ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

มีก้อนที่ขาหนีบอย่ารีรอ! เพราะไส้เลื่อน...ยิ่งรักษาเร็วยิ่งลดเสี่ยงอันตราย


มีก้อนที่ขาหนีบอย่ารีรอ! เพราะไส้เลื่อน...ยิ่งรักษาเร็วยิ่งลดเสี่ยงอันตราย


โรคไส้เลื่อนเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย หากเทียบสัดส่วนของผู้ป่วยโรคไส้เลื่อนจะพบว่าเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าโรคไส้เลื่อนนั้นเกิดขึ้นได้เฉพาะกับผู้ชาย แต่ที่จริงแล้วโรคไส้เลื่อนสามารถเกิดกับผู้หญิงได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น หากคุณพบก้อนเนื้อโผล่ยื่นบริเวณขาหนีบหรือผนังหน้าท้อง กดแล้วสามารถยุบกลับเข้าไปข้างในได้ ให้สันนิษฐานในเบื้องต้นก่อนว่าอาจจะเป็นอาการของโรคไส้เลื่อน

โรคไส้เลื่อนเกิดได้อย่างไรกันนะ?

ไส้เลื่อน คือ การที่อวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ลำไส้เล็ก,ลำไส้ใหญ่ หรือไส้ติ่ง เลื่อนผ่านจุดที่อ่อนแอของผนังช่องท้องออกมาภายนอก ทำให้เกิดเป็นก้อนที่สามารถโตและยุบได้

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการของโรคไส้เลื่อนมากที่สุดก็คือเรื่องของอายุที่มากขึ้น ทำให้ผนังช่องท้องเกิดการอ่อนแอกลายเป็นช่องว่าง ให้ลำไส้เคลื่อนผ่านช่องว่างนั้นจนมีลักษณะเป็นก้อนโต,ปูด ยื่นออกมาบริเวณขาหนีบ หรือผนังหน้าท้องอย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยรองลงมาเป็นเรื่องของการทำกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง เช่น การยกของหนัก การขับถ่ายยาก ทำให้ต้องออกแรงมาก ปัจจัยเหล่านี้ก็มีส่วนทำให้เร่งการเกิดโรคไส้เลื่อนได้มากขึ้น

ไส้เลื่อนเกิดขึ้นได้หลายตำแหน่ง...ไม่ใช่แค่ตรงขาหนีบ!

ตำแหน่งของการเกิดโรคไส้เลื่อนมักพบได้ในบริเวณ ขาหนีบ หรือแผลผ่าตัดช่องท้องจากการรักษาโรคอื่น ในบางครั้งผู้ป่วยอาจสับสนระหว่างโรคไส้เลื่อนกับต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งการแยกแยะระหว่าง 2 โรคนี้ คือ โรคไส้เลื่อนหากเป็นในระยะเริ่มต้นส่วนใหญ่จะสามารถกดให้ผลุบกลับเข้าไปในช่องท้องได้ แต่หากเป็นโรคต่อมน้ำเหลืองจะไม่สามารถกดให้กลับเข้าไปได้

ส่วนกรณีไส้เลื่อนชนิดที่ลงถุงอัณฑะนั้น มักเกิดจากการปล่อยให้มีอาการเรื้อรังมานาน ทำให้การรักษามีความยุ่งยากมากขึ้น นอกจากนี้ไส้เลื่อนอาจจะเกิดตำแหน่งอื่นได้ เช่น สะดือ ใต้ราวนม หรือแผลผ่าตัด ทางที่ดีเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาโรคอย่างถูกต้องต่อไป

รู้ไหม? เมื่อเป็น “ไส้เลื่อน” ควรรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

ปัจจุบันนิยมรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของผนังหน้าท้อง เพราะเป็นโรคที่เกิดจากความอ่อนแอของผนังช่องท้อง ทำให้เกิดช่องว่างที่ทำให้ลำไส้เคลื่อนเข้าไปอยู่ในช่องว่างนั้น จึงไม่สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยา และหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดการบีบรัดที่ลำไส้จนขาดเลือดไปเลี้ยง ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

โดยการผ่าตัดไส้เลื่อนนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบด้วยกัน คือ

  1. ผ่าตัดแบบเปิด เป็นการผ่าตัดด้วยการเปิดแผลความยาวประมาณ 2 – 3 นิ้ว

  2. ข้อดี เป็นการผ่าตัดแบบพื้นฐานที่ศัลยแพทย์ทุกคนสามารถทำได้ มีค่าใช้จ่ายต่ำ เป็นวิธีการผ่าตัดที่สามารถทำกับผู้ป่วยได้เกือบทุกคน

    ข้อเสีย ผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้ช้าอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ และหากผู้ป่วยมีปัญหาไส้เลื่อนที่ขาหนีบทั้ง 2 ข้าง ก็จะมีรอยแผลยาวทั้ง 2 ข้าง หรือในคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน อาจมีความเสี่ยงเรื่องแผลติดเชื้อมากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติได้

  3. ผ่าตัดแบบส่องกล้อง เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก โดยมีแผลความยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร จำนวน 1 แผล และแผลความยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร อีกจำนวน 2 แผล

  4. ข้อดี ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยกว่าการผ่าแบบเปิด แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่แผล และทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้ไวกว่า และสามารถผ่าตัดไส้เลื่อนพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง โดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัดเพิ่มอีกด้วย

    ข้อเสีย มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด และอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านสุขภาพในระบบทางเดินหายใจ ที่มีความเสี่ยงต่อการดมยาสลบ

เมื่อพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียแล้วการผ่าตัดแบบส่องกล้องเป็นวิธีใหม่ที่มีความปลอดภัย ปวดแผลน้อยกว่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และการตัดสินใจของผู้ป่วย และเพื่อการรักษาที่ง่ายกว่าและมีตัวเลือกในการรักษามากกว่าการผ่าตัดแบบฉุกเฉิน ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์โดยเร็วเมื่อสังเกตเห็นสัญญาณเตือนที่ผิดปกติ

 



นพ.วิศิษฏ์ เกษตรเสริมวิริยะ
แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์
ศูนย์ศัลยกรรมผ่าตัดแผลเล็ก โรงพยาบาลพญาไท 2
นัดหมายแพทย์

Rate this article : มีก้อนที่ขาหนีบอย่ารีรอ! เพราะไส้เลื่อน...ยิ่งรักษาเร็วยิ่งลดเสี่ยงอันตราย

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง