ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
BREAST CARE CENTER
   การบริการของศูนย์รักษ์เต้านม
EXCELLENT DOCTOR
   ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
SCREENING
   การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือพิเศษ
TECHNOLOGY
   เทคโนโลยีการผ่าตัดรักษา
MEDICAL ARTICLE
   การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง
   ความรู้ทางการแพทย์
PACKAGES & PROMOTIONS
   โปรแกรมพิเศษ
LOCATION
   สถานที่ : โรงพยาบาลพญาไท 1,2,3
ศูนย์รักษ์เต้านม Breast Care Center

ความรู้ทางการแพทย์

มะเร็งเต้านมรักษาได้...ไม่ใช่โรคน่ากลัว

       มะเร็งเต้านมไม่ใช่โรคน่ากลัวอย่างที่คิด เหมือนอย่างมะเร็งปอด หรือมะเร็งตับ หากผู้หญิงดูแล เอาใจ
ใส่ตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบยิ่งเร็วเท่าไรโอกาสที่จะรักษาให้หาขาดยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจไม่ต้องตัดเต้านมทิ้ง วิธีดูแลป้องกันง่าย ๆ คือ ผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงควรเร่งตรวจหาเชื้อ
ส่วนผู้หญิงทั่วไปควรสร้างนิสัยการตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำ

       ปัจจุบันมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจำนวนค่อนข้างมาก แต่ไม่ค่อยเสียชีวิต สาเหตุจากเพราะพบมะเร็งได้เร็ว
ปัญหาสำคัญของมะเร็งเต้านม คือ ไม่รู้ล่วงหน้า และไม่มีอาการบ่งบอก ไม่สามารถสรุปสาเหตุการเกิดได้
ชัดเจน ว่าเกิดจากอะไร รู้เพียงแค่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว  และเกี่ยวกับกรรมพันธุ์ ประมาณ 10 เปอร์เซนต์
เท่านั้น ส่วนอีก 90  เปอร์เซนต์ไม่รู้สาเหตุแน่ชัดว่า  เกี่ยวกับอาหารการกิน หรือ Life Style  ซึ่งแตกต่างจาก
มะเร็งปากมดลูก ที่รู้ค่อนข้างแน่ชัดว่า เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัส ซึ่ง 70 เปอร์เซนต์พิสูจน์แล้ว
ว่าเกิดจากไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า HPV ไวรัส

       ทั้ง ๆที่มีความพยายามทำการวิจัยอยู่ตลอดเวลา แต่ผลการวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เกิดจากอะไร ทั้ง
เรื่องอาหาร กินมังสวิรัต กินผักมาก ๆ กินเนื้อสัตว์ การออกกำลังกาย การทำสมาธิ เต้านมใหญ่ เต้านมเล็ก คือวิจัยกันมาเยอะมาก แม้แต่การให้ฮอร์โมนเสริม ที่ชัดเจนก็คือ ถ้าให้ฮอร์โมนเสริมหลังจากที่หมดในวัย
ทองนาน ๆ จะกระตุ้นให้เกิดได้ สรุปคือ ตัวที่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม คือ ฮอร์โมนเพศหญิง โดย
ผู้หญิงที่มีอายุยืนยาว หรือมีฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ยาวนาน คือเป็นสาวเร็ว และหมดประจำเดือนช้า ผู้หญิงกลุ่ม
นี้จะอาบอยู่ด้วยฮอร์โมนเพศหญิงในตัว ทำให้เต้านมถูกกระตุ้นตลอดเวลา ก็จะมีความเสี่ยงมากกว่า

