ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
CURRENT ISSUE
Editor Talk
Body Tips
Body Talks
Body Food
Body Detective
Body Place
Mind Tips
Mind Talks
Mind Food
Mind Detective
Mind Place
PREVIOUS ISSUES
Body Food

ผ่านลมหนาว...ให้ไข้หวัดไม่มาเยือน
               
ปลายปีเช่นนี้ เป็นช่วงเวลาโปรดของใครหลายๆ คน เพราะมีวันหยุดยาว ให้เราได้ชาร์ตแบตจากการทำงานกันมาตลอดทั้งปี หรือจะไปเฉลิมฉลองเพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจเบิกบาน และช่วงปลายปียังเป็นสัญญาณการมาของลมหนาวที่นานทีปีครั้ง เมืองไทยจะได้ปรับอุณหภูมิลดองศากะเขาบ้าง แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปกับอากาศเย็นๆ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงทีไร ไข้ก็พากันมารุมคน (ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่) อย่างเราทุกที
ปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ Body food จึงได้โอกาสไปพูดคุยกับคุณหมออภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย นายแพทย์คลินิกโรคหอบหึดและระบบหายใจ โรงพยาบาลพญาไท 2 ถึงการดูแลตัวเองไม่ให้ป่วยไข้ในช่วงหน้าหนาว หากไม่อยากนอนซมต้อนรับปีใหม่ คุณหมอท่านก็มีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน  

ก่อนอื่นต้องขอความรู้จากคุณหมอก่อนว่า มีโรคอะไรที่มักจะมากับหน้าหนาวบ้าง?

โรคที่มากับหน้าหนาวก็จะแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ หนึ่งโรคที่เกี่ยวกับการติดเชื้อ เช่น โรคไข้หวัดต่างๆ  ส่วนอีกประเภทคือโรคที่ไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อ เช่น โรคทางเดินหายใจต่างๆ อย่างโรคภูมิแพ้, โรคหอบหืด ซึ่งจะพบบ่อยในหน้าหนาว รวมถึงโรคผิวหนังที่เกิดจากอากาศแห้งก็เป็นโรคที่พบบ่อยในหน้าหนาวครับ

เมื่อเรารู้แล้วว่าหน้าหนาวมา คนจะเป็นไข้หวัดกันเยอะ เราจะมีวิธีป้องกันตัวเองได้อย่างไรคะ?


การป้องกันการติดเชื้อ เราต้องกลับมาดูว่าการติดเชื้อได้ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ ร่างกายไม่แข็งแรง กับได้รับเชื้อที่มากพอสมควรเข้าไปในร่างกาย

แสดงว่าถึงเราจะแข็งแรง แต่ก็ยังสามารถได้รับเชื้อได้?

ใช่ครับ ดังนั้นในปัจจัยแรกคือเรื่องความแข็งแรงของร่างกาย ถ้าเราแข็งแรงดี ทานอาหารได้ปกติ ไม่มีโรค ออกกำลังกายเป็นประจำ และไม่ได้กินยากดภูมิคุ้มกันอะไร ก็จะทำให้โอกาสการติดเชื้อต่างๆ น้อยลง
แต่อีกปัจจัยหนึ่ง คือการได้รับเชื้อที่มากพอสมควรเข้าไปในร่างกาย ซึ่งเชื้อที่ติดจากทางเดินหายใจส่วนใหญ่มันจะไปทางคน จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ดังนั้นการที่จะติดเชื้อ ก็คือต้องไปอยู่ในที่ที่มีคนเป็นไข้ ในที่ชุมชนที่มีคนเยอะๆ ในสถานที่คับแคบและระบายอากาศไม่ดี เช่น โรงหนัง, ออฟฟิศ หรือรถตู้ ที่เป็นการเดินทางรูปแบบใหม่ของคนกรุงเทพฯ ก็จะทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้
เพราะฉะนั้นถ้าใครที่ไม่ได้ไปอยู่ในที่คับแคบ คนเยอะๆ ระบายอากาศไม่ดี หรือไม่ได้ไปอยู่ใกล้คนไม่สบาย โอกาสที่เราจะติดเชื้อหรือเป็นหวัดก็จะลดน้อยลง
ส่วนสิ่งที่จะทำให้เราติดเชื้อหรือไม่สบายเพิ่มมากขึ้นได้อีกอย่างคือ พวกที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ เพราะหน้าหนาวมักจะมีเทศกาลการเฉลิมฉลองมากมาย การดื่มเหล้าที่มากเกินความจำเป็นก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ อ่อนเพลีย ทำให้โอกาสที่จะติดเชื้อหวัดมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น

อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำวิธีการปรับอุณหภูมิห้อง สำหรับคนที่ต้องอยู่ในห้องแอร์นานๆ ด้วยค่ะ ว่าจริงๆ แล้วอุณหภูมิเท่าไหร่ที่เหมาะสมกับร่างกาย?


จริงๆ แล้ว อุณหภูมิยิ่งต่ำลงกว่าอุณหภูมิของร่างกายคนเราเท่าไหร่ โอกาสที่การติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อไวรัสจะเจริญเติบโตก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปเป็นการสิ้นเปลืองไฟฟ้า และยังทำให้มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น หมอแนะนำว่าควรจะปรับอุณหภูมิให้พอสบายๆ 25 องศาน่าจะเหมาะสมแล้ว

แต่สิ่งที่สำคัญ และออฟฟิศส่วนใหญ่ในบ้านเรามักจะละเลยก็คือ ระบบระบายอากาศ หลายออฟฟิศมีระบบระบายอากาศที่ไม่ดี และบางทีท่อระบายอากาศนี่แหละกลายเป็นที่เก็บเชื้อโรค เพราะตั้งแต่สร้างตึกมาสิบปียี่สิบปี ยังไม่เคยมีการทำความสะอาดเลย ถ้าเข้าไปดูจะเห็นว่ามันเป็นฝุ่นหนามาก บางทีมีน้ำค้างอยู่ ซึ่งมันก็เป็นแหล่งเชื้อรา เชื้อโรคก็แพร่กระจายให้กับคนในตึก ซึ่งเราควรวางระบบระบายอากาศให้ดีตั้งแต่ต้น ต้องซื้อเครื่องกรองอากาศชนิดที่กรองเชื้อโรคได้ในขนาดที่เหมาะสมกับแต่ละห้อง แต่ละสถานที่ด้วย
คุณหมอช่วยแนะนำวิธีดูแลตัวเองให้แข็งแรง เช่น เรื่องการออกกำลังกาย และทานอาหาร?
สำหรับคนที่แพทย์ไม่ได้ห้ามอะไรในการออกกำลังกาย ก็ควรจะออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จากการวิจัยหรือการศึกษาส่วนใหญ่ก็แนะนำว่าควรจะออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อครั้ง ซึ่งการออกกำลังกายเบื้องต้นควรเป็นการออกกำลังที่ใช้ออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง เช่น เดินเร็ว, วิ่งจ็อกกิ้ง, ว่ายน้ำ, ขี่จักรยาน, เต้นแอโรบิค ฯลฯ

ส่วนเรื่องของอาหาร ปัจจุบันในคนไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ขาดอาหารเหมือนบางประเทศ แล้วส่วนใหญ่คนไทยจะเป็นพวกที่มีอาหารเกินมากกว่า ดังนั้นเรื่องขาดอาหารไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนการกินอาหารเสริมยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ว่า จริงๆ แล้วมันช่วยหรือไม่ได้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง คือ กรณีที่เราขาดอาหาร การกินอาหารเสริมหรือวิตามินก็น่าจะช่วยได้ แต่ในกรณีที่เราได้รับอาหารเพียงพออยู่แล้ว มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่ แต่โดยทั่วไปก็ยังแนะนำให้กินพวกผักและผลไม้ที่สดและสะอาดมากขึ้น เพื่อเพิ่มวิตามินซี ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันไข้หวัดได้ ...แต่ ‘อาจจะ’ นะครับ เพราะการศึกษาวิจัยก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะช่วยได้

แล้วที่เขาบอกกันว่า ถ้าเป็นหวัดให้กินส้มเยอะๆ นี่จริงไหมคะ?


มันเป็นความเชื่อน่ะครับ แต่คนส่วนใหญ่ก็ทำกัน ต่างประเทศก็แนะนำเหมือนกันทั้งโลก แต่จะช่วยได้มากน้อยเพียงใด ยังบอกได้ยากนะครับ

หลักการที่สำคัญในการรับประทานอาหารคือ ถ้าเราคิดว่าเราทานอาหารในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสมแล้ว ไม่ขาดอาหารอะไร อาหารเสริมก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทานเพิ่มนะครับ แต่ถ้าเราอยากทานพวกผัก ผลไม้เพิ่มก็ทำได้เพราะมันเป็นอาหารอย่างหนึ่ง การทานอาหารควรยึดหลักทางสายกลาง อาหารทุกอย่างกินมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดีเหมือนกัน