ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล

อาการขี้ลืมเป็นอาการที่มักพบได้ในผู้สูงวัย แต่การขี้ลืมนั้นมีหลายแบบ ซึ่งบางอาการนั้นเป็นสัญญาณเตือนถึงการเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อมประเภท “อัลไซเมอร์” หากคนในบ้านมองข้ามอาการเหล่านี้ และไม่สามารถพบการดำเนินโรคได้ก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ช้าลง การรักษาก็จะยากยิ่งขึ้น หากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้สูงวัยสังเกตเห็นอาการหรือพฤติกรรมที่คาดว่าจะเป็นโรค “อัลไซเมอร์” ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาทางป้องกันและชะลอการดำเนินโรค ทำให้การดำเนินชีวิตของผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

โรคอัลไซเมอร์  (Alzheimer’s disease) เป็นโรคหนึ่งที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองอย่างช้าๆ ทำให้ระดับของสารสื่อประสาทในสมอง (Acetylcholine) ลดลง  มีผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาในเรื่องของความคิด ความจำ พฤติกรรม และการใช้ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล ประสาทแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมอง ได้อธิบายถึงระยะการดำเนินโรค ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะคือ

ระยะแรก (Early-Stage)

ผู้สูงวัยที่เริ่มมีอาการสมองเสื่อมประเภทอัลไซเมอร์ยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ได้เอง แต่จะเริ่มมีอาการหลงลืมเรื่องใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เพิ่งพูดหรือทำไป อย่างเช่น เพิ่งโทรศัพท์ไปหาลูกและเล่าเรื่องราวให้ลูกฟัง แต่อีกสักพักก็โทรศัพท์ไปหาลูกและเล่าเรื่องเดิมอีก ทำแบบนี้วันละหลายครั้ง เพราะลืมว่าได้โทรศัพท์คุยกับลูกแล้ว เวลาพูดคุยก็มักจะพูดซ้ำๆ ถามซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ แต่ความจำเก่าๆ ที่เกิดขึ้นมานานสมัยหนุ่มสาวยังจำได้ดีอยู่ นอกจากนี้ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นอาจจะเริ่มเรียกชื่อสิ่งของไม่ถูกแต่รู้ว่าสิ่งนั้นมีไว้ทำอะไร เช่น เรียก “นาฬิกา” ไม่ถูก แต่รู้ว่ามีไว้สำหรับดูเวลา  เริ่มสับสนทิศทาง ซ้าย ขวา ตัดสินใจเดินไปไม่ถูกทาง โดยเฉพาะทางที่ไม่คุ้นเคย  

ระยะที่สอง (Middle-Stage)

ผู้ป่วยจะบกพร่องในการดูแลตัวเอง เริ่มไม่ใส่ใจตัวเอง ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ อารมณ์หงุดหงิดแปรปรวน บุคคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป สูญเสียความทรงจำใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นใกล้ๆ มากขึ้น เช่น จำไม่ได้ว่าทานข้าวไปแล้ว สูญเสียความสามารถในการใช้ภาษา ใช้ภาษาผิดพลาดมากกว่าเดิม เรียกชื่อคนผิดๆ ถูกๆ เริ่มเห็นภาพหลอน

ระยะที่สาม (Late-Stage)

ผู้ป่วยในระยะนี้จะต้องมีผู้คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง การเคลื่อนไหวร่างกายจะน้อยลง หรือนอนติดเตียง ความเฉลียวฉลาดหรือความจำจะแย่ลงมาก มักเฉยเมยไม่สนใจอะไรเลย ถึงขนาดจำคนใกล้ชิดไม่ได้ และอาจจำชื่อตัวเองไม่ได้ด้วย อาจมีพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรง ขว้างปาสิ่งของ ทานข้าวเลอะเทอะ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

จะเห็นได้ว่าในเรื่องของความจำและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นจะมีมากมายหลายอย่าง แต่จะมีรายละเอียดที่ต่างกันระหว่างอาการของโรคอัลไซเมอร์กับความขี้หลงขี้ลืมทั่วๆ ไป ที่เป็นการหลงลืมชั่วคราวจากสาเหตุอื่น พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล จึงให้ข้อสังเกตไว้ดังนี้

1. ความจำแย่ลง หลงลืม จนรบกวนชีวิตประจำวัน

หากผู้สูงวัยมีปัญหาด้านความจำระยะสั้น คือมีอาการหลงลืมสิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ลืมวันสำคัญหรือเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะลืม หรือมักถามอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งถามไป นั่นคือสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์ แต่หากเกิดอาการหลงลืมเพียงครั้งคราว พอเวลาผ่านไปสามารถนึกขึ้นได้หรือจำได้ นั่นไม่ใช่อาการของโรคอัลไซเมอร์

2. ความสามารถในการวางแผนหรือแก้ไขปัญหาลดลง

ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะใช้เวลาในการทำกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ที่เคยทำเป็นประจำนานมากขึ้นกว่าปกติ รวมทั้งกิจวัตรประจำวันที่มีขั้นตอนซับซ้อน อาจเนื่องจากจำขั้นตอน กระบวนการในการทำไม่ได้ เช่น การใส่เสื้อผ้า การติดกระดุมเสื้อ หรือลืมบางส่วนของการทำบางสิ่ง เช่น ทำอาหารแล้วลืมใส่เครื่องปรุง หรือลืมว่าใส่เครื่องปรุงไปแล้วจึงใส่เพิ่มอีก ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไป มีปัญหาในการช่วยเหลือตัวเอง เช่น การรับประทานอาหาร การอาบน้ำ การขับถ่าย การไม่แปรงฟัน หรือหวีผมเองไม่ได้ หรือทำแบบไม่ถูกต้อง การคิดคำนวณตัวเลข ด้านการใช้เงินมักไม่สามารถซื้อของตามรายการ ไม่สามารถชำระเงินตามใบเสร็จ จะจ่ายเงินแก่พนักงานเก็บเงินมากกว่าปกติ แต่ในผู้สูงอายุทั่วไปนั้น การจ่ายเงินผิดอาจจะเกิดจากการหยิบแบงค์ผิด หรือได้ยินยอดเงินไม่ถนัด มองไม่ชัด หรือแค่เข้าใจผิด และเกิดเพียงครั้งคราวเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่อาการของอัลไซเมอร์

3. ทำงานที่คุ้นเคยได้ยากลำบากมากขึ้น หลงทาง

ผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์จะรู้สึกยากลำบากในการทำงานทั้งๆ ที่เป็นงานที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรืองานในที่ทำงาน ลืมทางที่เคยไปเป็นประจำ ทำให้ขับรถหลงทางบ่อยๆ ลืมทางเข้าสำนักงานที่ปกติเข้าออกเป็นประจำ หรือหาทางกลับบ้านไม่ถูกทั้งๆ ที่เคยเดินทางเส้นนี้เป็นประจำ สูญเสียทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน ลืมวิธีการใช้โทรศัพท์ การใช้เครื่องไฟฟ้า แต่สำหรับผู้สูงวัยทั่วไปที่มีความยากลำบากในการทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่น การใช้ไมโครเวฟอุ่นอาหาร การใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ต้องใช้ระบบสัมผัส ความยากลำบากนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งคราว แบบนี้ยังไม่ใช่อาการของโรคอัลไซเมอร์

4. สับสนเรื่องเวลาและสถานที่

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะสับสนในเรื่องวัน เวลา สถานที่ ฤดูกาล หรือไม่รู้ว่าจะไปสถานที่นั้นๆ ได้อย่างไร แต่ในผู้สูงอายุปกติ อาจจะสับสนในเรื่องวันที่ ว่าวันนี้เป็นวันอะไรของสัปดาห์ แต่ก็จะนึกออกและรับรู้ได้ในภายหลัง

5. ไม่เข้าใจในภาพที่เห็นและไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาพที่เห็นกับตัวเอง

เวลาที่ผู้ป่วยเดินผ่านกระจกหรือส่องกระจกมักจะคิดว่าไม่ใช่ตัวเอง คิดว่ามีคนอีกคนอยู่ในกระจกนั้นหรือมีคนอยู่ในห้องนั้นอีกคน เพราะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เห็นคือกระจกที่ทำหน้าที่สะท้อนภาพอยู่ แต่ในผู้สูงอายุปกติ การไม่เข้าใจสิ่งที่เห็นจะเกิดจากความผิดปกติทางสายตา ที่เกิดจากความเสื่อมของจอตา ทำให้มองเห็นไม่ถนัด เลยไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นคืออะไร  

