ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
SPECIAL CENTER
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
ศูนย์ความงาม
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์ทันตกรรม
ศูนย์มะเร็ง
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์โรคไต
ศูนย์เลสิค
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพหญิง
ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต
ศูนย์หัวใจ
ศูนย์ห้องปฏิบัติการ
คลินิกความอ้วน
คลินิกตา
คลินิกเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
คลินิกผิวหนัง
คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ
คลินิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คลินิกภูมิแพ้
คลินิกหู คอ จมูก
คลินิกศัลยกรรม
คลินิกอายุรกรรม
PACKAGES & PROMOTIONS
FACILITIES
PHYATHAI MEMBERSHIP CARD
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ

การฟื้นฟูสมรรถภาพและการบริหารข้อเข่า หลังผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่า

โดย นพ. ทวีเกียรติ รัศมีสุนทรางกูล
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากวงการแพทย์มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการเปลี่ยนข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การฟื้นฟูสมรรถภาพและการบริหารข้อเข่า ทีมแพทย์ให้การรักษาจะให้คำแนะนำในการปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ป่วยใช้ระยะเวลารักษาภายในโรงพยาบาลสั้นที่สุด และสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสภาพปกติอย่างเร็วที่สุด

ผู้ป่วยควรฝึกบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าอย่างสม่ำเสมอและฝึกการงอเหยียดข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปการเหยียดข้อเข่ามีการเปลี่ยนแปลงได้มากใน 6 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด ในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นเวลาที่ควรฝึกบริหารอย่างต็มที่ และควรงอเข่าได้อย่างน้อย 100 องศา ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทุกคนจะรู้สึกขาตึง และปวดข้อเข่า ขณะพยายามงอข้อเข่าใน 2-3 วันแรก แต่เมื่อปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอแล้วอาการปวดและตึง จะลดลงจนหายไป

