ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
SPECIAL CENTER
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
ศูนย์ความงาม
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์ทันตกรรม
ศูนย์มะเร็ง
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์โรคไต
ศูนย์เลสิค
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพหญิง
ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต
ศูนย์หัวใจ
ศูนย์ห้องปฏิบัติการ
คลินิกความอ้วน
คลินิกตา
คลินิกเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
คลินิกผิวหนัง
คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ
คลินิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คลินิกภูมิแพ้
คลินิกหู คอ จมูก
คลินิกศัลยกรรม
คลินิกอายุรกรรม
PACKAGES & PROMOTIONS
FACILITIES
PHYATHAI MEMBERSHIP CARD
คลินิกตา

ผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส (Contact Dermatitis)

เป็นโรคผิวหนังซึ่งเกิดจากการสัมผัสกับสารภายนอกร่างกาย มีอาการคัน ผิวหนังมีผื่น บวม แดง และอาจมีน้ำเหลืองไหล ในบริเวณที่สัมผัสสารต้นเหตุ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการระคายเคืองจากสารเคมี น้ำยาซัก-ล้าง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในเปียกชื้นการทำงานบ้าน อย่างไรก็ตามสารบางชนิดก็ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยสารก่อภูมิแพ้จะไปกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกาย ให้หลั่งสารบางชนิดออกมาทำให้เกิดอาการผื่นคัน สารที่พบว่าเกิดอาการแพ้บ่อย ๆ คือ Nickel (ในโลหะของปลอม เครื่องประดับ, น้ำหอม, และสารกันเสียในเครื่องสำอาง, น้ำยาย้อมผม, ปูนซิเมนต์, และผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ

อาการ
อาการของผู้ที่มีผื่นระคายเคืองจะมีผื่นแดง แห้ง แตก มักเป็นในตำแหน่ง ฝ่ามือที่สัมผัสกับสารเคมี หรือถูกน้ำบ่อย ๆ ในขณะที่ผื่นแพ้สัมผัสจะเกิดได้ในหลายบริเวณ แล้วแต่ว่าจะสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ทีบริเวณใดของร่างกาย เช่น เป็นผื่นที่ศีรษะจากแพ้น้ำยาย้อมผม ผื่นที่ติ่งหูและข้อมือจากแพ้ต่างหู และสายนาฬิกา ผื่นที่รักแร้จากการแพ้น้ำหอมในน้ำยาดังกลิ่นตัว เป็นต้น

ในกรณีที่สงสัยว่าผิวหนังอักเสบเกิดจากการแพ้สัมผัสหรือไม่ ควรเข้ารับการทดสอบผื่นแพ้สัมผัส (Patch test) โดยแพทย์ผิวหนังจะปิดสารทดสอบไว้ที่ผิวบริเวณหลังหรือต้นแขนของผู้ป่วย เพื่อให้สารทดสอบติดอยู่ที่ผิวเป็นเวลา 48 ชั่วโมง จึงแกะออกและอ่านผลการทดสอบ เมื่อครบ 48 และ 96 ชั่วโมงแล้ว หากผู้ป่วยมีอาการหลังจากนั้น แพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงสารที่แพ้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงสารก่ออาการระคายเคืองอื่น ๆ และให้ยาที่เหมาะสมในการรักษาต่อไป

การป้องกันโรคผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส
1. หลีกเลี่ยงสารที่ทำการทดสอบแล้วพบว่าแพ้
2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารระคายเคือง เช่น ผงซักฟอก, น้ำยาซักล้างชนิดต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผิวแตก, แห้ง และคันมากขึ้น
3. ใส่ถุงมือที่เหมาะสมกับการทำงาน เช่น ถุงมือผ้า , ถุงมือหนัง, ถุงมือยาง, ถุงมือ PVC เป็นต้น
4. ใส่สบู่ล้างมือน้อยลง หากจำเป็นให้ใช้สบู่เหลวไร้ด่าง และทาครีมบำรุงทุกครั้งหลังล้างมือ
การรักษาโรคผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส จุดประสงค์คือเพื่อลดความดันลูกตาลง ซึ่งทำได้โดยวิธี
1. ในระยะที่มีผื่นอักเสบเป็นน้ำเหลือง หรือเป็นตุ่มหนอง ให้ใช้ผ้ากอซ 3-4 แผ่น ชุบน้ำเกลือ (ที่ใช้สำหรับล้างแผล) ปะคบผื่นไว้ประมาณ 10-20 นาที วันละ 2 ครั้ง จนกว่าน้ำเหลืองหรือหนองแห้ง
2. ทายาคอร์ติโคสเตอรอยด์ เพื่อลดอาการอักเสบของผิวหนัง
3. รับประทานยาแก้แพ้ เพื่อลดอาการคัน