ครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้ง : ขอบคุณความทุ่มเท ที่คุณหมอ-พยาบาล รพ.พญาไท 3 มอบให้

Image

แชร์


ครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้ง : ขอบคุณความทุ่มเท ที่คุณหมอ-พยาบาล รพ.พญาไท 3 มอบให้

ในโลกของการแพทย์และการรักษาพยาบาล บ่อยครั้งที่เราได้ยินเรื่องราวของความหวัง การต่อสู้ และความสำเร็จ แต่เรื่องราวของครอบครัวคุณกุลพรขวัญ และคุณจิรัญชัย ธัญเพชราวัจน์ ที่เราจะได้พบในวันนี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของพลังแห่งความรักของคนในครอบครัว และความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ช่วยให้ครอบครัวหนึ่งได้กลับมามีความสุขอีกครั้ง

 

จุดเริ่มต้นของความผูกพัน 

แรกเริ่มเดิมทีครอบครัวเราใช้บริการโรงพยาบาลพญาไท 3 มาโดยตลอด เพราะเป็นโรงพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ และอยู่ใกล้บ้าน จึงฝากเรื่องการดูแลสุขภาพไว้ที่นี่ กระทั่งตั้งครรภ์ก็ฝากครรภ์กับคุณหมอชาญชัย เลาหประสิทธิพร ซึ่งคุณหมอน่ารักมาก ดูแลเราอย่างดีตลอดการตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด 

 

หลังจากคลอดเราก็ยังคงมาตรวจสุขภาพ และฝากสุขภาพของน้องปลื้มไว้กับคุณหมอและพี่พยาบาลที่นี่เช่นกัน ทั้งเรื่องของการรับวัคซีน การตรวจสุขภาพ ซึ่งน้องปลื้มจะสนิทกับพี่ๆ พยาบาลและคุณหมอที่นี่มาก ทำให้การมาโรงพยาบาลของเขาเหมือนมาเล่น ไม่กลัวโรงพยาบาล ทำให้เรารู้สึกสบายใจ เพราะปกติเด็กๆ หลายคนจะกลัวโรงพยาบาลกันหมด แต่น้องปลื้มไม่ใช่แบบนั้น

 

วิกฤตที่ไม่คาดฝัน ที่ครอบครัวยากจะรับมือ 

เรื่องราวความทุกข์ที่สุดสำหรับครอบครัวเราที่ต้องเจอ คือ ตอนน้องปลื้มอายุ 3 ขวบ น้องป่วยหนัก เหตุการณ์เริ่มจากครอบครัวไปเที่ยวทะเล พอกลับมาน้องมีอาการซึม นอนทั้งวัน ช่วงแรกก็คิดว่าน้องเหนื่อย ก็เลยปล่อยให้นอน ในระหว่างนั้นน้องยังสามารถทานอาหาร อาบน้ำได้ แต่ไม่เล่น กระทั่งผ่านไป 2-3 วัน คุณพ่อน้องตัดสินใจพาน้องมาโรงพยาบาล เพราะเห็นว่าอาการแปลกไป อยากให้คุณหมอช่วยตรวจเช็ก 

 

เราพาน้องมาแอดมิทช่วงเช้า กับคุณหมอลัดดา ลักษณบุญส่ง และหลังจากนั้นช่วงเย็นคุณหมอโทรมาบอกว่าอาการของน้องไม่ดี ต้องเข้าไอซียูเพราะมีอาการชัก ตอนนั้นน้องอายุแค่ 3 ขวบ ยังเล็กมาก บอกไม่ได้ว่าเจ็บป่วยตรงไหน น้องเข้าไอซียูแม่ก็ใจคอไม่ดีแล้ว คุณหมอก็พยายามตรวจเช็กอย่างละเอียด เจาะน้ำไขสันหลังในวันนั้นเลย แต่ผลตรวจออกมาปกติดี คุณหมอก็ไม่ลดความพยายาม ยังคงตรวจทุกอย่างอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุ พร้อ ๆ กับเฝ้าดูอาการน้อง  

 

ช่วยเหลือเต็มกำลัง ระดมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือ

ความทุ่มเทของทีมแพทย์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในโรงพยาบาล คุณหมอลัดดา พยายามช่วยเหลือมาก มีติดต่อเพื่อนที่เป็นหมอเฉพาะทางให้มาช่วยดูอาการให้ ซึ่งเพื่อนคุณหมอก็น่ารักมาก บินมาจากเชียงใหม่มาช่วยในวันนั้นเลย แม่รู้สึกขอบคุณมากจริงๆ การตรวจวินิจฉัยในช่วงนั้นเป็นไปอย่างละเอียด ซึ่งผลตรวจอาการน้องปลื้มตอนนั้นก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร อาจจะมาจากฝุ่นหรือสัตว์เลี้ยง แต่เราไม่มีสัตว์เลี้ยง ที่คาดการณ์ได้อาจจะเป็นเพราะเราไปเที่ยวมาก็ได้  

