| 1. |
การเดินวันละ 1-2 กิโลเมตร รักษาโรคหัวใจได้หรือเปล่า ? |
| |
ตอบ ได้ แต่ถ้าสามารถปรับให้ออกกำลังกายได้มากกว่านี้อาจจะเป็นประโยชน์มากขึ้นแต่ทั้งนี้ขึ้นกับอายุ, สภาพของหัวใจ และร่างกายด้วย |
| 2. |
ต้องรับประทานอาหารอะไรหรือทำอย่างไรเพื่อเพิ่มไขมันดี (HDL)? |
| |
ตอบ ขณะนี้ไม่อาหารที่เพิ่มไขมัน HDL ได้อย่างเห็นได้ชัดเจน มีแต่การออกกกำลังกายสม่ำเสมอเท่านั้น แต่เรื่องยาและอาหารที่เพิ่ม HDL กำลังมีการศึกษากันมากต้องติดตามใกล้ชิด |
| 3. |
ไวน์แดง (Red wine) มีผลต่อหัวใจอย่างไร ? |
| |
ตอบ ถ้าดื่มในปริมาณพอเหมาะ (2-3 แก้วต่อวัน) ไม่มีผลเสีย แต่ผลดีไม่มีการศึกษาที่สรุปตรงกันนัก ถ้าดื่มมากกว่านี้อาจมีผลทำให้หัวใจอ่อนแรงในบางราย |
| 4. |
การขยายหลอดเลือดด้วยขดลวดจะทำให้ผนังหลอดเลือดบาดเจ็บหรือไม่ ? |
| |
ตอบ มีเหมือนกันแต่เป็นลักษณะที่เล็กๆ ถ้าการบาดเจ็บที่ควบคุมได้ (control injury) ทำให้การหายของแผลสวยงาม และดีขึ้นโดยเฉพาะถ้ามียาเคลือบด้วย |
| 5. |
ทำไมปัจจุบันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจึงเกิดกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ? |
| |
ตอบ เนื่องจากปัจจุบันปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดเช่น ภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนลงพุง ระดับไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง พบในคนที่มีอายุน้อยลง ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงไปของอาหาร สภาวะแวดล้อม และการออกกำลังกายที่ลดลง |
| 6. |
MDCT หรือ Heart scan มีความน่าเชื่อถือเท่าไร เมื่อเปรียบเทียบกับการสวนหัวใจ ? |
| |
ตอบ ถ้า Heart scan พบว่าไม่มีหลอดเลือดตีบ ความแม่นยำอยู่ในช่วง 95-98% เมื่อเปรียบเทียบกับการสวนหัวใจโดยตรง แต่ถ้า Heart scan ทำนายว่ามีหลอดเลือดตีบตัน จะพบว่ามีความแม่นยำสูงถึง 80-85% |
| 7. |
ผู้ป่วยที่มีลิ้นหัวใจไมตรัล (mitral valve) ยาวแต่กำเนิดมีโอกาสเป็นลิ้นหัวใจรั่วมากน้อยแค่ไหน และลิ้นหัวใจรั่วจะมีอาการแสดงอย่างไร ? |
| |
ตอบ ผู้ป่วยที่มีลิ้นหัวใจไมตรัลยาวแต่กำเนิดมีโอกาสเป็นลิ้นหัวใจรั่วได้ 15% ในช่วง 10 ถึง 15 ปี อาการลิ้นหัวใจรั่วขึ้นกับความรุนแรงของการรั่ว ซึ่งอาจจะไม่มีอาการ อาการเหนื่อยเมื่อออกแรง หรือเหนื่อยมากแม้ว่าออกแรงเล็กน้อย ดังนั้นถ้ามีภาวะลิ้นหัวใจไมตรัลยาวแต่กำเนิดควรจะตรวจสุขภาพเป็นประจำกับแพทย์ เพื่อตรวจว่ามีสภาวะลิ้นหัวใจรั่วร่วมด้วยหรือไม่ |
| 8. |
อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน หน้าซีด เหงื่อออกเป็นอาการเริ่มแรงของโรคหัวใจหรือไม่ ? |
| |
ตอบ อาการดังกล่าว สามารถเป็นได้จากโรคต่างๆ โรคหัวใจก็สามารถทำให้เกิดอาการเช่นนั้นได้เช่นเดียวกันซึ่งจำเป็นต้องมีการซักประวัติ หรือตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง |
| 9. |
เมื่อได้รับการรักษาจากเครื่องนวดกระตุ้นการทำงานของหัวใจ (EECP) นี้ไปแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหายหรือยัง และขณะที่รักษามีอะไรรับรองได้ว่าจะไม่เกิดภาวะฉุกเฉิน ? |
| |
ตอบ ดูจาก 1) อาการของคนไข้เอง เช่นอาการเจ็บหน้าอกดีขึ้น หรืออาการเหนื่อยลดลง
2) จากการตรวจพิเศษต่างๆ เช่นการตรวจเลือด, ตรวจคลื่นสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) และ MRI ก่อนและหลังการรักษาจะบอกได้ |
| 10. |
เห็ดหลินจือ มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคหัวใจจริงหรือไม่ ? |
| |
ตอบ ทางการแพทย์แผนปัจจุบันไม่มีหลักฐานสนับสนุนแน่ชัด |
| 11. |
การออกกำลังกายโดยการเดินหรือวิ่งบนสายพาน และการขี่จักรยานภายในบ้านเมื่อเปรียบเทียบกับการถีบจักรยานบนถนนได้ผลต่างกันอย่างไร ? |
| |
ตอบ ทั้งการเดิน และถีบจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ทีมีผลดีต่อปอดและหัวใจ การเดิน, ถีบจักรยานในบ้านข้อดีคือ ปลอดภัยจากอันตรายบนถนนรวมทั้งมลภาวะ และลู่วิ่งที่มีคุณภาพจะมีตัวรองรับน้ำหนัก (กันกระแทก) ซึ่งจะดีต่อเข่า หลังมากกว่าวิ่งหรือเดินบนพื้นซีเมนต์ แต่อย่างไรก็ตามจะเลือกแบบไหนแล้วแต่ความสะดวก หรือความชอบ ขอให้ไปเริ่มออกกำลังกายก่อนก็พอ |