6. รู้สึกมีปัญหาในการค้นหาหรือใช้คำที่เหมาะสมในการพูดหรือเขียน

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มักมีปัญหาในการเข้าร่วมวงสนทนา เช่น มักหยุดพูดระหว่างสนทนาอยู่ และไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรต่อ การพูดคุยจะไม่ลงรายละเอียดเพราะหลงลืมข้อมูลที่เคยจำได้ มักเรียงลำดับในการใช้คำผิด พูดคำหรือประโยคซ้ำ นึกคำพูดไม่ออก และเรียกชื่อสิ่งของผิด ไม่สามารถเรียกชื่อสิ่งของเช่น เก้าอี้ รถ แต่ในผู้สูงอายุปกติ อาจมีการนึกคำไม่ออกบ้าง แต่เกิดเพียงครั้งคราวและสามารถนึกคำนั้นๆ ได้ภายหลัง

7. ลืมของ

เมื่อผู้ป่วยวางของในตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยวางมาก่อนและไม่สามารถย้อนนึกกลับไปได้ว่า วางสิ่งของเหล่านั้นไว้ที่ไหน และเมื่อพบสิ่งของเหล่านั้นก็มักคิดว่ามีคนขโมยไป หรือมีคนหยิบเปลี่ยนที่วาง หรือการวางสิ่งของผิดที่ผิดทางและยังคงใช้ชีวิตต่อไปเหมือนไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติ เช่น เก็บรีโมตทีวีไว้ในตู้เย็น พอจะหาของใช้ในบ้านที่เก็บเป็นประจำก็หาไม่เจอเพราะลืมตำแหน่งที่เคยวางสิ่งของนั้นเป็นประจำ หรือมองหาสิ่งของนั้นในที่ที่ไม่น่าจะไปวางได้ แต่ในผู้สูงอายุปกติ แม้จะวางของผิดที่หรือลืมว่าวางไว้ที่ไหนในบางครั้ง แต่เมื่อหาพบก็จะรู้ว่าตัวเองวางของไว้ผิดที่เอง

8. ความสามารถในการตัดสินใจลดลงหรือสูญเสียไป

ผู้ป่วยมักตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรกับตนเองในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ไม่อาบน้ำ ไม่ทำผม เมื่อจะไปงานสำคัญ แต่ถ้าเป็นผู้สูงวัยทั่วไป อาจจะเกิดจากความเบื่อหน่าย หรือเหนื่อยจนไม่อยากอาบน้ำ ไม่อยากแต่งตัวก็ได้  

9. มีการแยกตัวและลดการเข้าสังคมลง

ผู้ป่วยรู้สึกไม่อยากร่วมกิจกรรมที่เคยชอบ ไม่อยากทำงานที่เคยทำโดยไม่มีเหตุผล ไม่อยากพบปะผู้คน เฉื่อยชา ไม่สนใจหรือตื่นเต้นต่อสิ่งรอบข้าง เก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนเองมีปัญหา แต่สำหรับสถานการณ์นี้ในผู้สูงอายุปกติ อาจจะเกิดจากการเหนื่อยล้าจากการทำงาน  มีปัญหาในครอบครัว จึงไม่อยากทำกิจกรรมอะไรเพราะยังเครียดอยู่

10. อารมณ์และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะมีอาการหงุดหงิดง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย มีอาการสับสน หวาดระแวง ซึมเศร้า วิตกกังวล หวาดกลัว สำหรับในผู้สูงอายุปกติก็อาจเกิดพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน แต่จะไม่ถาวร จะกลับมาอารมณ์ดี พูดคุยร่าเริงปกติ เพราะการเกิดภาวะต่างๆ นั้น จะเกิดขึ้นเพราะสถานการณ์รอบด้านในขณะนั้นทำให้เป็น พอพ้นจากสถานการณ์นั้นก็หายเองได้

จากอาการและพฤติกรรมทั้งหมดนี้ จะสังเกตได้ว่าอาการขี้หลงขี้ลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนั้น เป็นความผิดปกติทั้ง 4 ด้าน คือ 1.ด้านความจำ 2.ด้านความคิด 3.ด้านคำพูด 4.ด้านพฤติกรรมหรือการกระทำ เราจึงต้องพิจารณาถึงทุกด้านไปพร้อมๆ กัน ว่าอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเข้าเกณฑ์การเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือไม่ เพราะปัญหาความจำหรือการหลงลืม จริงๆ แล้วก็พบได้ในคนปกติด้วย แต่หากไม่แน่ใจก็ควรมาปรึกษาแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาต่อไป

(ข้อมูลอ้างอิงจาก alz.org; alzheimer’s association)


พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล

คลินิกอายุรกรรมประสาท

โรงพยาบาลพญาไท 1

โทร. 02-201-4600

 

Rate this article : ขี้ลืมแบบไหน คือสัญญาณร้าย สมองเสื่อม

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง