ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

SygmaLift ยกระดับกระชับผิวหน้า


SygmaLift ยกระดับกระชับผิวหน้า


ผิวหน้าที่ดูสดใสนั้นเราสามารถดูแลด้วยการรับประทานอาหารและครีมบำรุงผิวได้ แต่ปัญหาผิวหนังใบหน้าหย่อนคล้อยตามวัย นับว่าเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากและส่งผลต่อความมั่นใจส่วนบุคคล ซึ่งที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหานี้มักจะใช้วิธีการร้อยไหม หรือผ่าตัดยกกระชับใบหน้า แต่ในปัจจุบันด้วยวิทยาการทางการแพทย์ ได้มีวิธีใหม่ที่เรียกว่า SygmaLift เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวนด์ แบบ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เข้ามาช่วยในการกระตุ้นฟื้นฟูและจัดเรียงคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ให้ผิวพรรณกลับมาดูสดใสเปล่งปลั่งอย่างมีประสิทธิภาพ

“SygmaLift” มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร

เทคโนโลยีนี้เป็นการประยุกต์ใช้ความสามารถของอัลตร้าซาวนด์ ในการส่งคลื่นพลังงานที่มีความเข้มข้นสูงลงไปถึงชั้น เพื่อกระตุ้นให้ชั้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังฟื้นฟูและเรียงตัวใหม่ เพราะตามธรรมชาติของชั้นคอลลาเจนเมื่อตอนเราอายุยังน้อยจะเรียงตัวเป็นแผ่นสวยงาม จึงสังเกตได้ว่าเด็กหรือคนหนุ่มสาวจะมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งเพราะชั้นคอลลาเจนยังอยู่ในสภาพดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปด้วยอายุ ลักษณะการใช้ชีวิต และสภาพแวดล้อม ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ชั้นคอลลาเจนเหล่านี้เกิดการเสื่อมสภาพ แบ่งตัวออกจากกัน ทำให้ผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อย

ซึ่งหน้าที่ของ SygmaLift คือการส่งคลื่นอัลตร้าซาวนด์ พลังงานสูงเข้าไปถึงชั้นเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ (SMAS) ซึ่งมีทั้งรูปแบบการส่งพลังงานเป็นเส้นขนาด 1 CM  เข้าไปกระตุ้นให้ผิวหนังมีการสร้างคอลลาเจน และจัดเรียงคอลลาเจนเดิมที่มีอยู่ให้เรียงตัวใหม่อย่างสวยงาม ส่งผลให้ผิวหน้ากลับมากระชับได้รูปทรงที่สวยงาม ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รูขุมขนเล็กลง เหมาะกับการรักษาอาการหย่อนคล้อย บริเวณแก้ม ใต้คาง หรือผิวหน้าในส่วนที่มีปัญหาได้ทั้งหมด

การทำ SygmaLift เหมาะกับใครบ้าง

ทุกคนที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของผิวหน้า สามารถรักษาได้ด้วย SygmaLift แม้จะมีรายงานการวิจัยว่าปัญหาการหย่อนคล้อยของผิวหนังจะเริ่มต้นที่อายุ 30 ปี แต่ด้วยรูปแบบการทำงาน การใช้ชีวิต การเผชิญมลพิษ และความเครียดของคนในยุคปัจจุบัน ล้วนเป็นปัจจัยให้พบการเสื่อมสภาพผิวก่อนวัยอันควร จึงพบว่าในกลุ่มคนไข้อายุยังน้อยแต่มีปัญหาดังกล่าวก็สามารถเข้ารับการรักษาด้วย SygmaLift ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม คนไข้ที่ผ่านการฉีดฟิลเลอร์, Botox มาก่อนไม่ควรรักษาต่อด้วย SygmaLift เพราะคลื่นอัลตร้าซาวนด์จะเข้าไปสลายฟิลเลอร์ที่ฉีดไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งคนไข้ที่มีแผลบริเวณใบหน้าควรรักษาให้แผลหายดีก่อนรักษาด้วย SygmaLift เช่นกัน

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษาด้วย SygmaLift

การรักษาด้วย SygmaLift คนไข้ไม่จำเป็นเตรียมตัวมาก่อน แต่แนะนำว่าไม่ควรแต่งหน้าก่อนเข้ารับการรักษา เพราะก่อนทำ SygmaLift พยาบาลจะทำความสะอาดใบหน้าและทาเจลที่ผิวก่อนทำ SygmaLift ซึ่งจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 30 – 60  นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งในการทำ

การดูแลตนเองหลังเข้ารับการรักษาด้วย SygmaLift

เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด หลังเข้ารับการรักษาควรหลีกเลี่ยงแสงแดด งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และบุหรี่ที่มีส่วนในการทำลายเซลล์ผิวหนัง และควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เพื่อช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ และทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น

หลังการรักษาประมาณ 40 วัน เมื่อร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ คนไข้จะเริ่มเห็นผลการยกกระชับใบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น หากมีปัญหาการหย่อนคล้อยมากแพทย์อาจจะต้องนัดทำ SygmaLift ซ้ำอีกครั้งเพื่อผลที่ชัดเจนมากขึ้น โดยปกติแล้วหลังทำ SygmaLift ใบหน้าที่กระชับจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี




พญ.สุธาสินี ตันสุริยวงษ์
แพทย์หัวหน้าศูนย์ผิวหนังและความงาม
ศูนย์ความงาม โรงพยาบาลพญาไท 2 ชั้น 2 อาคาร A

Rate this article : SygmaLift ยกระดับกระชับผิวหน้า

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง