ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้มะเร็งกลายเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตประชากรโลก
ไปมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นทุกๆ
ปี ถึงแม้ว่าอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งจะต่ำกว่าโรคอุบัติเหตุหรือโรคหัวใจก็ตาม
แต่การรณรงค์เพื่อป้องกันโรคหัวใจและอุบัติเหตุทำได้อย่างได้ผลดีทั่วโลก
จึงทำให้การตายจากโรคทั้งสองนี้ลดลงอย่างเป็นที่น่าพึงพอใจ
ต่างจากโรคมะเร็งที่สถิติจากองค์การอนามัยโลกแจ้งว่ามีคนตายจากโรคนี้ถึง
7.6ล้านคนในปี พ.ศ.2548 และจะเพิ่มเป็น 10 ล้านคนในอีก
10 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับสถิติจากกระทรวงสาธารณสุขในประเทศไทย
ที่ผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มจากประมาณ 4 หมื่นคนในปี
พ.ศ.2542 เป็นประมาณ 5 หมื่นคนในปี พ.ศ.2546 และก็คาดคะเนว่าจะเพิ่มเป็นเท่าตัวในอีก
10 ปีข้างหน้าเช่นเดียวกัน
โรคมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตายของประชากรโลกมากที่สุด
คือมะเร็งปอด รองลงมาคือมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
แต่ในประเทศไทยการตายจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักพบเป็นอันดับสาม
รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด โดยที่อุบัติการณ์ของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักนั้นยังพบน้อยกว่ามะเร็งปากมดลูก
มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ผลการรักษาและการป้องกันไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
จึงทำให้สาเหตุการตายจากโรคมะเร็งนี้สูงขึ้นกว่าที่ควรเป็น
ความจริงแล้วมะเร็งชนิดนี้สามารถป้องกันได้และรักษาให้หายขาดได้
ผู้ป่วยจำนวนมากที่เสียชีวิตจากโรคนี้ก่อนวัยอันสมควรเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
เนื่องจากโรคนี้ในระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆ ที่แสดงออกมาให้พบเห็นอย่างชัดเจน
ต่อมาเมื่อมีอาการเลือดออกปนกับมูกและอุจจาระ หรือมีอุจจาระก้อนเล็กลง
หรือมีอาการลำไส้ใหญ่อุดตัน ก็มักจะมีการกระจายของโรคมะเร็งออกไปสู่ต่อมน้ำเหลืองหรือไปที่ตับแล้ว
ทำให้ผลการรักษาให้หายขาดอาจไม่สามารถทำได้ทุกราย
โดยธรรมชาติของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจะใช้เวลานานมาก
ในการเปลี่ยนแปลงจากเยื่อบุลำไส้ใหญ่ปกติไปเป็นมะเร็ง
จึงมักพบผู้ป่วยโรคนี้ในอายุเฉลี่ยประมาณ 60 ปี โดยกลไกที่ทำให้เกิดโรคคือการผ่าเหล่า
(mutation) ของเซลล์เยื่อบุลำไส้ใหญ่ขณะแบ่งตัว ซึ่งเริ่มแรกจะใช้เวลาเกือบ
50 ปี ในการเปลี่ยนเป็นเนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง
(polyp) จากนั้นใช้เวลาอีกเป็นสิบปีที่เนื้องอกธรรมดานี้จะเปลี่ยนเป็นมะเร็ง
ดังนั้นแพทย์จึงมักแนะนำให้บุคคลที่อายุตั้งแต่ 50
ปี ขึ้นไป ตรวจลำไส้ใหญ่ตลอดความยาวซึ่งสามารถทำได้โดย
1. การส่องกล้อง (Colonoscope)
2. การสวนแป้งทางทวารหนัก
(Barium enema)
3. X-Ray ด้วยคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง
(CT-Colonography)
การส่องกล้อง (Colonoscope)
เป็นการส่องกล้องเข้าไปตรวจลำไส้ใหญ่ตลอดความยาวโดยตรง
ที่ปลายท่อจะมีกล้องวิดีโอติดอยู่เพื่อให้เห็นภาพภายในลำไส้ใหญ่และทวารหนักทั้งหมด
วิธีนี้สามารถตัดเก็บชิ้นเนื้อที่สงสัยส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้
เป็นวิธีการตรวจที่แม่นยำที่สุด
 |
รูปที่ 1.
