ปัจจุบันโครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากรูปทรงฐานกว้างยอดแหลมแบบ ปิระมิดมาเป็นรูปทรงฐานแคบลงและส่วนบนขยายกว้างขึ้น นั้นคือ สัดส่วนของประชากรเด็กลดลงแต่ สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้พบว่า คนพิการได้ เพิ่มมากขึ้นด้วย กล่าวคือร้อยละ 43.8 พิการแต่กำเนิด ร้อยละ 35.7 พิการจากอุบัติเหตุจราจรและร้อยละ 20.5 พิการจากความเจ็บป่วย กลุ่มบุคคลทั้งสามกลุ่มดังกล่าวเหล่านี้ คงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าต่อ สังคม จึงจำเป็นต้องมีผู้ให้การส่งเสริมสุขภาพในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมแก่บุคคลเหล่านี้ที่ไม่สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้อย่างสมบูรณ์เช่นบุคคลทั่วไป ตลอดทั้งเพิ่มทักษะในการป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ จากภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ตามความเหมาะสมได้ ในอดีต สมาชิกในครัวเรือนจะเป็นผู้ดูแลสมาชิกที่มีปัญหาสุขภาพ แต่ในสภาพปัจจุบัน ผู้หญิง ประกอบอาชีพนอกบ้านมากขึ้น เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและสังคม และลักษณะครอบครัวก็เปลี่ยนแปลง ไปจาก "ครอบครัวขยาย" ไปเป็น "ครอบครัวเดี่ยว" มากขึ้น ทำให้สมาชิกในครอบครัวมีจำนวนลดน้อย ลง ดังนั้น เด็ก ผู้สูงอายุและคนพิการ ที่ดำรงชีวิตอยู่ในบ้าน จึงขาดผู้ดูแลช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ ในการดำรงชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องพึ่งพาสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์คนชรา ที่ยังขยาย ปริมาณรับไว้ดูแลได้ไม่เพียงพอแก่ความต้องการในปัจจุบันและที่ต้องการเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ ้ ดังนั้น เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจขององค์สมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี "แม่ฟ้าหลวง" ที่ทรงพระราชทานพระเมตตาต่อชนทุกชั้นทุกเพศวัย ทรงเอื้ออาทรต่อทุกข์และสุขของพสกนิกรชาวไทยโดยถ้วนทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านสุขภาพอนามัย และการพัฒนา คุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จึงเห็นเป็นการสมควร อย่างยิ่งที่จะผลิต นักส่งเสริมสุขภาพ ขึ้น
ผลิตบุคลากรที่มีองค์ความรู้ความสามารถและทักษะในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่สามารถนำความรู้ ความสามารถมาประยุกต์ในการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยภูมิปัญญา และคุณธรรม
1. มีความรู้ ความสามารถ ทักษะพื้นฐานของอาชีพเพียงพอและมีเจตคติที่ดีงามในการประกอบอาชีพของ การเป็นนักส่งเสริมสุขภาพ โดยใช้ความรู้สมัยใหม่ร่วมกับการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น