ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

“ภาวะครรภ์เสี่ยง” เรื่องควรรู้ของคุณแม่ตั้งท้อง


“ภาวะครรภ์เสี่ยง” เรื่องควรรู้ของคุณแม่ตั้งท้อง


การตั้งครรภ์และการคลอดเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่...บางครั้งธรรมชาติก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป อาจมีอันตรายเกิดกับทั้งคุณแม่และลูกในครรภ์ได้ การที่คุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ หรือคุณแม่ที่เตรียมพร้อมจะตั้งครรภ์มาปรึกษาก่อนการตั้งครรภ์ก็เพื่อให้คุณหมอที่ดูแลประเมินความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การดูแลคุณแม่และลูกในครรภ์อย่างดีที่สุด

ภาวะตั้งครรภ์เสี่ยง คือ อะไร?

โดยปกติแล้วการตั้งครรภ์จะถือว่า “มีความเสี่ยงสูง” ก็ต่อเมื่อการตั้งครรภ์นั้นมี “ปัจจัยเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณแม่และ/หรือลูกในครรภ์” โดยคุณหมอที่ดูแลจะคอยหาและเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คุณแม่ก็สามารถช่วยคุณหมอได้โดยการแจ้งประวัติต่างๆของคุณแม่ให้ละเอียดที่สุด และแจ้งคุณหมอเมื่อรู้สึกว่าตนเองมีอาการผิดปกติ

ปัจจัยเสี่ยง มีอะไรบ้าง?

  • อายุของคุณแม่

  • โรคและความผิดปกติของคุณแม่ที่เกิด “ก่อน” การตั้งครรภ์

  • โรคและความผิดปกติของคุณแม่ที่เกิด “ระหว่าง” การตั้งครรภ์

  • ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์

  1. อายุของคุณแม่

  2. อายุของคุณแม่ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุด โดยส่วนใหญ่คุณแม่จะเข้าใจว่าอายุมากจะเสี่ยงมาก อายุมากถึงจะมีโอกาสเป็นภาวะครรภ์เสี่ยงสูง ซึ่งก็ถูกต้อง แต่ความจริงแล้วอายุที่น้อยไปก็เสี่ยงได้เช่นกัน

    ซึ่งคุณแม่ที่อายุ “น้อยกว่า 17 ปี ” หรือ “มากกว่า 35 ปี ” จะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ในคุณแม่ที่อายุน้อย จะมีความเสี่ยงต่อภาวะต่อไปนี้ เช่น การเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด, ลูกตัวเล็ก, ความดันเลือดสูงระหว่างการตั้งครรภ์ หรือ ครรภ์เป็นพิษ, โรคซึมเศร้าหลังตั้งครรภ์ เป็นต้น ขณะที่คุณแม่ที่อายุมาก ก็จะพบความเสี่ยงที่มากกว่า เช่น การแท้ง, โรคเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์, ครรภ์เป็นพิษ, ความผิดปกติทางพันธุกรรมของทางรก เช่น ดาวน์ซินโดรม เป็นต้น

  3. โรคและความผิดปกติของคุณแม่ที่เกิด “ก่อน” การตั้งครรภ์

  4. โรคประจำตัวของคุณแม่ทุกอย่างมีผลระหว่างการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็น โรคความดันเลือดสูง, โรคเบาหวาน, โรคหอบหืด, โรคตับ, โรคไต, โรคหัวใจ เป็นต้น รวมถึงโรคติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์, โรคเริม, โรคหนองใน เป็นต้น

    “ความเสี่ยงเกิดได้ทั้งสองทาง” โรคประจำตัวอาจทำให้การตั้งครรภ์แย่ลงมีภาวะแทรกซ้อน หรือ การตั้งครรภ์อาจทำให้โรคที่เป็นอยู่แย่ลงหรือควบคุมได้ยากขึ้น หากคุณแม่มีโรคประจำตัวอยู่ ควรปรึกษาทั้งคุณหมอที่ดูแลประจำและคุณหมอสูติ เพื่อประเมินว่าคุณแม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ได้ไหม ถ้าตั้งครรภ์ไปแล้วจะต้องตรวจติดตามอย่างไร จะมีผลกระทบอย่างไร และในกรณีที่คุณหมอลงความเห็นว่าคุณแม่ยังไม่ควรตั้งครรภ์ ก็ควรคุมกำเนิดให้ดีด้วยวิธีที่เหมาะสมกับโรคประจำตัวที่มีอยู่