| 12. |
คนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันดื่มกาแฟได้หรือไม่ ? |
| |
ตอบ ไม่มีข้อห้ามสำหรับโรคนี้ที่อาการสามารถควบคุมได้ด้วยยา หมายความว่าถ้าคุณเป็นโรคนี้ และยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติก็สามารถดื่มกาแฟได้ แต่ไม่ควรดื่มเกิน 4 แก้วต่อวัน |
| 13. |
ผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจร่างกายทุกปีโดยมีระดับไขมันในเส้นเลือดเป็นปกติมาตลอด จะบอกได้ไหมว่าจะไม่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ? |
| |
ตอบ - ไม่สามารถบอกได้ 100%
- ดังที่ทราบแล้วว่า ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมีหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยทางกรรมพันธุ์ และ/หรือปัจจัยอื่นที่ไม่สามารถตรวจวัดได้้
- ผู้ป่วยหลายรายที่เป็นโรคนี้ มีระดับไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติ |
| 14. |
ในกรณีที่รู้สึกเจ็บหน้าอกเหมือนเข็มแทงแปร๊บๆ นานๆ เป็นครั้งหนึ่งผิดปกติหรือไม่ ? |
| |
ตอบ อาการเจ็บหน้าอกจากหลอดเลือดหัวใจตีบ มักจะมีลักษณะเจ็บแน่นๆ ตื้อๆ ตรงกลางอก ลักษณะอาการเจ็บหน้าอกแปร๊บๆ เหมือนเข็มแทง ค่อนข้างบ่งชี้ไปในลักษณะของกล้ามเนื้อหรือปลายประสาทอักเสบมากกว่า |
| 15. |
ผมได้รับการทำผ่าตัดทางเบี่ยงเส้นเลือดหัวใจมาแล้ว ขณะนี้เป็นโรคไต ฟอกเลือดอยู่ เวลา ออกกำลัง เช่นเดินเร็ว หรือตัดต้นไม้ทำไมจึงรู้สึกเหนื่อยมาก มีทางแก้อย่างไรและควรกินยาอะไร? |
| |
ตอบ อาการเหนื่อยเวลาออกกำลังกาย เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจหรือปอด หรือเกิดจากภาวะโลหิตจาง หรือภาวะนี้เกิดในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวาย มีโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจจากความดันโลหิตสูง หรือหลอดเลือดหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจผิดปกติ และในผู้ป่วยโรคไตอาจมีภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไขกระดูกทำงานน้อยกว่าปกติ
วิธีแก้ คือตรวจให้ทราบก่อนว่าอาการเหนื่อยเป็นจากสาเหตุใด และรักษาตามสาเหตุ เช่น
- ภาวะโลหิตจาง - ให้ Hormone กระตุ้นไขกระดูก
- ภาวะน้ำเกิน - ปรับเพิ่มการฟอกไต, ลดอาหารเค็ม
- โรคความดันโลหิต - งดเค็ม, ปรับเพิ่มการฟอกไต ยาลดความดันโลหิต
- โรคหลอดเลือดหัวใจ เคยทำ Bypass แล้ว อาจมีการตีบซ้ำ
แนะนำตรวจโดย CT scan หรือฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ ถ้าพบว่าตีบซ้ำอาจทำการแก้ไขโดยใช้ Balloon หรือ EECP |
| 16. |
หัวใจล้มเหลวหมายความว่าอย่างไร และต้องระวังอะไรบ้าง ? |
| |
ตอบ หัวใจล้มเหลวคือภาวะที่หัวใจทำงานได้ไม่พอกับความต้องการของร่างกายขณะนั้น ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อยง่ายเวลาออกกำลัง เหนื่อยหอบขณะอยู่เฉยๆ นอนราบไม่ได้ บวม ไอมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู
ภาวะหัวใจล้มเหลว ควรระงับอาหารเค็ม การทานน้ำมากเกินไป การออกกำลังกายมากเกินไป รวมทั้งการพักผ่อนให้พอเพียง ไม่เครียด ระวังเรื่องการใช้ยาที่อาจมีผลต่อการทำงานของหัวใจ เช่นยาลดการอักเสบบางชนิดเป็นต้น |
| 17. |
เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) มีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่ และจะต้องมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือเปล่า? |
| |
ตอบ เครื่องกระตุ้นหัวใจในปัจจุบันมีอายุการใช้งานประมาณ 8-10 ปี ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ควรได้รับการตรวจเครื่องทุก 6 เดือน และถ้าพบว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดอายุ ควรทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ แต่ว่าไม่ต้องเปลี่ยนสายเครื่องกระตุ้นหัวใจในกรณีที่สายเครื่องกระตุ้นหัวใจยังทำงานปกติ |