่องจากถูกต้อมาบดบัง
- เกิดจากสายตาผิดปกติ เช่นสายตาสั้นมากๆ และใส่แว่นไม่เหมาะสม หรือไม่ได้ใส่แว่น
- ตาข้างหนึ่งปกติ แต่อีกข้างไม่ปกติ สมองจึงสั่งการให้ตาข้างที่ผิดปกติเลิกทำงาน กลายเป็นตาขี้เกียจข้างเดียว และใช้งานตาข้างปกติในการมองเห็น ซึ่งข้างที่เป็นตาขี้เกียจเมื่อไม่ได้ใช้งาน การมองเห็นก็จะแย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งลักษณะนี้จะสังเกตยากมาก เพราะเด็กจะรู้สึกมองเห็นปกติ จากการทำงานของดวงตาข้างเดียวที่ยังใช้งานได้
อันตรายของตาขี้เกียจในเด็กนั้น คือเพราะไม่ได้สังเกต และมาพบแพทย์ล่าช้า แต่ถ้าเจอเร็ว รักษาเร็ว ก็จะสามารถกลับมาเป็นเด็กที่ตามองเห็นเป็นปกติได้ตลอดชีวิต ดังนั้น การตรวจสุขภาพตาเด็กจึงสำคัญมาก
ตาบอดสี อาจไม่อันตราย แต่ทำลายอาชีพที่ฝันไว้ได้
ตาบอดสี เป็นอีกหนึ่งภาวะสายตาผิดปกติที่ควรได้รับการตรวจให้รับทราบตั้งแต่เด็กๆ เพราะถึงแม้ภาวะตาบอดสี จะไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ก็ส่งผลต่อการเลือกคณะ การเรียนในระดับชั้นมหาวิทยาลัย และการวางแผนอาชีพ เพราะบางอาชีพ อาทิ เภสัชกร วิศวกรไฟฟ้า จะห้ามผู้มีภาวะตาบอดสี เนื่องจากส่งผลต่อการทำงานที่อาจเกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้น เด็กๆ จึงควรได้รับการตรวจสอบให้ทราบก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ ว่ามีภาวะตาบอดสีหรือไม่ เพื่อวางแผนในการเรียนและตั้งเป้าหมายอาชีพในฝันได้อย่างไม่ต้องผิดหวัง เมื่อมาทราบที่หลังว่าไม่สามารถทำได้เพราะตัวเองมีภาวะตาบอดสี ทั้งนี้ ตาบอดสีพบได้มากในเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยในผู้ชาย 100 คน จะมีถึง 8 คนที่ตาบอดสีเลยทีเดียว
เด็กๆ กลุ่มไหนควรใส่ใจ ตรวจสุขภาพตาเป็นพิเศษ?
แม้เด็กทุกคนควรได้รับการดูแล ตรวจสุขภาพตา แต่เด็กที่คลอดก่อนกำหนดจะมีความเสี่ยงสูงที่จะพบอาการผิดปกติของสายตามากกว่าเด็กปกติทั่วไปถึง 6 เท่า แพทย์จึงแนะนำให้เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ควรได้รับการตรวจสุขภาพตาอย่างใกล้ชิดแบบ 100% ยิ่งหากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อกระจก ต้อหิน หรือมีภาวะสายตาผิดปกติด้วยแล้ว ยิ่งต้องเฝ้าระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหากพบว่ามีภาวะดวงตาผิดปกติจะได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที
การตรวจสุขภาพตาเด็กมีขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติอย่างไรบ้าง?
สำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คลอดก่อนกำหนด หรือมีคนในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่มีความผิดปกติทางด้านดวงตา แพทย์จะแนะนำตรวจสุขภาพตาละเอียดอย่างใกล้ชิดตั้งแต่แรกเกิด แต่หากเป็นเด็กปกติโดยทั่วไป ควรเริ่มตรวจสุขภาพตาตั้งแต่ 3-4 ขวบขึ้นไป หรืออยู่ในช่วงวัยอนุบาล คือเมื่อเด็กเริ่มอ่านรูปภาพได้ ก็สามารถตรวจสุขภาพตาได้เลย เพราะแพทย์จะมีชาร์จสำหรับตรวจประเมินการมองเห็นที่เป็นรูปภาพ สี่เหลี่ยม วงกลม หัวใจ หรือรูปสัตว์ต่างๆ ให้เด็กอ่านได้ และจากนั้น เมื่อขึ้นชั้นประถมก็จะสามารถอ่านเลขได้ อ่านอักษรได้ ก็จะได้รับการประเมินการมองเห็นกับชาร์จตัวเลขและชาร์จตัวอักษรเหมือนผู้ใหญ่ นอกจากนี้ในการตรวจสุขภาพตา ก็จะรวมไปถึงการตรวจความดันลูกตา และตรวจความสมบูรณ์ของจอประสาทด้วย
แนวทางในการสังเกตสุขภาพตาเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยตรวจเช็กได้ง่าย ๆ
ปัจจุบันเริ่มมีโครงการกระตุ้นให้เด็กๆ ทุกคนได้รับการตรวจสุขภาพตากันอย่างทั่วถึงและรวดเร็วมากขึ้น โดยจะเป็นโครงการเข้าตรวจกับทางโรงเรียน โดยคุณครูจะเป็นผู้ตรวจสายตาให้ด้วยการประเมินจากการอ่านตัวเลข ซึ่งหากลูกๆ ได้รับการตรวจแล้วว่า มีไม่ผ่านเกณฑ์การมองเห็น คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรชะล่าใจ ควรพาลูกมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจซ้ำและวางแผนการรักษาโดยเร็ว นอกจากนั้นแล้ว การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของดวงตาที่สามารถทำได้เพิ่มเติม ก็เช่น
- หากเด็กมีภาวะสายตาสั้น จะชอบอ่าน ชอบดูอะไรใกล้ๆ เช่นเดินไปดูทีวีใกล้ๆ ชอบหรี่ตาเวลามอง
- หากเด็กสายตาเอียง จะชอบเอียงหน้า แต่หากผิดปกติเพียงข้างเดียว ก็อาจสังเกตยาก
เพราะอีกตาช่วยการมองเห็นอยู่ - หมั่นสังเกตอาการตาเขของเด็กๆ หากพบเพียงแค่บางช่วงเวลา ก็เพียงพอให้มาพบแพทย์เพื่อปรึกษาได้แล้ว เพราะอาการตาเขของเด็กๆ นั้นมีผลมาจากภาวะผิดปกติของดวงตา ซึ่งมีได้หลายสาเหตุ จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อให้การรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ดวงตาของเด็กๆ นั้นถือเป็นอวัยวะสำคัญ เพราะหมายถึงการมองเห็นเพื่อเรียนรู้และเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพ ซึ่งหากทำได้ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนและใช้สายตาในการทำกิจกรรมมากๆ ยิ่งในปัจจุบันที่เด็กใช้เวลาอยู่กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นด้วยแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะผิดปกติได้มากขึ้นอีกหลายเท่า ซึ่งเพื่อให้สามารถดูแลรักษาดวงตาของลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด การหมั่นเฝ้าสังเกตอาการ และพาลูกไปตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ จึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม
พญ.ณัฐสุชา หวังถิรอำนวย
จักษุแพทย์เฉพาะทางเด็ก
ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลพญาไท 3