เนื้องอก
polyp ที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ถ้าทิ้งไว้จะเปลี่ยนเป็นมะเร็ง
สามารถตรวจพบ และตัดออกโดยใช้กล้อง colonoscope
ได้ |
นอกจากนี้การตรวจร่างกายด้วยการตรวจลำไส้ใหญ่ตลอดความยาวด้วยกล้อง
จะสามารถตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มแรกหรือในระยะที่หนึ่งได้
ซึ่งผู้ป่วยในระยะนี้มักจะไม่มีอาการใดๆ ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน
ส่วนใหญ่จะตรวจพบโดยการตรวจสุขภาพโดยบังเอิญ และผลการรักษาโดยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวจะให้ผลหายขาดถึงร้อยละ
95
X-Ray ด้วยคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT-Colonography)
เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง สามารถสร้างภาพของลำไส้ใหญ่ให้เป็นภาพ
2 มิติและ 3 มิติ ทำให้ดูภายในของลำไส้ใหญ่ได้คล้ายกับการส่องกล้อง
(Conventional colonoscopy) และมีประสิทธิภาพสูง สามารถค้นหาติ่งเนื้อขนาด
6-8 มม. ได้ถึง 85-90% และขนาด 8 มม. ขึ้นไปถึง 95-100%
วิธีการตรวจนี้ยังสามารถใช้เสริมการตรวจโดยวิธีการส่องกล้องในการดูมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะต่างๆ
ซึ่งมีการอุดตันและไม่สามารถผ่านกล้องเข้าไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูผนังนอกของลำไส้ใหญ่
และอวัยวะภายในช่องท้องซึ่งไม่สามารถเห็นด้วยการส่องกล้องได้ด้วย
ตรวจได้รวดเร็วภายในเวลา 15-20 นาที
 |
รูปที่ 2
ภาพมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะที่หนึ่งซึ่งรักษาโดยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
ให้ผล หายขาดถึง 95 % |
เทคนิคการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้พัฒนาไปอย่างมาก
โดยเป็นการผ่าตัดที่เรียกว่า curative resection เพื่อหวังผลหายขาดจะเป็นการตัดเอาลำไส้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งออกไปยาวตั้งแต่
10 ซม.ขึ้นไป ตัดเส้นเลือดที่มาเลี้ยงมะเร็งจากต้นขั้ว
และเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองที่คาดว่ามะเร็งจะกระจายออกให้มากที่สุด
โดยมาตราฐานการผ่าตัดแล้วต้องตัดต่อมน้ำเหลืองออกไม่น้อยกว่า
12 ต่อมขึ้นไป ส่วนการผ่าตัดมะเร็งบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วน
rectum (ลำไส้ตรง) นั้นจะใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบ total
mesorectal excision (TME) ซึ่งจะตัดเอามะเร็งและต่อมน้ำเหลืองออกหมดให้ผลการผ่าตัดรักษาที่ดีที่สุดในขณะนี้
ผู้ป่วยที่มีการกระจายของมะเร็งไปที่ต่อมน้ำเหลือง
จะต้องได้รับเคมีบำบัดภายหลังการผ่าตัด เพราะเชื่อว่าอาจมีเซลล์มะเร็งจำนวนน้อยหลุดลอยออกไปไกล
และอาจตรวจไม่พบด้วยตาเปล่าทำให้ไม่สามารถผ่าตัดออกได้
ยาเคมีบำบัดของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในปัจจุบันนี้ให้ผลการรักษาดีกว่าเดิมมากและมีผลข้างเคียงน้อย
นอกจากนี้ยังมีทั้งชนิดรับประทานและชนิดฉีด สร้างความสะดวกแก่ผู้ป่วยอย่างมาก
มีการค้นพบยาชนิดใหม่ที่เรียกว่า targeted therapy
โดยยาจะวิ่งไปจับกับเป้าหมาย (target) ซึ่งคือมะเร็งเท่านั้น
การป้องกันโรคเป็นการรักษาที่ดีที่สุด ผู้มีอายุ 50
ปีขึ้นไปควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพและตรวจลำไส้ใหญ่ตลอดความยาว
สำหรับท่านใดที่เป็นโรคนี้แล้วอย่าลังเลที่จะเข้ามาพบแพทย์เพราะว่าเราเป็นผู้ที่สามารถช่วยท่านได้ |