ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
SPECIAL CENTER
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
ศูนย์ความงาม
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์ทันตกรรม
ศูนย์มะเร็ง
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์โรคไต
ศูนย์เลสิค
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพหญิง
ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต
ศูนย์หัวใจ
ศูนย์ห้องปฏิบัติการ
คลินิกความอ้วน
คลินิกตา
คลินิกเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
คลินิกผิวหนัง
คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ
คลินิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คลินิกภูมิแพ้
คลินิกหู คอ จมูก
คลินิกศัลยกรรม
คลินิกอายุรกรรม
PACKAGES & PROMOTIONS
FACILITIES
PHYATHAI MEMBERSHIP CARD
ศูนย์สุขภาพหญิง

การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด (Prenatal Diagnosis)

“ต้อนรับสมาชิกใหม่ ด้วยความอุ่นใจ”
เบื้องหลังความสมบูรณ์แข็งแรงของเจ้าตัวน้อย คือการดูแลอย่างใส่ใจ

การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด (Prenatal Diagnosis) เป็นการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาโรคทางพันธุกรรมต่าง ๆ ความ พิการหรือความผิดปกติต่าง ๆ ของทารกขณะอยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งถือเป็นทางเลือกชหนึ่งสำหรับคู่สามีภรรยา เพื่อหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการมีบุตรเป็นโรคพันธุกรรมหรือความพิการแต่กำเนิด ประกอบด้วย

1. การตรวจแบบ Non-Invasive technique
    • การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
    • การตรวจสารเคมีในเลือดมารดาขณะตั้งครรภ์ (Maternal serum screening test)
    • การตรวจหาเซลล์ของทารกในครรภ์จากเลือดมารดา (Fetal cell in maternal circulation)
    • การตรวจวินิจฉัยก่อนการฝังตัว (Preimplantation diagnosis)

2. การตรวจแบบ Invasive technique
    • การตัดชิ้นเนื้อจากรก (Chorionic villi sampling or CVS)
    • การเจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
    • การเจาะเลือดจากสายสะดือทารกในครรภ์ (Cordocentesis)
    • การตรวจด้วยกล้องส่องทารกและการตัดชิ้นเนื้อทารกในครรภ์ (Fetoscopy and tissue biopsy)

ข้อบ่งชี้สำคัญในการวินิจฉัยก่อนคลอด
    • คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปีนับจนถึงวันครบกำหนดคลอด
    • คุณพ่อหรือคุณแม่ที่มีโครโมโซมผิดปกติ
    • ประวัติเคยให้กำเนิดบุตรคนก่อนซึ่งมีโครโมโซมผิดปกติ
    • มีความผิดปกติของทารกในครรภ์จากการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง
    • มีความผิดปกติของการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดมารดา

  การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง และสามารถทำได้บ่อย
  ครั้งเท่าที่ต้องการ ปัจจุบันพัฒนาการของเครื่องอัลตร้าซาวน์ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จาก 2 มิติ พัฒนาสู่ 3
  และ 4 มิติในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ความละเอียดในการตรวจวินิจฉัยได้ดีขึ้นและชัดเจนขึ้นอย่างมาก เช่น การ
  ดู ลักษณะกายภาพทางผิวสัมผัสทารก เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ การดูกายวิภาคหัวใจทารก ตลอดจนเส้น
  เลือดสำคัญต่าง ๆ ร่วมกับประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำให้สามารถตรวจพบลักษณะความผิดปกติ
  ต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ได้เร็วขึ้น


  การตรวจสารเคมีในเลือดมารดาขณะตั้งครรภ์ (Maternal serum screening test)
  คือการตรวจสารเคมีบางชนิดในเลือดสตรีตั้งครรภ์ เพื่อหาความเสี่ยงในการเกิดทารกกลุ่มอาการดาวน์
  หรือ Trisomy21 รวมถึงทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดหรือ Trisomy 18 และกลุ่มอาการผิดปกติในระบบประ
  สาท ศีรษะและไขสันหลังของทารกในครรภ์ ซึ่งข้อดีคือสามารถตรวจได้ทั้งไตรมาสแรก และไตรมาสที่
  สอง ของการตั้งครรภ์


  การตัดชิ้นเนื้อจากรก (Chorionic villi sampling or CVS)
  เป็นวิธีการตัดหรือดูดเนื้อรกบางส่วน เพื่อตรวจวิเคราะห์โรคของทารกในครรภ์ เนื่องจากทารกและรก
  เจริญพัฒนามาจากเซลล์เนื้อเยื่อเดียวกันจึงมีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายคลึงกัน


  การเจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
  เป็นวิธีการแรกที่นำมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดและเป็นวิธีที่นิยมและใช้มากที่สุดในปัจจุบัน เนื่อง
  จากทำได้ง่าย อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งต่อมารดาและทารกในครรภ์ต่ำ ให้ผลที่มีความแม่นยำสูง
  (มากกว่าร้อยละ 99)

 

สนับสนุนข้อมูลโดย พ.ท.นพ.นิวัฒน์ อรัญญาเกษมสุข

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
คลินิกเวชศาสตร์ทารกในครรภ์ ศูนย์สุขภาพหญิง
ชั้น 2 อาคาร 1 โรงพยาบาลพญาไท 2
โทร.0-2617-2444 ต่อ 4268, 4269