       ส่วนพวกที่ตัดรังไข่ตั้งแต่สาว ๆ หรือพวกที่ตัดรังไข่แล้วไม่กินฮอร์โมนก็มีโอกาสเป็นน้อยกว่า เพราะฉะ
นั้นฮอร์โมนเพศหญิงยิ่งอยู่กับตัวน้อยเท่าไหร่ยิ่งปลอดภัยเท่านั้น  แต่ฮอร์โมนเพศก็มีความสำคัญ เพราะว่าถ้า
เกิดคนที่ตัดรังไข่ทิ้ง ก็จะเป็นพวกวัยทอง กระดูกจะเสื่อมง่าย แคลเซียมจะลดลง กระดูกพรุน กระดูกผุ ผิว
หนังไม่มัน ไม่เรียบแห้ง ช่องคลอดจะแห้ง เป็นต้น

        ขณะเดียวกัน  เรารู้ปัจจัยเสี่ยง คือ กลุ่มไหนบ้างที่มีความเสี่ยง แต่ว่าตัวแท้ ๆที่ทำให้การเปลี่ยนแปลง
ของเซลล์ เราไม่รู้ว่าตัวไหน เพราะ 70 เปอร์เซนต์ของการเกิดมะเร็งเต้านมนั้น เกิดที่ท่อของต่อมสร้างน้ำ
นม เพราะฉะนั้น แม่ชี คนที่ไม่แต่งงาน หรือแต่งงานแล้วไม่มีลูก จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่า อาจ
เกี่ยวข้องกับการได้ใช้น้ำนม หรืออะไรสักอย่าง

       จริง ๆแล้ว ถ้าเราสามารถรักษาผู้หญิงให้รอดจากมะเร็งเต้านมได้เกือบ 100 เปอร์เซนต์ เราก็ไม่ต้องสน
ใจว่ามันเกิดจากอะไร แต่สิ่งสำคัญ คือ เราจะขอตรวจให้เร็ว  ถ้าตรวจได้เร็วเท่าไรโอกาสที่จะรักษาให้หาย
ขาดก็มีมาก  เปอร์เซนต์การเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเพราะพบช้าเกินไป ถ้าพบเร็ว โอกาสรักษาหายขาด 100
เปอร์เซนต์ และ การรักษาก็ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้ยาเคมีบำบัด ขณะที่ถ้ามีอาการแล้วจะรักษาได้แค่ 70 เปอร์
เซนต์เท่านั้น

       การป้องกัน ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น อายุก่อน 40 ปี มีญาติพี่น้องในสายเลือดเดียวกันเป็นมะเร็งเต้านมตั้ง
แต่ 2 คนขึ้นไป ควรรีบมาตรวจเจาะดูยีนส์ เพื่อดูว่ามียีนส์ที่มีการกลายพันธุ์ เปลี่ยนแปลง ที่เรียกว่า ยีนส์ที่
อาจจะทำให้เกิดมะเร็งเต้านม หรือไม่ ซึ่ง บางคนในกลุ่มนี้อาจจะขอตัดเต้านมทิ้งเพื่อเป็นการป้องกันเลยก็
ได้ กรณีนี้เราเอาจพิจารณาที่จะตัดเนื้อเต้านมทิ้ง เก็บโครงของเต้านมไว้ แล้วเสริมข้างในด้วยถุงซิลิโคน ซึ่ง
จะปลอดภัยกว่า  แต่คนกลุ่มนี้ก็มีน้อย เพราะว่าต้องเข้าหลักเสี่ยงจริงๆ เราถึงจะยอมทำ

       ข้อแนะนำสำหรับผู้หญิงทั่วไปคือ ขอให้ตรวจเต้านมตัวเองเป็นประจำทุกเดือนตั้งแต่เริ่มเป็นสาว (ตั้ง
แต่อายุ 15 ปีขึ้นไป) เพราะว่า การเปลี่ยนแปลงของมะเร็งเต้านมไม่เร็ว แต่ใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปีกว่าจะ
โตให้คลำพบ ในการตรวจไม่ได้ต้องการให้วินิจฉัยได้เหมือนหมอ แต่แค่ให้รู้ถึงความผิดปกติ ส่วนผู้หญิงอายุ
35-40 ปีก็ควรจะมาให้หมอตรวจเต้านม แล้วก็ทำเมมโมแกรม หรืออัลตร้าซาวด์

