การดูแลสุขภาพเท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
เท้า เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมาก เท้าทำให้เราสามารถยืน เดิน วิ่งได้ ให้เราทำกิจกรรมต่างๆได้ก็เพราะเท้า ยังไม่ต้องคิดว่าถ้าเราไม่มีเท้าแล้วเป็นอย่างไร ลองคิดว่าถ้าเราเจ็บเท้า เป็นแผล กระดูกหักเดินไม่ได้จะเจ็บปวดและอึดอัดมากแค่ไหน ยิ่งคนที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเกิดความผิดปกติที่เท้าได้มากกว่าคนที่ไม่เป็น แต่......เชื่อไหมว่าเท้าเป็นอวัยวะที่ถูกทอดทิ้ง และขาดการเอาใจใส่บ่อยมาก กว่าจะรู้ค่าก็อาจสายเสียแล้ว ดังนั้น นอกจากการคุมอาหาร ออกกำลังกาย และรับประทานยาแล้ว การดูแลสุขภาพเท้าเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง การเกิดแผลที่เท้าของผู้ป่วยเบาหวานมีได้หลายสาเหตุ คือ 1. ระบบประสาทส่วนปลายเสื่อม ทำให้เกิดอาการชา ไม่รู้สึกเจ็บปวด ร้อนเย็น เท้าผิดรูป เกิดการเสียดสีกับรองเท้าได้ง่าย และเกิดบาดแผลได้ในที่สุด 2. หลอดเลือดแดงตีบตัน เลือดไปเลี้ยงได้น้อยลง การนำอาหาร ออกซิเจน เม็ดเลือดขาวหรือสารเคมีต่างๆ ไปยังเนื้อเยื่อที่เท้าก็น้อยลง เวลาเกิดแผลจึงหายช้า เกิดเนื้อเน่าตายที่เท้า ดำ ลุกลาม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องตัดขา 3. การติดเชื้อ ประกอบกับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้แผลไม่หาย ลุกลาม เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ การดูแลเท้าแต่แรก สามารถป้องกันการตัดขาได้ 48 85% การดูแลเท้าควรปฏิบัติดังนี้ 1. ตรวจเท้าทุกวัน รวมทั้งใช้กระจกตรวจดูฝ่าเท้า หากมีรอยแตก รอยแยก บวม ช้ำ มีหนังหนา ตาปลา มีแผล ควรรีบพบแพทย์ทันที 2. ล้างเท้าด้วยสบู่ ฟอกระหว่างซอกนิ้วให้สะอาด ใช้ผ้านุ่มเช็ดให้แห้ง และทาด้วยโลชั่นบางๆ เว้นซอกนิ้วกันชื้นแฉะ เปื่อยยุ่ย 3. ตัดเล็บเท้าให้ตรงเสมอกับปลายนิ้ว ไม่งัด แซะมุมเล็บเป็นร่อง หลุม และตะใบอย่าให้คม 4. หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า 5. ปกป้องเท้าด้วยการสวมถุงเท้า และรองเท้า ถุงเท้าต้องไม่รัด ทำจากผ้าฝ้ายที่ถ่ายเทอากาศได้สะดวก เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน สวมรองเท้าที่เหมาะสม เช่น รองเท้าผ้าหุ้มส้น ไม่คับ ไม่บีบรัดที่หัว หรือที่ส้นสูง ควรใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับรูปทรงของเท้า ก่อนสวมรองเท้าควรสำรวจในรองเท้าก่อนว่ามีเศษหิน หรือเศษสิ่งของหลงอยู่ภายในหรือไม่ 6. ห้ามล้าง หรือแช่เท้าในน้ำร้อน เพราะถ้าเท้าชาจะไม่รู้สึกร้อน ทำให้ผิวหนังพอง และเกิดเป็นแผลได้ รวมทั้งการใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบ 7. ห้ามใช้ใบมีด หรือของมีคมขูด ตัดผิวหนังเอง 8. ไม่ควรใส่เครื่องประดับที่เท้า 9. งดสูบบุหรี่ เพราะเป็นปัจจัยโดยตรงให้หลอดเลือดแดงตีบ 10. ระวังอย่าให้อ้วน เพราะเท้าต้องรับน้ำหนักมาก 11. บริหารเท้าทุกวัน อย่างน้อยวันละ 15 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ไปเลี้ยงปลายเท้าที่ดีขึ้น ลองทำดูนะคะ ประโยชน์ของการบริหารเท้า - กระตุ้นการไหลเวียนเลือด - เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ - ป้องกันข้อต่อยึดติด หรือเอ็นหดรั้ง การWarm up กล้ามเนื้อก่อนบริหารเท้า 1. นั่งเหยียดปลายเท้า กระดกปลายเท้าขึ้น จนรู้สึกน่องตึง 2. ยืน ก้าวขาใดขาหนึ่งไปข้างหน้า เข่าหน้าย่อ เข่าหลังเหยียดตรงส้นเท้าหลังติดพื้น หลังตรง การยืดกล้ามเนื้อควรเกร็งค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที ประมาณ 3 5 ครั้งต่อหนึ่งท่า