ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
SPECIAL CENTER
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
ศูนย์ความงาม
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์ทันตกรรม
ศูนย์มะเร็ง
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์โรคไต
ศูนย์เลสิค
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพหญิง
ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต
ศูนย์หัวใจ
ศูนย์ห้องปฏิบัติการ
คลินิกความอ้วน
คลินิกตา
คลินิกเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
คลินิกผิวหนัง
คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ
คลินิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คลินิกภูมิแพ้
คลินิกหู คอ จมูก
คลินิกศัลยกรรม
คลินิกอายุรกรรม
PACKAGES & PROMOTIONS
FACILITIES
PHYATHAI MEMBERSHIP CARD
ศูนย์สมองและระบบประสาท

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก (Hemifacial spasm)

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก หมายถึง อาการที่กล้ามเนื้อที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้าครึ่งซีกมีการกระตุก พบได้ในวัยผู้ใหญ่ อายุเฉลี่ย 45-50 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการเริ่มต้นมักกระตุกที่หนังตามาก่อน หลังจากนั้นก็กระจายไปครึ่งใบหน้า จนบางครั้งผู้ป่วยตาปิดไปรบกวนการมองเห็น และอาจมีมุมปาก และ กล้ามเนื้อใต้ผิวหนังที่คอ (platysma) กระตุกร่วมด้วย อาการจะเป็นมากขึ้นถ้าเครียด ทำให้รบกวนชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากอาการอาจมากขึ้นอย่างช้าๆ มักจะไม่หายขาดและก่อความรำคาญให้แก่ผู้ป่วย แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตแต่อย่างใด


Modified from N Engl J Med 2004;351:1323-1331.

สาเหตุ
เชื่อว่าเกิดจากเส้นเลือดที่เลี้ยงก้านสมองเกิดคดเคี้ยวและไปกดเบียด เส้นประสาทสมองเส้นที่7 ทำให้เกิดการนำกระแสประสาทที่ผิดปกติขึ้นมา

การวินิจฉัย
ทำได้โดยการซักถามอาการและการตรวจร่างกาย ส่วนการตรวจเพิ่มเติมเช่น CT scan หรือ MRI scan ของสมอง จะทำในกรณีที่แพทย์ตรวจได้ความผิดปกติเพิ่มเติมกว่าใบหน้ากระตุกที่พบทั่วไป หรือสงสัยว่าอาจมีสาเหตุจากโรคเช่นเนื้องอกเล็กๆกดเบียดเส้นประสาทสมองเส้นที่7 ซึ่งพบได้น้อย

การรักษา
ในยุคก่อนการฉีดโบทูลินัมทอกซิน มีการรักษาทางยาและ การผ่าตัด ในอดีตยาที่ใช้มีหลายชนิด เช่น carbamazepine gabapentin clonazepam baclofen ได้ผลบ้างแต่ก็ไม่ดีนัก และมีผลข้างเคียง เช่นง่วง และ แพ้ยา

การผ่าตัดในสมัยก่อนเรียก microvascular decompression โดยต้องเปิดเข้าไปในกระโหลกศีรษะและทำให้เส้นเลือดที่เบียดเส้นประสาทอยู่แยกห่างจากกัน แต่ก็มักกลับมาเป็นซ้ำได้อีก และยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้ ปัจจุบันจึงไม่เป็นที่นิยม

ในปัจจุบันการฉีดโบทูลินัมทอกซินเพื่อรักษาอาการใบหน้ากระตุกครึ่งซีกเป็นที่ยอมรับว่าได้ผลดี แต่ราคาสูงมากและต้องทำการฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน

หลักการของการใช้โบทูลินัมทอกซินก็คือยาจะไปยับยั้งการนำกระแสประสาทที่สั่งการไปที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้น้อยลง ทำให้การกระตุกลดลง จะเริ่มเห็นผลการรักษาสองสัปดาห์หลังจากฉีด แต่ยาจะออกฤทธิ์อยู่นาน3-6 เดือนเท่านั้น ผลข้างเคียงระยะสั้น เช่น หนังตาตก ปิดตาไม่สนิท ตาแห้ง แต่ก็จะหายไปเมื่อยาหมดฤทธิ์ ระยะยาวนั้นผู้ป่วยอาจมีภูมิต้านทานต่อโบทูลินัมทอกซินทำให้การตอบสนองต่อยาลดลง กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดฝ่อหรือเกิดพังผืด

นอกจากนั้นถ้าใบหน้ากระตุกครึ่งซีกเกิดจากสาเหตุทีชัดเจน เช่นเนื้องอกก็รักษาตามสาเหตุ แต่ก็พบได้น้อย

สรุป
โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก เป็นโรคที่เรื้อรัง มักไม่หายขาด และ ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ป่วย แต่ไม่ใช่โรคที่อันตรายร้ายแรง การรักษาในปัจจุบันทำโดยการฉีดโบทูลินัมทอกซินซึ่งราคาสูงมาก ไม่หายขาด ต้องฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน และนานไปการตอบสนองอาจลดลง ดังนั้นแพทย์จึงจะเลือกกรณีที่เหมาะสม เช่นอาการกระตุกรบกวนผู้ป่วยมากเท่านั้นในการฉีดยา