ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

อย่าปล่อยให้ลูกแปรปรวน! เมื่อลูกติดเกม..ควรรีบรักษา



คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจมีคำถาม ถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกติดเกม  หรือหมกมุ่นอยู่กับคอมพิวเตอร์  หรืออุปกรณ์แท็บเล็ต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 อธิบายว่า พฤติกรรมติดเกมสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กมีโอกาสรู้จักและเข้าไปสัมผัสกับเกม ไม่ว่าจะเป็นเกมจากโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์

รู้ได้อย่างไร? ว่าลูกกำลังติดเกม

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตสัญญาณของการเริ่มติดเกม คือ เด็กจะใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับเกมโดยไม่รู้เวลาและไม่สามารถควบคุมตนเองให้เลิกเล่นได้ พยายามดิ้นรนที่จะใฝ่หาการเล่นเกมมากขึ้น เมื่อผู้ปกครองบอกให้หยุดเล่นเกมก็จะแสดงอาการหงุดหงิด กระวนกระวาย บางครั้งถึงกับอาละวาดก้าวร้าว เกิดปัญหาทางอารมณ์ และการเล่นเกมจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย การเรียน สัมพันธภาพกับคนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งทำให้พัฒนาการช้าในเด็กเล็ก 

แล้วเด็กติดเกม...มีสาเหตุมาจากปัจจัยอะไร?

 - ปัจจัยจากตัวเด็ก เด็กที่มีโอกาสเสี่ยงในการติดเกมได้มาก เช่น ในเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น มีความอดทนน้อย ขาดการควบคุมตนเอง ในเด็กที่มีปัญหาอารมณ์ซึมเศร้า เครียด อาจใช้เกมเพื่อช่วยคลายเครียด สร้างความสุข เด็กที่ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง (Low self-esteem) ขาดทักษะทางสังคม หรือมีปัญหาการเรียน อาจใช้เกมเป็นสิ่งที่ทำให้เพิ่มความสามารถและความภาคภูมิใจ ได้รับการยอมรับจากเพื่อนและสังคมได้ 

- ปัจจัยด้านครอบครัว สิ่งสำคัญคือการเลี้ยงดูที่ขาดระเบียบวินัย กฎกติกา หรือตามใจเด็กมากเกินไป ทำให้เด็กขาดการควบคุมตัวเองในการเล่นเกม หลายงานวิจัยพบว่าปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กติดเกมได้ บางครอบครัวใช้อารมณ์กับลูกหรือไม่มีเวลาให้เด็ก ขาดการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน ทำให้เด็กเกิดความเหงา ความเบื่อหน่าย เด็กจึงต้องหากิจกรรมอื่นเพื่อทำให้ตัวเองสนุก...ซึ่งก็คือการเล่นเกม หรือบางครั้งครอบครัวก็ใช้เกมเพื่อช่วยให้เด็กนิ่ง สงบ ไม่รบกวนการทำงานของครอบครัว และผู้ปกครองที่ความสัมพันธ์กับเด็กไม่ดีมักจะพบว่าเด็กไม่เชื่อฟังเวลากำหนดกติกาการเล่นเกม หรือให้หยุดเล่น  

- ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กเข้าถึงเกมได้ง่าย เช่น การที่พ่อแม่หยิบยื่นอุปกรณ์ที่ทำให้เด็กเข้าถึงเกมมากเกินไป ในสังคมมีกลุ่มเพื่อนที่มีการพูดคุยเรื่องเกม โรงเรียนหรือ บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ร้านเกมก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กติดเกมได้ง่ายขึ้น ทีมผู้ผลิตเกมในปัจจุบันทำได้ดึงดูดให้เด็กอยู่หน้าจอได้นานขึ้นเรื่อยๆ  

- ปัจจัยทางชีวภาพ จากหลายการศึกษาพบว่าเด็กที่มีภาวะติดเกมนั้นสมองถูกกระตุ้นคล้ายกับผู้ติดยาเสพติด  

ผลกระทบที่เกิดจากการติดเกม

เด็กติดเกมมักจะเล่นเกมจนมีปัญหาสุขภาพร่างกาย ปวดหลัง ปวดหัว ละเลยความต้องการพื้นฐานของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการกินหรือการนอน ไม่สนใจเรียนจนส่งผลกระทบต่อผลการเรียน มีภาวะแยกตัวไม่เข้าสังสม หมกมุ่นอยู่กับเกม บ่อยครั้งที่เด็กอาจแสดงออกทางอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมกับพ่อแม่ถ้าหากไม่ได้เล่น อาจอาละวาด ฉุนเฉียว ก้าวร้าว หรือมีอารมณ์ซึมเศร้าได้  

ธรรมชาติของพ่อแม่..อาจทำร้ายลูก 

ด้วยความรักที่ผู้ปกครองมีให้เด็กอาจมีการเลี้ยงดูที่ตามใจมากเกินไปโดยไม่ได้สร้างระเบียบวินัยให้กับเด็ก ใจอ่อนหรือคิดว่าเดี๋ยวโตขึ้นก็หายเอง ความคิดเหล่านี้ก็อาจสร้างปัญหาให้เด็กได้ บ่อยครั้งที่พบว่าผู้ปกครองที่ตามใจเด็กมากเกินไปอาจระเบิดอารมณ์เป็นครั้งๆซึ่งแน่นอนว่าไม่ก่อให้เกิดระเบียบวินัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากขาดความสม่ำเสมอ อีกประการคือ การปล่อยปะละเลยไม่สนใจในตัวเด็ก ไม่มีเวลาให้ลูก หรือพ่อแม่บางคนมีปัญหาส่วนตัวด้านอารมณ์ ทะเลาะกันให้เห็นจนเด็กเกิดความเครียดก็จะทำให้เด็กหาทางออกโดยการเล่นเกม เพราะไม่อยากเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันก็อาจเป็นผลเสียต่อเด็กได้ 

ลูกติดเกม...พ่อแม่ช่วยได้! 

