ประชากรเด็กที่เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดในแต่ละปีมีถึง 7,000-8,000 ราย ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 3,500 4,000 ราย หากต้องการรอดชีวิตและมีสุขภาพดี จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอย่างทันท่วงที มิฉะนั้นเด็กเหล่านี้อาจเสียชีวิตในเวลาอันสั้น หรือบางคนสามารถมีชีวิตต่อไปได้แต่ต้องทนทุกข์ทรมาน และในที่สุดต้องเสียชีวิตในเวลาอันสั้น แต่ด้วยข้อจำกัดของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดหัวใจเด็ก และห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลของรัฐซึ่งไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ป่วยต้องหันมาใช้บริการศูนย์หัวใจในภาคเอกชน แต่ดังที่กล่าวมาแล้วว่านอกจากขาดศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ศูนย์หัวใจภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังขาดแคลนบุคลากรที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจเด็กก็คือ พยาบาลผู้ชำนาญการเฉพาะการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจเด็กอีกด้วย ทำให้ไม่สามารถรับผ่าตัดหัวใจเด็กได้อย่างเต็มที่
ศูนย์หัวใจพญาไทได้เริ่มผ่าตัดหัวใจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จนถึงปัจจุบันจำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1,200 ราย เป็นผู้ป่วยเด็กจำนวนกว่า 400 ราย และเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านการพยาบาล ศูนย์หัวใจพญาไทจึงได้สร้างบุคลากรของตนเอง โดยจัดการฝึกอบรมการดูแลผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจ จำนวน 3 รุ่น และการอบรมการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจเด็ก จำนวน 2 รุ่น และมีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีอายุรแพทย์โรคหัวใจ อายุรแพทย์ ศัลยแพทย์โรคหัวใจ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นวิทยากร ซึ่งการอบรมนี้ทำให้ศูนย์หัวใจพญาไทมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจเด็กอยู่ประจำ นอกจากนี้ศูนย์หัวใจพญาไทยังมีอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยที่จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจเด็ก และหากจะดูจากดัชนีชี้วัดคุณภาพของศูนย์หัวใจพญาไทที่ผ่านมาจะพบว่าอัตราตายจากการผ่าตัดเท่ากับ 0.82 % (เกณฑ์ < 1 % ) อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดเท่ากับ 2.3 % (เกณฑ์ < 5 %) ทั้งอัตราตายและอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดทั้งสิ้น ทำให้สามารถประกันคุณภาพในการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจเด็กได้เทียบเท่าโรงพยาบาลของรัฐ
เพื่อพัฒนาศักยภาพของศูนย์หัวใจพญาไท ในต้นปีพ.ศ.2549 นี้ นพ. พีระพัฒน์ มกรพงศ์ ศัลยแพทย์หัวใจเด็ก ซึ่งทำการผ่าตัดหัวใจเด็กมาแล้วมากกว่า 3000 ราย ได้นำเด็กที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 10 กก. มีพยาธิสภาพซับซ้อน เช่น การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติในผู้ป่วยที่เป็น TOF เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นการผ่าตัดที่ยากและการดูแลหลังการผ่าตัดมีความยุ่งยากมาก เข้ามาผ่าตัดที่ศูนย์หัวใจพญาไท พร้อมๆกับพัฒนาพยาบาลของศูนย์หัวใจโดยเปิดการอบรมการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจเด็กขึ้นอีก 1 รุ่น
มีคำถามว่า ควรจะเลือกผ่าตัดหัวใจที่ไหนดี ควรพิจารณา 3 สิ่งเพื่อประกอบการตัดสินใจ ได้แก่ |
- ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์หัวใจ ยิ่งผ่านการผ่าตัดมามากเท่าใด จะทำให้ผลการผ่าตัดดีมากขึ้นเท่านั้น
- จำนวนผู้ป่วยผ่าตัดในโรงพยาบาลนั้นๆ ยิ่งมีจำนวนผู้ป่วยมากเท่าไร ก็แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญมากเท่านั้น
- ดัชนีชี้วัดคุณภาพด้านคลินิก เช่นอัตราตาย อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เป็นต้น
|
|