 

การรักษาที่เต็มไปด้วยความหวัง

อาการของน้องค่อนข้างรุนแรง มีอาการชักตลอดเวลา นอนเป็นเจ้าชายนิทรา ตื่นมาก็ชัก แต่ทีมแพทย์ก็ไม่เคยยอมแพ้ เฝ้าดูอาการน้องอย่างใกล้ชิด พร้อมๆ กับให้กำลังใจแม่ ให้แม่สู้ ตอนนั้นสถานการณ์คือแย่มาก ทั้งสุขภาพน้อง สุขภาพใจแม่ แต่เราก็สู้กัน การรักษาตัวน้องในตอนนั้นมีการให้ยาหลายตัวมาก รวมถึงยากันชักถึง 3 ตัว เพื่อให้อาการน้องทรงตัว มีการทำกายภาพควบคู่กันไปด้วย พยายามคุยเล่นกับน้องตลอดเพื่อให้อาการดีขึ้น

 

ดูแล – ช่วยเหลือเหมือนคนในครอบครัว

แม้ว่าการรักษาจะดำเนินไปอย่างเต็มที่ แต่ครอบครัวก็ต้องเผชิญกับความท้าทายทางการเงิน “ตอนนั้นค่าใช้จ่ายสูงมาก เรารับภาระไม่ค่อยไหว เราจึงได้ปรึกษากับคุณหมอ ขอย้ายไปโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งคุณหมอก็เข้าใจ ช่วยทำเรื่องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลรัฐ และยังฝากฝังให้ที่นั่นช่วยดูแลน้องด้วย ซึ่งแม่ซึ่งใจตรงนี้มาก เพราะบางเรื่องทางการแพทย์แม่ก็ยากจะเข้าใจ 

 

ช่วงเวลาที่น้องนอนโรงพยาบาลรัฐ 2 เดือน คุณหมอลัดดาค่อยช่วยเหลือตลอด แม้จะไม่ใช้คนไข้ในมือแล้ว แต่ก็ยังตามดูอาการน้องตลอดเหมือนน้องเป็นคนในครอบครัว ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้แม่ ประสานงานคุยกับคุณหมอที่โรงพยาบาลรัฐให้ ช่วยอธิบายให้เราเข้าใจ ให้เรายังมีหวังและมีกำลังใจจะสู้ต่อ 

 

ต้องบอกว่าสถานการณ์เวลานั้น แม่ใจคอไม่ดีตลอด เพราะเราเห็นเด็กที่ป่วยคล้ายๆ น้องปลื้มเสียชีวิตด้วย แต่เราก็ยังมีความหวังกันทำทุกอย่างที่หมอแนะนำ จนกระทั่งน้องปลื้มฟื้น และอาการค่อยๆ ดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าทุกอย่างไม่ได้กลับมาเต็มร้อย พัฒนาการทางสมองของปลื้มช้าลง หลังจากหายป่วยก็ต้องมาฝึกพัฒนาการต่อทั้งการพูด การเดิน

 

ความผูกพันที่ไม่มีวันสิ้นสุด

หลังจากที่น้องปลื้มอาการดีขึ้น ครอบครัวก็ยังคงใช้บริการที่โรงพยาบาลพญาไท 3 ตัวน้องปลื้มเองก็ยังจำคุณหมอ จำพี่ๆ พยาบาลได้ ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล ไม่ว่าจะมาเยี่ยมไข้คนอื่นๆ คนในครอบครัวมาตรวจสุขภาพ น้องปลื้มก็จะตามมาด้วย และจะแวะไปหาคุณหมอลัดดา และพี่ๆ พยาบาลทุกครั้ง 

 

จำได้ว่าหลังจากที่น้องปลื้มอาการดีขึ้นและกลับมาที่นี่ พี่ๆ พยาบาลที่นี่ดีใจมากที่เห็นน้อง ดีใจน้ำตาซึม คุณหมอรอให้น้องปลื้มไปหา น้องก็พยาบาลเดินยิ้มไปหาคุณหมอ ถึงแม้การเดินของน้องยังเดินได้ไม่ดีนัก ทำให้เรารู้สึกว่าที่นี่เหมือนครอบครัว ทุกคนรักลูกเรา เป็นห่วงลูกเรา อยากให้เขาสุขภาพแข็งแรงเหมือนที่เราอยากให้เป็น  

 

มาถึงวันนี้ กว่า 20 ปีแล้ว น้องปลื้มเรียนจบ รับปริญญา สิ่งที่น้องปลื้มขอ คือ อยากมาถ่ายรูปรับปริญญากับคุณหมอและพี่พยาบาล น้องอยากให้ทุกคนภูมิใจ และขอบคุณที่ดูแลน้องเป็นอย่างดีมาโดยตลอดค่ะ  

Loading...

แชร์


Loading...
Loading...