พ่อแม่สามารถแก้ปัญหาลูกติดเกมได้ด้วยตัวเอง สิ่งแรกพ่อแม่ต้องค้นพบให้ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเข้าข่ายติดเกม โดย “การสังเกต” ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวลูกและทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก พ่อแม่ควรมองย้อนกลับไปหาต้นตอที่ทำให้ลูกติดเกม จาก 3 ปัจจัยหลักให้ครบ....

ประการแรก คือ Self-Esteem ของเด็กเป็นอย่างไร พ่อแม่มีเวลาให้ลูกมากพอหรือไม่ ครอบครัวมีระเบียบวินัยมากน้อยแค่ไหน รวมถึงสังคมภายนอกที่เป็นปัจจัยให้เด็กติดเกมได้ ซึ่งหากพ่อแม่สังเกตเห็นและแก้ไขสาเหตุนั้นได้ ก็จะสามารถช่วยให้เด็กหายจากพฤติกรรมติดเกมได้อย่างมาก 

ประการที่สอง คือ การเข้าไปรู้จักกับเกมที่เด็กเล่น เพราะต้องยอมรับว่าเกมไม่ได้ส่งผลเสียต่อเด็กทุกเกม บางเกมสามารถส่งเสริมพัฒนาการได้ การเข้าไปทำความรู้จักกับเกมเพื่อหาโอกาสคุยกับลูกได้มากขึ้นซึ่งอาจเป็นการกระชับสัมพันธภาพ รู้จักในสิ่งที่ลูกชอบ เพื่อสามารถชวนมาทำกิจกรรมอื่นๆในลักษณะที่ลูกชอบร่วมกัน  

ประการที่สาม คือ การอนุญาตหรือตั้งกฎในการเล่นเกมใหม่ วัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กรู้จักการเล่นเกมอย่างพอเหมาะ ไม่ใช่ห้ามเล่นเลย พ่อแม่อาจกลับมาตั้งกฎในการเกมให้ลูกเล่นเกมเป็นเวลา ให้ลูกมีส่วนร่วมในการตั้งกฏกติกา และให้รางวัล ชมเชยเมื่อลูกสามารถทำได้ตามกฎที่ตั้งไว้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นเกมหากมีเป็นส่วนตัวโอกาสที่จะติดเกมก็เพิ่มขึ้น พ่อแม่อาจติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไว้บริเวณห้องนั่งเล่น ห้องดูหนัง หรือพื้นที่ส่วนรวมของบ้านเพื่อตรวจสอบได้ง่าย 

กิจกรรมภายในครอบครัว...คือยารักษาที่ดี

ผู้ปกครองควรมองหาจุดดีของเด็ก ชม กอด หอม สัมผัส เพื่อดึงเด็กกลับมาในครอบครัว เมื่อความสัมพันธ์ดีขึ้นเด็กจะมีความเกรงใจและเชื่อฟังผู้ปกครองมากขึ้น และจากประสบการณ์ให้คำปรึกษาพฤติกรรมติดเกมในครอบครัว คุณหมอมักได้รับคำตอบว่า “ไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีอะไรทำ” เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กติดเกมได้ง่าย

พ่อแม่สามารถมองหาจุดเด่นของเด็กเพื่อเลือกกิจกรรมอื่นที่มีประโยชน์ในชีวิตจริงอาทิ ดนตรี ศิลปะ กีฬา ซึ่งนอกจากจะช่วยดึงเด็กออกจากโลกแห่งเกมแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตัวเองให้กับเด็กอีกด้วย ซึ่งหากกิจกรรมนั้นเป็นกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวก็จะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เด็กเข้าถึงอุปกรณ์ที่จะเล่นเกมได้น้อยลง นอกจากนี้ ยังช่วยดึงพ่อแม่ออกจากการเล่นโทรศัพท์ สื่อสังคมออนไลน์ได้อีกด้วย เพราะถ้ายังเล่นให้ลูกเห็นเป็นประจำก็อาจทำให้เด็กนำมาเปรียบเทียบกับตนเอง และคิดว่าตัวเองมีสิทธิที่จะทำตามแบบอย่างนั้นได้ 

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 แนะนำว่า การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ที่มีความรู้เข้าใจในพฤติกรรมติดเกม ควรทำเมื่อการติดเกมได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อมของเด็ก หรือหลังจากที่พ่อแม่ได้ทดลองแก้ปัญหาลูกติดเกมตามคำแนะนำข้างต้นแล้วรู้สึกว่ายังไม่สามารถปรับพฤติกรรมของลูกได้ ซึ่งแพทย์จะประเมินสาเหตุและวางแผนช่วยเหลือร่วมกับเด็กและครอบครัว เพื่อวางแผนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมกับตัวเด็ก ครอบครัว และสิ่งแวดล้อมของเด็กเอง หรืออาจพิจารณาให้การรักษาในโรงพยาบาลในกรณีที่มีปัญหาทางอารมณ์หรือพฤติกรรมที่รุนแรงเพื่อเตรียมความพร้อมของครอบครัวและรักษาเด็ก 



พญ.กมลวิสาข์ เตชะพูลผล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น  

ศูนย์สุขภาพเด็ก 

โรงพยาบาลพญาไท 2 

Rate this article : อย่าปล่อยให้ลูกแปรปรวน! เมื่อลูกติดเกม..ควรรีบรักษา

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง