ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

สลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์...เทคนิคแทนการผ่าต้อแบบเดิม


สลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์...เทคนิคแทนการผ่าต้อแบบเดิม


ผู้สูงวัยที่มีปัญหาของโรคต้อกระจกมานาน รู้หรือไม่ว่าถึงแม้ว่าการรักษาโรคต้อกระจกในปัจจุบันที่จะรักษาอาการของโรคให้หายขาดได้ จะมีเพียงวิธีเดียวคือการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา แต่การผ่าตัดเพื่อรักษาอาการของโรคต้อกระจกนั้นก็มีอยู่หลายวิธี และวิธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือ การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรือคลื่นอัลตร้าซาวด์นั่นเอง

เทคนิคการสลายต้อกระจกที่ใช้เวลาสั้น แม่นยำและแผลเล็กนี้เรียกว่าเฟโค เราจะมาคุยกับแพทย์หญิงสุรักษ์ พัฒนกนก จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต้อกระจก โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ มาทำความรู้จักการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์นี้กัน

เฟโค...วิธีการรักษาอาการของโรคต้อกระจกโดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์

“เฟโคเป็นวิธีการรักษาต้อกระจก โดยการใช้คลื่นอัลตราซาวด์มากำจัดเอาฝ้าหรือส่วนที่เป็นต้อกระจกในดวงตาออกแทนการผ่าตัดแบบเดิมๆ วิธีการรักษาเฟโกนี้ช่วยให้จักษุแพทย์สามารถสลายส่วนของเลนส์ตาที่เป็นฝ้าหรือเสื่อมสภาพ โดยแผลจะมีขนาดที่เล็กมากเพียงประมาณ 2- 3 มม.เท่านั้น จากนั้นจักษุแพทย์จะทำการฝังเลนส์แก้วตาเทียมลงไปแทนเลนส์ตาเดิมที่ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพไป โดยเลนส์ตาเทียมจะอยู่ได้ตลอดชีวิต ไม่ต้องเปลี่ยนซ้ำ แผลที่เกิดจากการรักษาด้วยวิธีนี้จะมีขนาดที่เล็กมาก จึงช่วยให้ดวงตาและการมองเห็นสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าปกติ จึงทำให้ผู้ป่วยสามารถมองเห็นได้ชัดเจนเร็วขึ้นหลังการผ่าตัดรักษา”

แผลเล็ก ใช้เวลาเพียง 30 นาที และไม่ต้องฉีดยาชา

การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification ) เป็นวิธีที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงผ่านแผลกระจกตา 1.8 – 3 มม. (ขนาดแผลขึ้นอยู่กับเครื่องสลายต้อกระจก) เลนส์แก้วตาจะถูกสลายผ่านหัวดูด) ใช้เวลาในการรักษา 15-30 นาที (ขึ้นอยู่กับความแข็งของกระจกตา) ไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา ใช้เฉพาะการหยอดยาชาที่ตาก็เพียงพอ หลังสลายเลนส์ต้อกระจก จึงใส่เลนส์แก้วตาเทียมผ่านแผลชนิดเล็กเข้าไปในตา เนื่องจากแผลเล็กมากจึงไม่จำเป็นต้องเย็บแผล ผู้ป่วยสามารถใช้สายตาได้ทันที หลังหมดฤทธิ์ยาขยายม่านตา และอาจมีข้อจำกัดเพียงแค่ว่าผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจกแบบที่เลนส์แก้วตาแข็งมากๆ อาจไม่สามารถใช้เครื่องสลายเลนส์ได้ต้องใช้การผ่าตัดแบบแผลใหญ่ ซึ่งระยะเวลาการพักฟื้นจะนานกว่าการผ่าตัดแบบแผลเล็ก

การดูแลรักษาดวงตาอย่างไรหลังการผ่าตัดแบบเฟโก

คุณหมอแนะนำว่าหลังการผ่าตัดผู้ป่วยต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความสะอาดของดวงตา ระมัดระวังการกระทบกระเทือนที่ดวงตา รวมถึงหยอดยาตามที่จักษุแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด โดยการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดรักษาโรคต้อกระจกมีดังนี้

1. เวลาอาบน้ำให้ระมัดระวังไม่ให้ดวงตาโดนน้ำเพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการติดเชื้อ

2. ระมัดระวังไม่ให้ไอ, จาม หรือเบ่งแรงๆ เพราะทำให้เกิดการกระทบกระเทือนกับแผลผ่าตัด

3. ห้ามนอนตะแคงทับข้างที่ผ่าตัด

4. ให้ปิดฝาครอบตาไว้ตอนกลางคืน เพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้ขยี้ตาของตนเองตอนหลับ ส่วนตอนกลางวันให้ใส่แว่นป้องกันฝุ่น

หากมีอาการเหล่านี้หลังการผ่าตัดควรมาพบแพทย์ทันที

“ถึงแม้การรักษาโรคต้อกระจกด้วยวิธีเฟโกนี้จะเป็นวิธีรักษาที่ปลอดภัยมากอีกวิธีหนึ่งก็ตาม แต่คนไข้แต่ละคนนั้นอาจจะเกิดอาการอักเสบได้ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป เช่น สภาพแวดล้อมที่คนไข้อยู่หลังการรักษาหรือการดูแลทำความสะอาดที่ไม่ดีพอ ดังนั้นหากคนไข้รู้สึกปวดตามาก ตาแดง เคืองตา มีขี้ตามาก หนังตาบวมผิดปกติการมองเห็นขุ่นมัวหรือบิดเบี้ยว เลือดออกภายในดวงตา หากมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทันที”


แพทย์หญิงสุรักษ์ พัฒนกนก
จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านต้อหิน 
โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ 

Rate this article : สลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์...เทคนิคแทนการผ่าต้อแบบเดิม

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง