หัวใจของเราเป็นอวัยวะหนึ่งที่ทำงานหนักที่สุดตลอดชีวิต
ดังนั้นหากหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเหล่านี้เกิดการตีบ
หรืออุดตัน หรือมีการหดตัวอย่างรุนแรงและเป็นเวลานาน
ก็จะนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายได้
ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบริเวณนั้นเสียหาย จากการขาดออกซิเจนและสารอาหาร
เมื่อนานเข้าก็เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถคืนดีดังเดิมได้
กล้ามเนื้อหัวใจที่ตายจะหยุดทำงาน ผู้ป่วยอาจเกิดหัวใจวายและหากรุนแรงอาจเสียชีวิต
ดังนั้นโรคหัวใจจึงเป็นโรคที่จำเป็นต้องรับการรักษาอย่างรวดเร็วและทันท่วงที
ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยรู้สึกว่า มีอาการผิดปกติ เช่น
เจ็บแปลบบริเวณหน้าอก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ปวดกรามหรือใจสั่น
โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เบาหวาน, ความดันเลือดสูง,
ไขมันในเลือดสูง จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์สามารถรักษาโดยการเปิดหลอดเลือดหัวใจได้อย่างทันท่วงที
เพื่อให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายน้อยที่สุด เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
ที่อาจเกิดขึ้นได้

ภาพแสดงหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบ
ในปัจจุบัน การเปิดหลอดเลือดหัวใจทำได้หลายวิธี
ขึ้นกับระยะเวลาที่เป็น, ความพร้อมของสถานบริการ
และความรุนแรงของผู้ป่วย โดยวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ
ได้แก่
1. การให้ยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งสามารถให้การรักษาได้ทุกแห่ง
ถ้าไม่มีข้อห้ามใช้ยา โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยมาถึงแพทย์
ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการ และยังให้ผลดีบ้าง
ถ้าได้รับยาภายใน 6 ชั่วโมง ปัจจุบันเรามียาละลายลิ่มเลือดตัวใหม่
ชื่อ Tenecteplase ซึ่งเป็นยาละลายลิ่มเลือดที่ออกฤทธิ์เร็ว
มีประสิทธิภาพในการเปิดหลอดเลือดได้ดี เมื่อเทียบกับยากลุ่มเดิม
สามารถลัดเข้าหลอดเลือดดำทันทีไม่ต้องเตรียม ไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
ทำให้ลดระยะเวลาที่เสียไประหว่างรอการรักษา
2. การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน
ร่วมกับการฝังขดลวดค้ำยัน ซึ่งเป็นการรักษาที่ดีและได้ผลรวดเร็ว
ซึ่งอาจทำได้เลยตั้งแต่ผู้ป่วยมาถึงหรือมีข้อจำกัดไม่สามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดได้
หรือในกรณีที่ให้ยาละลายลิ่มเลือดแล้วผู้ป่วยยังมีอาการเจ็บหน้าอกอยู่
แต่มีข้อจำกัดที่สถานให้บริการจะต้องพร้อม ทั้งห้องตรวจสวนหัวใจ
ทีมแพทย์พยาบาล ที่มีความชำนาญ

ภาพแสดงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจหลังจากได้รับการขยายด้วยบอลลูน
ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยเกิดอาการดังกล่าว จึงควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างรวดเร็ว
เพื่อป้องกันความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจให้ได้มากที่สุด
| โดย
รศ.นพ.ดำรัส ตรีสุโกศล
|
|