วัย 50 ปี เสี่ยงโรคอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง
อายุที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี มักมาพร้อมภาระหน้าที่และความเครียดที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ยิ่งผู้ที่อยู่ในวัย 50 ปีขึ้นไปที่ผ่านการใช้ร่างกายมาอย่างยาวนาน บวกกับความถดถอยและความเสื่อมตามวัย หากไม่ดูแลตัวเองอย่างดีมาตลอดก็จะทำให้โรคภัยต่างๆ คุกคามถามหาได้ง่ายขึ้น
โรคที่คุณอาจต้องเผชิญในวัย 50 ปี
เรามาดูกันว่า คนในวัย 50 ปีขึ้นไป มักมีโรคอะไรบ้างที่ถามหา หากคุณไม่ดูแลตัวเองให้ดีเท่าที่ควร
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ยิ่งอายุมากขึ้นหลอดเลือดหัวใจก็จะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ อาการที่พบได้ คือการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายขณะออกแรงหรือออกกำลังกาย หายใจหอบ ไม่สามารถนอนราบได้ หายใจเข้าไม่เต็มปอด อาการอาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันหรือเป็นๆ หายๆ โรคนี้มีผลจากการมีคอเลสเตอรอลสะสมมาเป็นเวลานาน ทำให้หลอดเลือดแดงตีบ หรืออุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างกะทันหันได้
เมื่อถึงวัยนี้จึงควรหมั่นพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเป็นประจำ - โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน เป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตที่พบมากในบ้านเรา เกิดได้จากพันธุกรรมและพฤติกรรมการกินอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากเกินไปจนร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน การนำน้ำตาลไปใช้ทำได้แย่ลง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป อาการที่แสดงออกก็เช่น ปัสสาวะและกระหายน้ำบ่อย ต้องดื่มน้ำในปริมาณมาก น้ำหนักตัวลดโดยไม่มีสาเหตุอื่น โรคเบาหวานเมื่อเป็นนานๆ หรือควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ตาพร่ามัว ตาบอด ไตเสื่อม ชาตามปลายมือปลายเท้า ทั้งนี้เราสามารถควบคุมโรคเบาหวานได้โดยการพบแพทย์เป็นประจำ ปรับพฤติกรรมการกิน และหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ - โรคความดันโลหิตสูง
โรคความดันโลหิตสูงมีผลรุนแรงต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นภาวะหัวใจวาย โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดมึนท้ายทอย เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ สาเหตุก็มาจากการมีอายุมากขึ้น รับประทานอาหารรสเค็มจัด มีความเครียดสูง พักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่ค่อยออกกำลังกาย
ความน่ากลัวของโรคความดันโลหิตสูงคือ เป็นโรคที่มักไม่มีอาการ และจะเป็นโรคเรื้อรังรุนแรงถ้าไม่สามารถควบคุมโรคได้ เมื่อเป็นนานๆ จะส่งผลให้เกิดโรคอื่นตามมา เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต
ต่อให้โรคต่างๆ จะพยายามคุกคามความสุขของเรามากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ หากเราดูแลร่างกายตัวเองอย่างเต็มที่ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อผ่อนคลายความเครียด และที่ขาดไม่ได้เลยคือการ “ตรวจสุขภาพเป็นประจำ” เพื่อเราจะได้เฝ้าระวังโรคต่างๆ ให้ห่างไกลตัวเราให้มากที่สุด
ไม่ใช่ทุกคนที่อายุมากขึ้นแล้วต้องป่วยไข้ ขอเพียงอย่าละเลยการดูแลสุขภาพของตัวเองเท่านั้นก็พอ
นพ. ธิติวุฒิ หู
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชปฏิบัติทั่วไป
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
