Long Live The King
ตลอดปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องวุ่นวายมากมายกับการเมืองไทย
อันที่จริงเหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนคนไทยใจหม่นไม่น้อย
เมื่อกลางปีมีรายงานจากเอแบคโพลล์ว่า ดัชนีความสุขมวลรวมคนไทยประจำเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
พุ่งสูงถึง 6.59 จากคะแนนเต็ม 10
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใช้เครื่องมืออะไรในการวัดค่า ความสุข
ในรายงานบอกด้วยว่า สาเหตุที่ความสุขของคนไทยในช่วงนั้นโดดเด่นขึ้นมาเพราะพลังความจงรักภักดีที่มีต่อ
ในหลวง
ข้อนี้คงไม่มีอะไรให้ต้องสงสัย
ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์
นับตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 ตราบจนปัจจุบัน เป็นเวลากว่า
60 ปี พระองค์ได้ทรงอุทิศพระวรกาย พระราชหฤทัย และพระสติปัญญา
บำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งปวงเพื่ออาณาประชาราษฎร์
พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุขมาโดยตลอด
พระองค์ไม่เคยละทิ้งประชาชน
ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2489 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ขณะที่ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังสนามบินดอนเมือง ได้มีประชาชนคนหนึ่ง
ตะโกนว่า "อย่าละทิ้ง ประชาชน" ซึ่งพระองค์ได้ทรงมีพระราชนิพนธ์เรื่อง
เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์ ว่าทรงอยากจะร้องบอกเขาลงไปว่า "ถ้าประชาชนไม่
ทิ้ง ข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะ ละทิ้ง อย่างไรได้"
จนถึงขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก
และทรงเป็น พ่อของแผ่นดิน ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยเสมอมาและตลอดไป
แม้ไม่มีเครื่องมือวัดค่าความสุขของคนไทย เราทุกคนก็พร้อมที่จะเชื่อว่า
พลังความรักของ พ่อ ส่งต่อมาให้พวกเรารวมใจกันจงรักภักดีและสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน
อบอวลเป็นมวลความสุขทั่วประเทศไทย
เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ
60 ปี ในปีนี้ และจะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาในปีที่กำลังจะถึง
Life Magazine ขอร่วมเถิดพระเกียรติถวายพระพร
ขอจงทรงพระเจริญ |