ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

โรคกระเพาะอาหาร โรคเรื้อรัง...ที่อาจมีอันตรายแฝงอยู่


โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร (Dyspepsia : Non-ulcer, ulcer) มีทั้งชนิดที่เป็นแผลและไม่เป็นแผล โดยอาการจะคล้ายคลึงกัน คือมีอาการปวดจุกแน่นใต้ลิ้นปี่ เหนือสะดือ  ปวดใต้ชายโครงซ้าย บางรายปวดแน่นถึงหน้าอก อาการมักเป็นๆ หายๆ และสัมพันธ์กับมื้ออาหาร อาจปวดก่อนอาหารเวลาหิว ปวดหลังอาหารเวลาอิ่ม และอาการจะดีขึ้นได้เมื่อได้รับประทานอาหาร แต่หากอาการรุนแรงกว่านั้น..อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร ได้

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร

  1. เชื้อโรคแบคทีเรีย  ชื่อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลโร  ซึ่งจะติดต่อได้จากการกินอาหาร หรือ ดื่มน้ำที่ไม่สะอาดปนเปื้อนเชื้อโรคเหล่านี้  เชื้อโรคดังกล่าวนี้ ทำให้เกิดแผลกระเพาะอาหารและมะเร็งบางชนิดของกระเพาะอาหารได้
  2. ยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูก (Aspirin และ NSAID) ทำให้มีโอกาสเป็นแผลกระเพาะอาหารหรืออักเสบมากขึ้น การหายของแผลช้า)
  3. การสูบบุหรี่ ทำให้อัตราการเป็นแผลกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น แผลหายช้า เป็นใหม่ได้ง่าย  ทำให้การตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาได้ผลไม่ดี
  4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. ภาวะเครียด  ทานอาหารไม่ตรงเวลาหรือทานรสเผ็ดจัด
  6. ติดเชื้อทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย  อาหารเป็นพิษ
  7. ยารักษาสิว  อาจทำให้เกิดแผลในหลอดอาหาร หรือโรคกระเพาะอาหารได้

อาการเตือน...ถึงเวลาต้องพบแพทย์ทันที  (Alarming Symptom)

  1. ถ่ายดำหรือถ่ายมีเลือดปน
  2. น้ำหนักลด
  3. ตัวซีด  เหลือง (ดีซ่าน)
  4. ปวดรุนแรงนานเป็นชั่วโมง
  5. มีอาเจียนรุนแรงติดต่อกัน หรืออาเจียนมีเลือดปน
  6. เจ็บหรือกลืนลำบาก
  7. มีประวัติครอบครัวป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร
  8. คลำก้อนในท้องได้ หรือต่อมน้ำเหลืองโต

แนวทางการรักษาโรคกระเพาะอาหาร

ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดจุกแน่นท้อง จุกเสียด ลมเรอ แสบท้อง มานานไม่เกิน 2 สัปดาห์ และไม่มีอาการเตือนที่สำคัญ มีแนวทางรักษา ดังนี้

  1. รับประทานยาลดกรดในกระเพาะอาหาร
  2. งดบุหรี่ งดเหล้า งดอาหารรสเผ็ด รับประทานอาหารให้ตรงเวลา
  3. ออกกำลังกาย
  4. งดกินยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูกโดยไม่จำเป็น

ในกรณีมีแผลในกระเพาะอาหาร อาจต้องวินิจฉัยด้วยวิธีเหล่านี้ก่อน

  1. ตัดชิ้นเนื้อจากแผล เพื่อตรวจหาว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
  2. ตัดชิ้นเนื้อจากส่วนล่างของกระเพาะอาหาร เพื่อดูว่ามีเชื้อโรคเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไรหรือไม่ ถ้ามีเชื้อโรคดังกล่าวร่วมกับมีแผล ต้องให้ยากำจัดเชื้อโรค 2 สัปดาห์ และให้ยารักษาแผลอีก 4-6 สัปดาห์ 

หากอาการไม่ดีขึ้นหลังปฎิบัติตามข้างต้น หรืออาการเป็นมานานกว่า 1 เดือน หรือมีอาการเตือนที่สำคัญ ต้องได้รับการวินิจฉัยเพิ่มเติม คือ “การส่องกล้องกระเพาะอาหาร

โดยการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร นอกจากดูว่ามีแผล เนื้องอก และมะเร็งหรือไม่ ยังสามารถฉีดยาหรือห้ามเลือดด้วยวิธีต่างๆ ผ่านการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารในผู้ป่วยที่มีเลือดออกจากกระเพาะอาหาร และสามารถติดตามดูการหายของแผลได้

โรคกระเพาะอาหาร ป้องกันได้

  1. รักษาสุขอนามัย รับประทานอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด เพื่อลดอัตราการติดเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดแผลกระเพาะอาหารและมะเร็งบางชนิดของกระเพาะอาหาร
  2. งดกินยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูก โดยไม่จำเป็น
  3. งดบุหรี่ งดเหล้า งดเผ็ด รับประทานอาหารให้ตรงเวลา ออกกำลังกายคลายเครียด

ข้อมูลโดย
นพ. จีรวัส  ศิลาสุวรรณ
ศูนย์โรคกรดไหลย้อน
ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ อาคาร A ชั้น 4  โรงพยาบาลพญาไท 2
โทร 02-6172444 ต่อ 7401 , 7406

Rate this article : โรคกระเพาะอาหาร โรคเรื้อรัง...ที่อาจมีอันตรายแฝงอยู่

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง


Not Found