| CT
Colonography เป็นวิธีการตรวจลำไส้ใหญ่ โดยการใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง
ซึ่งสามารถสร้างภาพของลำไส้ใหญ่ให้เป็นภาพ 2 มิติ และ 3
มิติ ทำให้ดูผิวภายในของลำไส้ใหญ่ได้คล้ายกับการส่องกล้อง
( Conventional colonoscopy ) และมีประสิทธิภาพสูง สามารถค้นหาติ่งเนื้อขนาด
6-8 มม.ได้ถึง 85-90 %และขนาด 8 มม. ขึ้นไปถึง 95-100%
ซึ่งติ่งเนื้อเหล่านี้ถ้าทิ้งนานไป อาจเป็นมะเร็งสำไส้ใหญ่ได้
และวิธีการตรวจนี้ยังสามารถใช้เสริมการตรวจโดยวิธีส่องกล้องในการดูมะเร็งสำไส้ใหญ่ระยะต่าง
ๆ ซึ่งมีลำไส้อุดตัน และไม่สามารถผ่านกล้องเข้าไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูผนังด้านนอกของลำไส้ใหญ่
และอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งไม่สามารถเห็นด้วยการส่องกล้องได้ด้วย
เมื่อไร? ควรเริ่มตรวจหาเนื้องอกที่ลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
ชายและหญิงทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยไม่ต้องมีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว
อายุต่ำกว่า 50 ปี ถ้ามีประวัติโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว
( บิดา มารดา พี่ และน้อง )
มีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดปนอุจจาระ
ปวดบิดในช่องท้องบ่อย มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะขนาดของ
อุจจาระ
เคยตรวจพบติ่งเนื้อ ( pre-cancerous or cancerous
polyps ) ในลำไส้ใหญ่
เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
มีอาการถ่ายเป็นเลือดจากลำไส้อักเสบ
ตรวจพบว่าเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก ( iron deficiency
anemia ) ภายใน 6 เดือน
ตรวจพบเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ
( positive fecal occult blood test ) ภายใน 6 เดือน
น้ำหนักลดเกิน 5 กิโลกรัม ในช่วงเวลา 1 ปี โดยหาสาเหตุไม่พบ
ข้อดีของการตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
ง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใส่เครื่องมือที่เป็นท่อยาวเข้าไปในสำไส้
ไม่ต้องให้ยานอนหลับ
สามารถเห็นอวัยวะอื่น ๆ ในช่องท้องในตำแหน่งที่ทำการตรวจ
เช่น ตับ, ตับอ่อน, ไต ฯลฯ
สามารถตรวจลำไส้ใหญ่ในตำแหน่งที่การส่องกล้องไม่สามารถตรวจได้
เช่น ส่วนที่ลึกกว่าก้อนมะเร็ง
ตรวจได้รวดเร็วภายในเวลา
15-20 นาที
มีข้อมูลยืนยันว่าการตรวจติ่งเนื้อขนาดตั้งแต่ 8 มม. มีความแม่นยำเท่ากับการตรวจด้วยการส่องกล้อง
การเตรียมตัวเพื่อรับการตรวจ
เนื่องจากต้องดูรายละเอียดของผนังสำไส้ใหญ่
จึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมลำไส้ใหญ่ให้สะอาดก่อนการตรวจโดยให้ทานอาหารที่ไม่มีกากเป็นเวลา
2 วัน และทานยาระบาย 1 วันก่อนวันตรวจ
ขั้นตอนการตรวจ
1. สวนลมเข้าไปในลำไส้ผ่านทางทวารหนัก
2. นอนนิ่งบนเตียงตรวจในท่าที่เจ้าหน้าที่จัดให้
3.
ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เช่น การหายใจ เข้า-ออก
และกลั้นหายใจ เพื่อให้ภาพที่ได้จากการตรวจคมชัด
4.
ทำการตรวจเก็บข้อมูลด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
5. นำข้อมูลมาประมวลผล และสร้างภาพลำไส้ทั้ง 2 มิติ
และ 3 มิติ
|