ท่าบริหารข้อเข่า
1. กระดกข้อเท้าขึ้น
- ลง นอนหงายกระดกข้อเท้าขึ้น ค้างไว้ 3 วินาที แล้วกระดกข้อเท้าลง 3 วินาที ทำซ้ำได้จนรู้สึกกล้ามเนื้อล้า การบริหารท่านี้ช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดของขาดีขึ้น และทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นมากขึ้น
2. การบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า
2.1 นอนเหยียดขา ใช้ผ้ารองใต้ข้อเท้า ไม่ให้ส้นเท้าสัมผัสกับเตียง พยายามเกร็งกล้ามเนื้อกดข้อพับเข่าให้สัมผัสกับเตียงเกร็งขาค้างไว้ 5 – 10 วินาที พัก 1 นาที แล้วเริ่มทำซ้ำใหม่ จนรู้สึกกล้ามเนื้อล้า ถึงค่อยหยุด
2.2 นอนราบบนเตียง ใช้หมอนหรือผ้าหนุนใต้ข้อพับข้างที่ผ่าตัดให้เข่างอ 30 – 45 องศา แล้วพยายามเหยียดเข่าให้ตรง
2.3 นอนเหยียดขา วางมือข้างลำตัว เกร็งกล้ามเนื้อต้นขา ให้ยกขาขึ้นสูงจากพื้น 6 นิ้ว แล้วค่อยๆวางขาช้าๆ ทำซ้ำประมาณ 5 – 10 ครั้ง
3 การบริหารพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อเข่า
ความสามารถในการเคลื่อนไหวของข้อเข่า มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ถ้าข้อเข่าสามารถงอได้ 90 องศา ผู้ป่วยจะสามารถประกอบกิจวัตรประจำวัน โดยส่วนใหญ่ได้ เช่น การเดินปกติ การขึ้นลงบันได การลุกจากเก้าอี้ เป็นต้น
3.1 นอนงอเข่า นอนราบบนเตียง ค่อยๆเลื่อนข้อเท้าข้างที่ผ่าตัดเข้าหาตัวให้มากที่สุดเท่าที่จำทำได้ งอข้างไว้ 5 – 10 วินาที แล้วค่อยๆ เหยียด ทำซ้ำๆ จนรู้สึกกล้ามเนื้อล้า
3.2 นั่งงอเข่า นั่งบนเตียง หรือ เก้าอี้ วางขาข้างที่ไม่ได้ทำผ่าตัดทับขาข้างที่ผ่าตัด ใช้แรงกดให้ขาข้างที่ทำผ่าตัด งอเข่าให้ได้มากที่สุด แล้วผ่อนออก ทำซ้ำๆจนรู้สึกกล้ามเนื้อล้า แล้วให้หยุดพัก
4 การเดิน
ผู้ป่วยสามารถเดินลงน้ำหนักได้เต็มที่หลังผ่าตัด โดยใช้อุปกรณ์พยุงเดิน ( walker) ในระยะ 2 – 4 สัปดาห์แรก จากนั้นถ้าผู้ป่วยมีกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงขึ้น ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ไม้เท้า ( cane ) โดยใช้มือข้างตรงข้ามกับเข่าที่รับการผ่าตัด ประมาณ 2 – 3 เดือน ผู้ป่วยจะเดินได้ใกล้เคียงปกติ
5 การฝึกขึ้นลงบันได
ให้ก้าวขึ้นลงบันได ทีละขั้น ใช้ไม้เท้าด้านตรงข้ามกับเข่าที่ได้รับการผ่าตัด
- การขึ้นบันได ให้ก้าวขาข้างที่ไม่ผ่าตัดขึ้นก่อน แล้วตามด้วยขาข้างที่ผ่า จากนั้นจึงยกไม้เท้าตามมา
- การลงบันได เริ่มจากใช้ไม้เท้าลงก่อน ตามด้วยขาข้างที่ผ่าแล้วจึงก้าวข้างที่ไม่ได้ผ่าตาม
** การขึ้นลงบันได ควรทำเมื่อเดินบนพื้นราบได้คล่อง ในระยะแรกต้องมีผู้ดูแลและต้องระวังอุบัติเหตุ
โปรแกรมในการทำกายบริหารเข่าหลังผ่าตัด
1. ระยะหลังผ่าตัดใน 24 ชั่วโมงแรก
- นอนเหยียดขาในท่าตรง สามารถงอเข่าได้เป็นครั้งคราว
- กระดกข้อเท้า ขึ้น – ลง
- เริ่มบริหารกล้ามเนื้อต้นขา ด้านหน้า โดยเหยียดข้อเข่าตรง และกดให้ข้อพับเข่าติดพื้นเตียง
- ประคบความเย็นบ่อยๆ
2. ระยะหลังผ่าตัดวันที่ 1
- ให้ปฏิบัติเหมือน 24 ชั่วโมงแรก แต่ให้เพิ่มความถี่ในการบริหาร
- สามารถลุกนั่งบนเตียง
- เริ่มบริหารงอ และ เหยียดเข่าบนเตียง
- หัดยืน และ หัดเดินโดยใช้อุปกรณ์พยุงเดิน
3. ระยะหลังผ่าตัดวันที่ 2
- ให้ปฏิบัติตัวเหมือนวันก่อนหน้านี้
- สามารถลุกนั้งได้ 20 – 30 นาที วันละ 3 – 4 ครั้ง
- เดิน 5 – 10 เมตร วันละ 2 – 3 ครั้ง
- เริ่มบริหารพิสัยการเคลื่อนไหวของเข่า โดยการงอเข่าข้างขอบเตียง ให้ผู้ป่วยฝึกงอเข่าจนพิสัยการเคลื่อนไหวได้อย่างน้อย 0 – 60 องศา
- บริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า โดยการเหยียดเข่ายกขาได้
4. ระยะหลังผ่าตัดวันที่ 3
- ให้ปฏิบัติเหมือนวันก่อนหน้านี้
- เดิน 5 – 10 เมตร จำนวน 3 – 4 ครั้ง/วัน
- งอเข่าจนพิสัยการเคลื่อนไหวอย่างน้อย 0 – 70 องศา
5. ระยะหลังผ่าตัดวันที่ 4
- ให้ปฏิบัติตัวเหมือนวันก่อนหน้านี้
- หัดเดินบ่อยขึ้น เพิ่มระยะทางเป็น 10 – 20 เมตร/ครั้ง
- งอเข่าจนพิสัยการเคลื่อนไหวได้อย่างน้อย 0 – 80 องศา
6. ระยะหลังผ่าตัดวันที่ 5
- ให้ปฏิบัติตัวเหมือนวันก่อนหน้านี้
- สามารถลุกจากเตียงและเดินได้อย่างคล่องมากขึ้น
- งอเข่าจนพิสัยการเคลื่อนไหวได้อย่างน้อย 0 – 90 องศา
7. ระยะ 2 - 6 สัปดาห์ หลังผ่าตัด
- เดินโดยใช้ไม้เท้าช่วยพยุงได้มากขึ้น ค่อยๆเพิ่มครั้งละ 50 – 100 เมตร
- พิสัยการเคลื่อนไหวของข้อเท้า 0 – 110 องศา
- ฝึกการขึ้นลงบันไดด้วยตนเอง
8. ระยะ 6 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน หลังผ่าตัด
- สามารถเดินโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าได้บ้าง
- สามารถทำงานช่วยเหลือตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพิงคนอื่น
9. ระยะ 3 เดือน หลังผ่าตัด
- เน้นเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติ
- การออกกำลังกายที่สามารถทำได้ เช่น ว่ายน้ำ , แอโรบิก/การเดินในน้ำ , ขี่จักรยานอยู่กับที่ , กอล์ฟ และเต้นรำ เป็นต้น
- ควรหลีกเลี่ยงการวิ่ง ฟุตบอล , บาสเกตบอล , เทนนิส , แบดมินตัน และ การกระโดดเป็นต้น