ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
SPECIAL CENTER
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
ศูนย์ความงาม
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์ทันตกรรม
ศูนย์มะเร็ง
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์โรคไต
ศูนย์เลสิค
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพหญิง
ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต
ศูนย์หัวใจ
ศูนย์ห้องปฏิบัติการ
คลินิกความอ้วน
คลินิกตา
คลินิกเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
คลินิกผิวหนัง
คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ
คลินิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คลินิกภูมิแพ้
คลินิกหู คอ จมูก
คลินิกศัลยกรรม
คลินิกอายุรกรรม
PACKAGES & PROMOTIONS
FACILITIES
PHYATHAI MEMBERSHIP CARD
ศูนย์สมองและระบบประสาท

โรคหลอดเลือดในสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูง

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ

นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วย เนื่องจากภาวะทุพพลภาพทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นภาระของสมาชิกในครอบครัว ในเรื่องการดูแลปรนนิบัติ และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วย

คำถาม อาการแสดงของโรคนี้มีอะไรบ้าง
คำตอบ
อาการที่แสดงออกจะเป็นลักษณะเฉียบพลัน เช่น
• ปวดศีรษะขึ้นมาทันที บางทีมีอาเจียนร่วมด้วย หรืออาจหมดสติ
• แขน, ขา อ่อนแรง หรือชาขึ้นมาทันทีครึ่งซีก หรือด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย
• มีอาการพูดลำบาก พูดไม่ออก ออกเสียงไม่ชัด ฟังไม่เข้าใจภาษา
• เวียนศีรษะ บ้านหมุน หรือเสียการทรงตัว

ในบางรายเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ป่วยยืน หรือเดินอยู่ อาการแขน, ขาอ่อนแรงครึ่งซีก ทำให้ผู้ป่วยพยุงหรือทรงตัวไม่อยู่แล้วล้มลง เมื่อญาติมาพบทำให้เข้าใจว่าเกิดอุบัติเหตุแล้วทำให้มีเลือดออกในสมอง แต่ผลจากการตรวจร่างกายและการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ทำให้แพทย์สามารถแยกสาเหตุของหลอดเลือดในสมองแตกออกจากการเกิดอุบัติเหตุได้
คำถาม หลอดเลือดในสมองแตกจากภาวะความดันโลหิตสูง มีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นอะไรบ้าง
คำตอบ
1. ภาวะความดันโลหิตสูง
2. ไขมันในเลือดสูง
3. การสูบบุหรี่
4. โรคเบาหวาน
5. การดื่มแอลกอฮอล์
6. อายุมาก
7. มีประวัติเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ในผู้ป่วยบางรายอาจมีปัจจัยเสี่ยงมากกว่า 1 อย่าง
คำถาม จะทราบได้อย่างไรว่าหลอดเลือดที่แตกเกิดจาภาวะความดันโลหิตสูง
คำตอบ
• โดยการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ซึ่งจะปรากฏให้เห็นก้อนเลือดที่ออกในเนื้อสมอง ซึ่งอยู่ลึกลงไปจากผิวสมอง 4-5 เซนติเมตร ในส่วนที่เรียกว่า “เบซิล แกงเกลีย” (Basal ganglia) ซึ่งเป็นส่วนที่พบได้บ่อยมากกว่าส่วนอื่น เลือดที่ออกมานั้นเกิดจากการแตกของหลอดเลือดฝอยในเนื้อสมอง ถึงแม้ว่าหลอดเลือดที่แตกจะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เลือดออกมาเป็นจำนวนมาก จนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

นอกจากนั้นเรายังสามารถทราบถึงขนาดของก้อนเลือด รวมทั้งผลกระทบต่อสมองส่วนอื่น ๆ อีกด้วย โดยตำแหน่งที่เห็นในเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง แพทย์จะสามารถบอกได้ว่าเลือดที่ออกมานั้น เกิดจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูง หรือเกิดจากสาเหตุอื่น เช่นเลือดออกในสมองจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ เช่น ถูกกระแทก หรือเลือดออกในสมองจากการที่ผู้ป่วยมีหลอดเลือดผิดปกติในสมอง แต่ในบางรายก็อาจจะแยกสาเหตุได้ยากซึ่งอาจจะต้องใช้การตรวจอื่น ๆ เข้ามาช่วย เช่น การฉีดสีแล้วตรวจเอกซเรย์เพื่อดูหลอดเลือดในสมอง หรือการตรวจโดยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
คำถาม แนวทางการรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดในสมองแตกภาวะความดันโลหิตสูง มีอะไรบ้าง

คำตอบ
แนวทางการรักษามี 2 วิธีคือ
1. การรักษาทางยา
2. การรักษาโดยการผ่าตัด
แนวทางการรักษาทั้ง 2 วิธีนี้ ประสาทแพทย์และประสาทศัลยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา โดยข้อมูลที่จะต้องพิจารณาประกอบด้วย

• อาการของผู้ป่วย โดยพิจารณาว่าในขณะนั้นผู้ป่วยมีอาการหนักมากหรือน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะสิ่งที่จะต้องพิจารณาเป็นสำคัญ คือระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วย ส่วนมากผู้ป่วยที่มีอาการหนักมักจะไม่รู้สึกตัว, ซึม หรือหลับมาก นอกจากนั้นข้อมูลที่ได้จากการตรวจร่างกายอื่น ๆ ก็ต้องนำมาประกอบการพิจารณาเพื่อใช้เป็นแนวทางตัดสินการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยด้วย

• ขนาดของก้อนเลือด ถ้าก้อนเลือดมีขนาดใหญ่มาก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหนักมาก ในขณะเดียวกันถ้าก้อนเลือดมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยก็มักจะมีอาการไม่มาก โดยทั่วไป ถ้าอาการของผู้ป่วยไม่หนัก และก้อนเลือดมีขนาดไม่ใหญ่นัก แพทย์อาจจะพิจารณาให้การรักษาทางยา แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการหนักและก้อนเลือดขนาดใหญ่ อาจจะต้องพิจารณาเรื่องการทำผ่าตัด

คำถาม การผ่าตัดสามารถทำได้ในกรณีใดบ้างและมีความปลอดภัยแค่ไหน
คำตอบ
เลือดที่ออกในสมองในตำแหน่งต่าง ๆ กัน ก็จะส่งผลต่อความเสี่ยงในการทำการผ่าตัด โดยทั่วไปถ้าก้อนเลือดอยู่ที่ผิวสมอง การผ่าตัดก็จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าก้อนเลือดที่อยู่ลึกลงไป ยิ่งก้อนเลือดอยู่ลึกมากความเสี่ยงก็จะยิ่งมีมาก

ในบางตำแหน่งของสมอง เช่น แกนสมอง การผ่าตัดจะทำได้ยาก และผลของการผ่าตัดมักไม่ค่อยดีนัก แต่ส่วนใหญ่ในรายที่เกิดจากภาวะความดันโลหิตสูง เลือดจะออกในเนื้อสมองซึ่งอยู่ลึกลงไปจากผิวสมองประมาณ 4-5 เซนติเมตร แพทย์จะพิจารณาทำผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ โดยใช้กล้องขยาย (Microscope) เพื่อเข้าไปทำผ่าตัดเอาก้อนเลือดออกเพื่อลดความดันในกะโหลกศีรษะ ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้จะมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนมาก ทำให้แพทย์สามารถเอาก้อนเลือดออกและห้ามเลือดได้ดี การผ่าตัดแบบนี้เรียกว่า “Microsurgery” ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและแผลผ่าตัดก็มีขนาดเล็ก
คำถาม ในผู้ป่วยบางรายที่ให้การรักษาทางยาแล้ว ทำไมถึงต้องทำผ่าตัด
คำตอบ
ผู้ป่วยในระยะแรกอาการอาจจะมีไม่มากนัก แพทย์จึงพิจารณาให้การรักษาทางยา แต่ในผู้ป่วยบางรายระหว่างที่ให้การรักษาทางยา ผู้ป่วยอาจจะมีอาการทรุดลงได้เนื่องจาก

1. ผู้ป่วยที่ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองภายใน 6 ชั่วโมงแรก ก้อนเลือดที่เห็นจะยังมีเลือดซึมออก ในเวลาต่อมา เมื่อก้อนเลือดมีขนาดเพิ่มขึ้น อาการผู้ป่วยก็จะมีมากขึ้น ดังนั้นหลังจาก 6 ชั่วโมงไปแล้ว ถ้าผู้ป่วยมีอาการทรุดลง อาจจะต้องพิจารณาทำการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ซ้ำอีกครั้ง ถ้ามีเลือดออกเพิ่มขึ้นอาจจะต้องพิจารณาทำการผ่าตัด

2. ภายใน 48 ชั่วโมง สมองจะมีอาการบวมตามมา ถ้าสมองบวมมากประกอบกับมีก้อนเลือดขนาดใหญ่พอสมควรอยู่แล้ว จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงได้ แต่โดยปกติเมื่อเริ่มการรักษา แพทย์ก็จะพิจารณาการให้ยาลดอาการสมองบวมอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยมีอาการทรุดลงก็อาจจะต้องใช้วิธีการทำผ่าตัดร่วมด้วย

3. ในบางรายก้อนเลือดหรือลิ่มเลือด อาจจะไปขัดขวางการไหลเวียนของน้ำในโพรงสมอง ทำให้เกิดภาวะน้ำคั่งในสมองฉับพลัน หรือค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงในกรณีแบบนี้การทำผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำที่คั่งในสมอง ก็จะเป็นการรักษาให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น
นายแพทย์ธีรศักดิ์ พื้นงาม