หัวใจมนุษย์เราเป็นอวัยวะที่อ่อนนุ่ม เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาส่วนใหญ่เป็นกล้ามเนื้อ และมีบริเวณที่บอบบาง คือ ลิ้นหัวใจ ที่กั้นระหว่างห้องหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจ
เมื่อหัวใจถูกใช้งานหนักขึ้นเรื่อยๆ อายุและเวลาผ่านไป บางครั้ง และ บางภาวะจะทำให้มีหินปูนเกาะที่หลอดเลือดนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน!!!
ก่อนหน้านี้การตรวจหาหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจนี้ทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากหินปูน(แคลเซียม) เกาะสะสมอยู่ไม่มาก (เมื่อเทียบกับปริมาณหินปูนที่กระดูก) ทำให้เอกซเรย์ทั่วๆ ไปเห็นได้ไม่ชัด แต่ปัจจุบันมีเครื่องเอกซเรย์ชนิดใหม่มีความไวในการตรวจพบการเกาะของหินปูนที่หลอดเลือด ทำให้สามารถพบได้ ตั้งแต่ระยะต้น
การตรวจพบความเสี่ยงหรือตรวจพบโรคหลอดเลือดหัวใจในระยะเริ่มต้นนี้มีข้อดี เพราะเราทราบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจนี้อย่างน้อยร้อยละ ๒๕ เสียชีวิตกะทันหัน (คือเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน) โดยไม่มีอาการเตือนนำล่วงหน้ามาก่อนเลย
ได้มีการพยายามตรวจหาความเสี่ยงของคนที่ไม่มีอาการทางหัวใจเหล่านี้ว่าใครมีโอกาสที่จะเสียชีวิตมาก หรือ น้อยเพียงใด เริ่มจากประเมินเบื้องต้นด้วยการพูดคุยถามประวัติ (เพราะบางคนที่ว่าไม่มีอาการ จริงๆ แล้วมีอาการแต่ไม่ทราบ) ตรวจร่างกาย และตรวจทั้งห้องปฏิบัติการง่ายๆ ดูว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่
ปัจจัยเสี่ยงที่ว่า ก็คือ อายุ (ที่มากขึ้น), ผู้ชาย(แก่ๆ ), บุหรี่, ระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง, เบาหวาน , ความดันโลหิตสูง , ภาวะไขมันชนิดดี (HDL) ในเลือดต่ำ และภาวะอ้วนร่วมกับการไม่ออกกำลังอายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้ หมอที่ประเมินผู้ป่วยจะแบ่งกลุ่มคนออกได้ ๓ กลุ่มคือ กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ระหว่างกลาง
จากการศึกษาพบว่า กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่ำนั้นจะมีอยู่ ๑ ใน ๓ ของจำนวนประชากรทั้งหมดละคนในกลุ่มนี้ คือ คนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใด ๆ ที่กล่าว มาเลยมีโอกาสเสียชีวิตจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน หรือ เสียชีวิตกะทันหันจากหัวใจหยุดเต้นน้อยมากเพียงประมาณร้อยละ ๕ ในเวลา ๑๐ ปี
ตรงกันข้าม กลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งมีอยู่ประมาณเกือบ ๑ ใน ๓ ของจำนวนประชากรทั้งหมดนั้น คือ คนที่เป็นโรคหลอเลือดหัวใจตีบ (แบบไม่มีอาการ เพราะถ้ามีอาการจะมีความเสี่ยงมากกว่านี้) หรือมีภาวะโรคหลอดเลือดแข็งตัวที่อวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย เช่น แขนขา หลอดเลือดแดงใหญ่ภายในท้องหรือช่องอก หรือมีประวัติอัมพาตหรืออัมพฤกษ์ หรือคนที่เป็นเบาหวาน หรือมีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอื่นๆ (อายุ,เพศ,บุหรี่,ความดันสูง,ไขมันสูง,ประวัติโรคหัวใจในครอบครัว และความอ้วน) มากกว่าสองปัจจัยขึ้นไป คนกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงถึงร้อย ๒-๓ ต่อปี
คนในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำนั้นมีข้อแนะนำว่า ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงซ้ำอีกทุก ๕ ปีส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงนั้น แน่นอนที่สุดคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาและควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพราะว่าถ้าไม่สามารถควบคุมได้ โอกาสที่จะเสียชีวิตจากหัวใจจะมีสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
สำหรับคนที่มีความเสี่ยงอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองกลุ่มคือ คนที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (อายุ เพศ บุหรี่ ความดันโลหิตสูงไขมันสูงประวัติโรคหัวใจในครอบครัวและความอ้วน) เพียงหนึ่งปัจจัย ( เพราะถ้ามีสองปัจจัยจะตกเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงทันที ) จะมีความเสี่ยงในการ เสียชีวิตจาก โรคหัวใจเฉียบพลัน ประมาณ ร้อยละ ๑-๒ ปี ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย ที่สำคัญคือไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
ได้มีความพยายามทำการค้นหาวิธีตรวจคนในกลุ่มนี้ (ความเสี่ยงปานกลาง) ว่าใครจะเป็นคนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน และเนื่องจากคนกลุ่มนี้จะเป็นคนที่ไม่มีอาการ จึงเป็นการยากที่จะนำคนเหล่านี้มาพบแพทย์เฉพาะทาง ในระยะหลังจึงได้มีการค้นหาวิธีตรวจง่ายๆ เพื่อหาคนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นกลุ่มนี้ให้ได้
การตรวจอย่างหนึ่งที่ได้รับการแนะนำคือ การตรวจวัดความดันโลหิตของแขนและขาเทียบกัน (Ankle-Brachail Index, ABI) เป็นการตรวจที่ทำได้มายากมากนัก โดยใช้เครื่องมือซึ่งคล้ายๆ กับเครื่องตรวจคลื่นหัวใจเวลาตรวจไม่เจ็บตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ป่วยนอนทำการตรวจประมาณ ๒ - ๓ นาทีก็เสร็จ ถ้าตรวจพบว่าอัตราส่วนระหว่างความดันโลหิตที่ขาและแขนน้อยกว่า ๐.๙ ก็จะเป็นคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้นถึง ๑๕ เท่า ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง
การตรวจอีกชนิดหนึ่งคือ การตรวจวัดความหนาแน่นของผนังหลอดเลือดที่บริเวณคอ (Internal Carotid Media Thickness-IMT) ซึ่งก็เป็นการตรวจที่ทำได้ไม่ยากเช่นกัน ตรวจโดยใช้เครื่องสะท้อนเสียงหัวใจ (Echo Cardiogram) มีการศึกษาพบว่า ในคนที่มีความหนาของผนังของหลอดเลือดบริเวณคอนี้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันอีก อย่างน้อย ๕ เท่า
การตรวจอีกชนิดหนึ่งที่ทำได้เร็วมากด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมัยใหม่คือ การตรวจดูหินปูนที่เกาะตรมหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score) การตรวจนี้สามารถทำได้รวดเร็ว ความแม่นยำและถูกต้องในการตรวจมีมากถึงร้อยละ ๘๐ ผู้ที่มีหินปูนเกาะที่หลอดเลือดหัวใจในปริมาณมากนั้น มีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันหรือ มีโอกาสเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมาก ถึง ร้อยละ ๒ ในหนึ่งปี
การตรวจทั้งสามประเภทนั้น ถ้าตรวจร่วมกับการตรวจเบื้องต้นตามที่กล่าวแล้วพร้อมกับตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน จะทำให้สามารถตรวจพบผู้ป่วยที่มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตายเฉียบพลันที่ไม่มีอาการได้ใน จำนวนที่ค่อนข้างมาก ทำให้สามารถป้องกันได้!!??
เมื่อแพทย์ตรวจพบความผิดปกติดังกล่าวในคนที่ไม่มีอาการก็จะทำการป้องกันและรักษาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ (ที่รักษาได้) เช่น ภาวะอ้วน ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะไขมันในเลือดชนิดต่ำ การสูบบุหรี่และการไม่ออกกำลังกาย เพราะจากการศึกษาต่างๆ พบว่าการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายเหล่านี้ สามารถลดโอกาสที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ ๑๐-๓๐
เมื่อ ๓-๔ ปีก่อน ผมมีผู้ป่วยเป็นผู้ชายอายุ ๓๖ ปี มีกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เมื่อตรวจโดยการเอกซเรย์ฉีดสีพบว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบเล็กน้อยที่หลอดเลือดหัวใจเส้นด้านหน้าของหัวใจ ในขณะนั้นผมได้พยายามหาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของผู้ป่วยคนนี้แต่ไม่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงใดๆ นอกจากภาวะไขมันในเลือดสูงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อออกจากโรงพยาบาลกลับไปอยู่บ้านใช้ชีวิตได้เป็นปกติโดยไม่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ตรวจร่างกายทุก ๆ ปีด้วยการเดินสายพาน (Exercise Stress Test) ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ จนกระทั่งไม่นานมานี้เมื่อมีการตรวจเอกซเรย์ดูปริมาณหินปูนที่เกาะที่หลอดเลือดหัวใจ พบว่าที่หลอดเลือดของคนไข้คนนี้มีหินปูนเกาะอยู่มาก
ทำให้ผมคิดว่า ถ้าได้พบคนไข้คนนี้ก่อนหน้าที่เขาจะเกิด Heart Attack สัก ๔ ปี ถึงแม้พบว่ามีไขมันในเลือดสูงเล็กน้อย แต่พบหินปูนเกาะที่หลอดเลือดในปริมาณค่อยข้างมาก คนไข้คนนี้คงได้รับการควบคุมรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงอย่างเคร่งครัด (ใช้ยา) และแนะนำให้ออกกำลังกายมากกว่านี้ เขาคงไม่ต้องเสี่ยงหรือเสียโอกาสจากการที่เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเมื่อ ๓ ปีก่อนนี้เป็นแน่!!!...

จากหนังสือเรื่องของโรคหัวใจ(เล่ม 2)...รักษา (หัว) ใจ
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์
|
|