    การตั้งครรภ์โดยที่สุขภาพของคุณแม่ยังไม่พร้อม นอกจากจะอันตรายต่อตัวคุณแม่เอง ยังอันตรายต่อลูกในครรภ์ และบางครั้งอาจต้องมีการตัดสินใจที่ยากลำบาก เช่น การยุติการตั้งครรภ์เพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่ไว้ เพราะถ้าตั้งครรภ์ต่อคุณแม่อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

  5. โรคและความผิดปกติของคุณแม่ที่เกิด “ระหว่าง”การตั้งครรภ์

  6. ข้อนี้มักเป็นความเสี่ยงที่ถูกมองข้ามไป เนื่องจากคุณแม่ที่ไม่มีโรคประจำตัว หรือคุณแม่ที่สุขภาพแข็งแรงมักจะคิดว่าตัวเองไม่น่าเป็นอะไรระหว่างการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ใช่ทุกคน

    ซึ่งโรคที่พบบ่อยระหว่างการตั้งครรภ์ 2 โรค คือ “เบาหวาน” และ “ครรภ์เป็นพิษ” คุณแม่ทุกคนจะได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ที่อายุมากจะมีภาวะครรภ์เสี่ยงมากขึ้นต่อทั้งโรคเบาหวานและครรภ์เป็นพิษ ซึ่งโรคหรือภาวะผิดปกติที่เกิดระหว่างการตั้งครรภ์ หลังการคลอดส่วนใหญ่ของโรคหรือภาวะผิดปกตินี้จะหายไป แต่ก็มีส่วนน้อยที่อาจยังคงอยู่และกลายเป็นโรคประจำตัวที่ติดตัวคุณแม่ไปตลอด โดยที่คุณหมอจะมีวิธีติดตามว่าโรคเหล่านี้หายไปไหมหลังการคลอด

  7. ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์

  8. ปัญหาที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ บางอย่างมักเป็นภาวะที่ดูเหมือนไม่น่าอันตรายหรือเป็นข่าวดีของพ่อแม่ เช่น การตั้งครรภ์แฝด หรือภาวะนั้นอาจไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่ ตราบเท่าที่คุณแม่ยังไม่มีอาการผิดปกติ เช่น ภาวะรกเกาะต่ำ หรือภาวะนั้นมีอันตรายแต่ผลเสียเกือบทั้งหมดไปลงที่ลูกโดยที่คุณแม่อาจไม่รู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด,รกเสื่อม,น้ำคร่ำน้อย หรือ ลูกในครรภ์มีความผิดปกติ

    • การตั้งครรภ์แฝด ยิ่งแฝดหลายคน ยิ่งเสี่ยงมาก โดยเฉพาะการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งลูกก็มักจะตัวเล็ก ต้องอยู่ตู้อบเป็นเวลานาน และมีภาวะแทรกซ้อนตามมามากมาย นอกจากนั้นยังพบโรคเบาหวาน, ครรภ์เป็นพิษ, ตกเลือดหลังคลอด เป็นต้น

    • ภาวะรกเกาะต่ำ ตำแหน่งที่รกเกาะ คือ จุดที่ลูกฝังตัว ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้ารกไปเกาะใกล้หรือปิดปากมดลูก (ช่องทางที่ลูกจะออกเวลาคลอด) จะถือว่าเป็นภาวะรกเกาะต่ำ ส่วนใหญ่คุณแม่มักไม่มีอาการผิดปกติ แต่ถ้ามดลูกคุณแม่มีการแข็งตัว ไม่ว่าจะก่อนกำหนดหรือช่วงครบกำหนดคลอด จะเกิดการตกเลือดและอันตรายถึงชีวิตได้