       เมมโมแกรม คือ เครื่องเอ็กซเรย์ เอ็กซเรย์ผ่านเข้าไปในเนื้อของเต้านม มันจะออกมาเป็นเงาของเต้า
นมให้เราจะเห็นได้ เมื่อก่อนแพทย์จะใช้มือคลำอย่างเดียว มันหยาบ  เพราะกว่าจะคลำได้ มะเร็งต้องโตเกิน
1 ซม. ซึ่งกว่าจะโตได้ขนาดนั้นต้องใช้เวลาเป็นปี ถ้าเราจะให้เร็วกว่านั้น เราต้องตรวจตั้งแต่มะเร็งยังคลำด้วย
มือไม่ได้ ก็คือ ต่ำกว่า 1 ซม. โดย ต้องเอ็กซเรย์ เมมโมแกรมเพื่อจะหาหลักฐาน ตัวที่มันสร้างร่องรอย ซึ่ง
มะเร็งมันมีร่องรอยให้เราเห็นจริง ๆ จากการใช้เครื่องเมมโมแกรม แล้วก็ใช้ อัลตร้าซาวด์ช่วย

       เมมโมแกรมจะตรวจจับมะเร็งได้ โดยมีลักษณะผิดปกติของเอ็กซเรย์ จะมีผงหินปูน ผงหินปูนนี่ก็คือ
เซลล์มะเร็งมันโตเร็ว แต่มันก็ตายด้วย เมื่อตายแล้ว ร่างกายมันก็ไปกินเซลล์ที่ตาย แล้วก็จะมีแคลเซียมมา
เกาะ แคลเซียมที่มาเกาะเป็นฝุ่นเล็ก ๆ ก็จะมาปรากฏให้เราเห็นในเอ็กซเรย์ นี่เป็นสิ่งที่เราสามารถตรวจพบ
เร็ว ตั้งแต่ยังคลำไม่เจอ เพราะฉะนั้นผู้หญิงคนไหน ถ้าพลาดในจุดนี้ ไม่ยอมมาตรวจตรงนี้ รอจนพบก้อนโต
จนหมอคลำได้ โอกาสรักษาให้หายขาดก็จะน้อยลงรอดก็จะยาก เพราะมะเร็งมันโตมาโดยที่ไม่มีอาการ จน
มีขนาด 2-3 ซม. ก็ใช้เวลาหลายปีแล้ว

       ที่สำคัญ ช่วงตั้งแต่มะเร็งเล็ก ๆ จนถึงขนาด 1- 2- 3 ซม. จะไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ การที่มีเลือดออก
ที่หัวนมนั้นพบเป็นมะเร็งน้อย มีแค่ 10 เปอร์เซนต์ เท่านั้นที่อาการของมะเร็งจะแสดงออกด้วยเลือดที่หัวนม
อาจมีอาการเจ็บได้ถ้าเป็นก้อนใหญ่แล้ว ถ้าระดับ 2-3 ซม.จะยังไม่เจ็บ  เพราะฉะนั้นจะไม่รู้เลยว่าเป็น

       สำหรับการรักษา ขอย้ำว่าขึ้นอยู่กับการตรวจพบ ถ้าเจอแรก ๆ เราสามารถรักษาให้หายขาดได้ 100 เปอร์
เซนต์ และโอกาสรอดชีวิตขึ้นอยู่ว่าเป็นระยะไหน โดยระยะที่  1 มีโอกาสรอด 80 เปอร์เซนต์หลังการรักษา
แล้ว ระยะที่ 2 เหลือ 70 เปอร์เซนต์ และระยะที่ 3 ประมาณ 60 เปอร์เซนต์ จะเห็นว่า ยิ่งเจอช้า เปอร์เซ็นต์
รอดยิ่งรักษาได้ผลดีก็น้อยลง  เราไม่ต้องการให้ประชาชนทั่วไปมาพบแพทย์เมื่อมีอาการ เพราะพอมีอาการ
เรารักษาให้หายขาดได้แค่ 70 เปอร์เซนต์ เท่านั้น เราต้องการให้มาตั้งแต่ยังไม่มีอาการเลย

       สมัยก่อน มะเร็งขนาดตั้งแต่ 3 ซม.ขึ้นไปต้องตัดเต้านมทิ้งหมด แต่ปัจจุบัน เราได้พยายามรณรงค์ให้ผู้
หญิงมาหาเราเร็วขึ้นตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ไม่ใช่รอจนมีอาการ เกือบ 15 10  เปอร์เซนต์ ของที่เรารักษาตอน
นี้คือ ไม่มีอาการ เราเจอเร็วขึ้นเพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมแล้ว เราสามารถที่จะผ่าตัดเอาเฉพาะ
ก้อนมะเร็งออก เก็บเต้านมได้ และไม่ต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ เพราะมะเร็งยังไม่กระจายไป แต่ถ้า
กระจายก็ต้องตัดเต้านมทิ้ง

       ปัจจุบันซึ่งเราก็มีวิธีที่จะตรวจหาว่า มันกระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้หรือไม่ โดยใช้สีฉีดที่เต้านม สี
จะวิ่งเข้าไปที่ต่อมน้ำเหลือง แล้วเราเอาต่อมน้ำเหลืองไปตรวจ ถ้าเกิดว่าตรวจแล้วไม่มีมะเร็ง ก็ไม่ต้องเลาะ
ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ เพราะฉนั้น สมัยนี้ เราพยายามเก็บเต้านม ไม่เลาะต่อมน้ำเหลือง ทำผ่าตัดให้น้อยที่สุด
คนไข้ก็ยังมีชีวิตอยู่ ขออย่างเดียวคือ ตรวจให้เร็ว พบให้เร็ว พบเร็ว นอกจากรักษาหายขาด เต้านมก็ยังไม่ถูก
ตัด ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ก็ไม่ถูกผ่าตัดออก แขนก็ยังทำงานได้ตามปกติ การผ่าตัดใช้เวลาชั่วโมงกว่า แผลก็
นิดเดียว นอนโรงพยาบาลวันเดียวก็กลับบ้านได้ ส่วนกรณีที่มะเร็งกระจายมาก ก็จำเป็นต้องตัดหน้าอกทิ้ง ซึ่ง
ถ้ารับไม่ได้ก็สร้างเต้านมให้ใหม่ โดยการใช้ไขมันหน้าท้อง

       สิ่งสำคัญที่อยากจะฝากถึงผู้หญิง คือ เปลี่ยนคำสอนโบราณที่ว่า เต้านมเป็นของที่ไม่ควรจับต้องมาก  
เป็นตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกวัน ไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องวิธีคลำที่
ถูกต้องมากนัก ขอเพียงอาบน้ำให้สะอาด ถูเต้านมให้ทั่ว อย่างละเอียด และตรวจหัวนมด้วย  เราอาบน้ำ
ทุกวัน จะไม่มีทางพลาด มะเร็งเต้านม คือ โรคที่ไม่มีอาการ สามารถรักษาได้เมื่อตอนไม่มีอาการ จึงควรไป
พบแพทย์ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ อย่ารอจนมีอาการ รอจนเลือดออก รอจนเจ็บ รอจนเต้านมไม่เท่ากัน  คิดดู
แล้วกันว่า มะเร็งจะต้องก้อนใหญ่ขนาดไหน ซึ่งถึงตอนนั้นก็คงรักษาอะไรไม่ได้การรักษาจะยุ่งยากมากแล้ว

ที่มา : ข้อมูลจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเยาวนุช คงด่าน
ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี