ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
SPECIAL CENTER
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
ศูนย์ความงาม
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์ทันตกรรม
ศูนย์มะเร็ง
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์โรคไต
ศูนย์เลสิค
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพหญิง
ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต
ศูนย์หัวใจ
ศูนย์ห้องปฏิบัติการ
คลินิกความอ้วน
คลินิกตา
คลินิกเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
คลินิกผิวหนัง
คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ
คลินิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คลินิกภูมิแพ้
คลินิกหู คอ จมูก
คลินิกศัลยกรรม
คลินิกอายุรกรรม
PACKAGES & PROMOTIONS
FACILITIES
PHYATHAI MEMBERSHIP CARD
ศูนย์สมองและระบบประสาท

ผู้ป่วยพาร์กินสันเตรียมตัวมาหาหมอ

โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเซลสมองส่วนที่สร้างโดปามีน มักเกิดในคนสูงอายุประมาณว่าพบได้ร้อยละ1.5 ในคนอายุเกิน 65 ปี อาการเด่นของผู้ป่วยประกอบด้วยอาการทางการเคลื่อนไหว ได้แก่ มือสั่น เกร็ง ทำอะไรช้าลง และการทรงตัวผิดปกติ ล้มได้ง่าย นอกจากนั้นยังมีอาการผิดปกติทางระบบอัตโนมัติ ท้องผูกกลืนลำบาก ลุกแล้วหน้ามืด อารมณ์ซึมเศร้า ความจำแย่ลง นอนไม่หลับ การดมกลิ่นผิดปกติ ลายมือเปลี่ยน โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด และอาการจะมากขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆ โรคนี้เกิดขึ้นเอง ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่พบว่าร้อยละสิบของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันเกิดจากพันธุกรรมที่ผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่าห้าสิบปี การรักษาในปัจจุบันเป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการแต่ไม่ได้หายขาด ยังต้องการการวิจัยอีกมากเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการรักษาต่อไปในอนาคต

ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยพาร์กินสันควรจะทราบ และผู้ป่วยพาร์กินสันจึงควรได้รับการดูแลของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่แพทย์จะได้ปรับการรักษาให้เหมาะสมกับระยะของโรค

ในช่วงแรกที่อาการเป็นไม่มาก แพทย์จะเริ่มใช้ยาในรายที่คิดว่าอาการนั้นรบกวนชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ถ้าอาการน้อยก็ไม่จำเป็นต้องให้ยา แต่เมื่อผู้ป่วยเริ่มทานยาแล้ว เมื่อทานยาไปห้าปีประมาณร้อยละห้าสิบของผู้ป่วยจะมีการตอบสนองต่อยาลดลง และไม่แน่นอน ที่เรียกว่าแวริ่งออฟ (wearing off) ดังนั้นแพทย์จึงจำเป็นจะต้องได้ทราบ ข้อมูลการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วย เพื่อที่จะปรับยาให้เหมาะสมกับอาการ จึงใคร่ขอความร่วมมือผู้ป่วยและญาติช่วยบันทึกข้อมูลดังต่อไปนี้ ได้แก่

- ผู้ป่วยตื่นนอนเวลาใด
- ตื่มมาลุกได้เองหรือไม่
- ตัวแข็งหรือไม่
- ทานยาตอนเช้าเวลาใด
- อาการดีขึ้นหลังทานยากี่นาที
- ช่วงที่ยาออกฤทธิ์อยู่นานเท่าไร
- ช่วงที่ยาออกฤทธิ์มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ ยุกยิก หรือไม่
- ยาออกฤทธิ์อยู่ถึงมื้อยาถัดไปหรือไม่
- ยาหมดฤทธิ์ตอนเวลาใด
- ก่อนยามื้อต่อไปมีอาการสั่น เกร็ง บิด ยุกยิก หรือไม่
- อาการอื่นๆตอนยาหมดฤทธิ์
- ทานยาตอนเวลาใดบ้างในแต่ละวัน
- ตอนนอนพลิกตัวบนเตียงได้หรือไม่
- ลุกเองได้หรือไม่
- มีอาการท้องผูกหรือไม่
- มีอาการหน้ามืดเวลาลุกเร็วๆหรือไม่
- ล้มบ่อยหรือไม่
- ความทรงจำเป็นอย่างไร
- อื่นๆ

คำถามเหล่านี้แม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง แต่มักเป็นคำถามที่แพทย์ต้องการถามเวลาตรวจผู้ป่วยพาร์กินสัน แต่บางครั้งอาจไม่มีเวลาพอ ถ้าผู้ป่วยเตรียมตัวบันทึก หรือ “เตรียมตัวก่อนมาหาหมอ” จะทำให้สามารถปรับปรุงการรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วยมากขึ้น

เมื่อโรคเป็นมากขึ้นการตอบสนองต่อยาจะลดลง อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณ ความถี่ของยา หรือ ชนิดของยาที่ใช้ และในรายที่เป็นมากบางครั้งการผ่าตัดเพื่อลดอาการบางอย่างอาจได้ผลแต่ไม่ใช่หายขาด

สังคมไทยนั้นมีความเกื้อกูลกันมักจะมีคนคอยดูแลคนสูงอายุเสมอซึ่งก็เป็นวัฒนธรรมที่ดี ต่างกับสังคมตะวันตกที่ต้องพึ่งตนเองมาก ดังนั้นปัญหาที่พบบ่อยในคนไทยคือผู้ป่วยมักจะไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคของตน และไม่ทราบเรื่องยาที่รับประทานอยู่ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อผู้ป่วยเองและญาติในระยะยาว ทั้งนี้เพราะผู้ป่วยก็จะไม่เข้าใจถึงการดำเนินโรค และการรักษาของแพทย์ ดังนั้นจึงอยากจะรณรงค์ให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้มีความรู้ และเข้าใจโรคมากขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยเอง