ต้อนรับสมาชิกใหม่ ด้วยความอุ่นใจ
เบื้องหลังความสมบูรณ์แข็งแรงของเจ้าตัวน้อย คือการดูแลอย่างใส่ใจ
การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด (Prenatal Diagnosis) เป็นการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาโรคทางพันธุกรรมต่าง ๆ ความ พิการหรือความผิดปกติต่าง ๆ ของทารกขณะอยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งถือเป็นทางเลือกชหนึ่งสำหรับคู่สามีภรรยา เพื่อหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการมีบุตรเป็นโรคพันธุกรรมหรือความพิการแต่กำเนิด ประกอบด้วย
1. การตรวจแบบ Non-Invasive technique
• การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
• การตรวจสารเคมีในเลือดมารดาขณะตั้งครรภ์ (Maternal serum screening test)
• การตรวจหาเซลล์ของทารกในครรภ์จากเลือดมารดา (Fetal cell in maternal circulation)
• การตรวจวินิจฉัยก่อนการฝังตัว (Preimplantation diagnosis)
2. การตรวจแบบ Invasive technique
• การตัดชิ้นเนื้อจากรก (Chorionic villi sampling or CVS)
• การเจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
• การเจาะเลือดจากสายสะดือทารกในครรภ์ (Cordocentesis)
• การตรวจด้วยกล้องส่องทารกและการตัดชิ้นเนื้อทารกในครรภ์ (Fetoscopy and tissue biopsy)
ข้อบ่งชี้สำคัญในการวินิจฉัยก่อนคลอด
• คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปีนับจนถึงวันครบกำหนดคลอด
• คุณพ่อหรือคุณแม่ที่มีโครโมโซมผิดปกติ
• ประวัติเคยให้กำเนิดบุตรคนก่อนซึ่งมีโครโมโซมผิดปกติ
• มีความผิดปกติของทารกในครรภ์จากการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง
• มีความผิดปกติของการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดมารดา
|
การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง และสามารถทำได้บ่อย
ครั้งเท่าที่ต้องการ ปัจจุบันพัฒนาการของเครื่องอัลตร้าซาวน์ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จาก 2 มิติ พัฒนาสู่ 3
และ 4 มิติในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ความละเอียดในการตรวจวินิจฉัยได้ดีขึ้นและชัดเจนขึ้นอย่างมาก เช่น การ
ดู ลักษณะกายภาพทางผิวสัมผัสทารก เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ การดูกายวิภาคหัวใจทารก ตลอดจนเส้น
เลือดสำคัญต่าง ๆ ร่วมกับประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำให้สามารถตรวจพบลักษณะความผิดปกติ
ต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ได้เร็วขึ้น
|
การตรวจสารเคมีในเลือดมารดาขณะตั้งครรภ์ (Maternal serum screening test)
คือการตรวจสารเคมีบางชนิดในเลือดสตรีตั้งครรภ์ เพื่อหาความเสี่ยงในการเกิดทารกกลุ่มอาการดาวน์
หรือ Trisomy21 รวมถึงทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดหรือ Trisomy 18 และกลุ่มอาการผิดปกติในระบบประ
สาท ศีรษะและไขสันหลังของทารกในครรภ์ ซึ่งข้อดีคือสามารถตรวจได้ทั้งไตรมาสแรก และไตรมาสที่
สอง ของการตั้งครรภ์
|
การตัดชิ้นเนื้อจากรก (Chorionic villi sampling or CVS)
เป็นวิธีการตัดหรือดูดเนื้อรกบางส่วน เพื่อตรวจวิเคราะห์โรคของทารกในครรภ์ เนื่องจากทารกและรก
เจริญพัฒนามาจากเซลล์เนื้อเยื่อเดียวกันจึงมีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายคลึงกัน
|
การเจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
เป็นวิธีการแรกที่นำมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดและเป็นวิธีที่นิยมและใช้มากที่สุดในปัจจุบัน เนื่อง
จากทำได้ง่าย อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งต่อมารดาและทารกในครรภ์ต่ำ ให้ผลที่มีความแม่นยำสูง
(มากกว่าร้อยละ 99)
|
|