ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
SPECIAL CENTER
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
ศูนย์ความงาม
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์ทันตกรรม
ศูนย์มะเร็ง
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์โรคไต
ศูนย์เลสิค
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพหญิง
ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต
ศูนย์หัวใจ
ศูนย์ห้องปฏิบัติการ
คลินิกความอ้วน
คลินิกตา
คลินิกเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
คลินิกผิวหนัง
คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ
คลินิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คลินิกภูมิแพ้
คลินิกหู คอ จมูก
คลินิกศัลยกรรม
คลินิกอายุรกรรม
PACKAGES & PROMOTIONS
FACILITIES
PHYATHAI MEMBERSHIP CARD
คลินิกศัลยกรรมกระดูก และข้อ

โรคกระดูกพรุน  (Osteoporosis)

    โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่มีผลกระทบเป็นอย่างสูงกับคนสูงอายุทั่วโลก ในประเทศไทยพบว่าผู้สูงอายุเป็นโรคนี้กันมาก
    โรคกระดูกพรุน เป็นภาวะที่เนื้อกระดูกลดลง  และโครงสร้างภายในเนื้อกระดูกเปลี่ยนแปลงทำให้กระดูกเปราะบางและแตกหักง่าย แม้ความแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย

     ปกติเนื้อกระดูกจะค่อยๆสะสมตั้งแต่แรกเกิด และมีความหนาแน่นของกระดูกสูงสุด เมื่ออายุ 30 ปี จากนั้นเนื้อกระดูกจะลดลงเรื่อยๆ ในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน อายุประมาณ 50 ปี  เนื้อกระดูกจะลดลงมากกว่าผู้ชายอายุที่เท่ากัน ประมาณ 5 – 10 ปี  หลังจากนั้นผู้หญิงและผู้ชายจะมีอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูกเท่าๆกัน

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน
                1.  เพศ     เพศหญิงมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย
                2.  อายุ     อายุยิ่งมากขึ้นกระดูกจะบางมากยิ่งขึ้น
                3.  เชื้อชาติ     พบในคนเอเชียและผิวขาวมากกว่า
                4.  รูปร่าง        รูปร่างเล็กและผอมบาง กระดูกจะบางมากกว่าคนรูปร่างปกติ
                6.  ดื่มกาแฟ    เป็นต้นเหตุของโรคกระดูกพรุน
                7.  สูบบุหรี่, ดื่มสุรา เป็นสาเหตุทำให้กระดูกบางมากยิ่งขึ้น
                8.  การใช้ยาบางชนิด  เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์  เป็นต้น

การป้องกันและรักษา
1.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง คือ
   -  รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเพียงพอ
   -  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที  ไม่น้อยกว่า 3 วัน / สัปดาห์
   -  งดการสูบบุหรี่  และงดดื่มกาแฟ
2. การรักษาโดยใช้ยา ได้แก่
   -  แคลเซียมและวิตามินดี
   -  ยากลุ่มฮอร์โมน
   -  แคลซิโตนิน
   -  ยากลุ่มบิสฟอสฟอร์เนต