    • การคลอดก่อนกำหนด การคลอดก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ อายุครรภ์ที่คลอดยิ่งน้อย ลูกยิ่งมีภาวะแทรกซ้อนได้มาก ในคุณแม่บางคนจะมีสาเหตุซ่อนอยู่ ซึ่งคุณหมอจะทำการรักษาหรือให้การป้องกันไว้ก่อน ก็จะช่วยลดผลกระทบที่จะตามมาได้

    • ภาวะรกเสื่อม ธรรมชาติจะให้รกทำงานส่งอาหารให้ลูกจนถึงครบกำหนดคลอด แต่บางคนรกเสื่อมสภาพไปก่อน มักเกิดในคุณแม่ที่มีโรคเบาหวานหรือครรภ์เป็นพิษ ซึ่งถ้าถึงจุดที่รกไม่สามารถทำงานได้เพียงพอกับความต่องการของลูก ก็จำเป็นจะต้องให้ลูกคลอดออกมาถึงแม้จะต้องคลอดก่อนกำหนดก็ตาม

    • ภาวะน้ำคร่ำน้อย มักเกิดร่วมกับภาวะรกเสื่อม ทำให้น้ำคร่ำที่อยู่รอบตัวลูกลดลง ลูกไม่มีพื้นที่ที่จะขยับตัวและทำให้สายสะดือที่อยู่รอบตัวลูกถูกกดทับ ทำให้อาหารและออกซิเจนที่ส่งจากรกผ่านทางสายสะดือไปยังลูกลดลง และอาจทำให้ลูกเสียชีวิตได้

    • ภาวะผิดปกติของลูก มีได้ทั้งความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ดาวน์ซินโดรม หรือความพิการทางร่างกาย ซึ่งคุณแม่ทุกคนจะได้รับคำแนะนำให้เจาะเลือดตรวจคัดกรองความเสี่ยงดาวน์ซินโดรม หรือเจาะน้ำคร่ำตรวจถ้ามีข้อบ่งชี้ นอกจากนั้นการตรวจอัลตร้าซาวด์อย่างละเอียด (Anomaly Scan) ยังช่วยประเมินความพิการในทารก ซึ่งโดยทั่วไปมีโอกาสพบได้มากถึง 2-3 % ในคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหมด

การป้องกันและการรักษาภาวะแทรกซ้อน

แม้คุณแม่จะดูสุขภาพดีไม่มีโรคประจำตัว คุณหมอมักจะแนะนำให้คุณแม่ที่เตรียมพร้อมจะตั้งครรภ์ มาปรึกษาก่อนการมีบุตร เพื่อตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ทั้งการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจเลือด เพื่อให้มั่นใจว่าคุณแม่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

การดูแลตนเองเบื้องต้นที่เหมาะสม (และทำได้ง่ายด้วย) ก็ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

  • รับประทานวิตามินโฟลิค (โฟเลต) 4-5 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ ตลอดจนคลอด

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามข้อบ่งชี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และครบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม

  • ออกกำลังกายตามความเหมาะสม

  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ และ การสูบบุหรี่

  • พบแพทย์ตามนัด

ในกรณีที่คุณแม่พบว่าตนเอง “ตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง หรือภาวะครรภ์เสี่ยง” คุณแม่จะได้รับการดูแลจาก “สูติแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์” (Maternal-Fetal Medicine, MFM) ซึ่งจะมาดูแลคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์จนถึงการทำคลอด และจะมีการทำงานร่วมกับกุมารแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ทารกแรกเกิด-ปริกำเนิด ซึ่งจะดูแลลูกของคุณแม่ทันทีหลังการคลอดอย่างละเอียด

โดยสรุป การเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ การฝากครรภ์(ดูแลครรภ์)อย่างมีคุณภาพ ก็จะช่วยให้ทุกอย่างสำเร็จไปด้วยดีตามเป้าหมายที่ทั้งพ่อแม่และคุณหมอต้องการ “ลูกเกิดรอด แม่และลูกปลอดภัย”


นายแพทย์ อดิศร   อักษรภูษิตพงศ์
สูติแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
โรงพยาบาลพญาไท 3

Rate this article : “ภาวะครรภ์เสี่ยง” เรื่องควรรู้ของคุณแม่ตั้งท้อง

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง