ตรวจอัลตราซาวด์บ่อยๆ จะส่งผลกับลูกน้อยในครรภ์หรือไม่?

Image

แชร์


คุณแม่ทุกคนต้องมีความรู้สึกอยากแอบดูลูกในท้องสักครั้ง (หรือหลายครั้ง) บางคนอยากรู้ว่าลูกแข็งแรงไหม ร่างกายสมบูรณ์ครบถ้วนหรือไม่ บางคนก็อยากรู้ว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่ บางคนก็คิดถึงอยากเห็นหน้าให้ชื่นใจ แต่คุณแม่บางคนก็ยังแอบมีความกังวลว่าการตรวจอัลตราซาวด์ขณะตั้งครรภ์นี้ จะมีผลเสียหรืออันตรายกับลูกหรือไม่ การตรวจอัลตราซาวด์บ่อยๆ จะมีรังสีแอลฟา แกมม่า หรือคลื่นแม่เหล็ก ที่ส่งผลกระทบให้ลูกพิการหรือมีความบกพร่องทางสมองในอนาคตหรือเปล่า

 

วันนี้คุณหมอ จะมาช่วยตอบข้อสงสัยให้คุณแม่มั่นใจว่า การตรวจอัลตราซาวด์มีประโยชน์ต่อการดูแลครรภ์ และมีความปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และลูก

 

การตรวจอัลตราซาวด์คืออะไร?

การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือ “การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง” เป็นการตรวจที่ใช้ “คลื่นเสียง” ในการสร้างภาพลูกในท้องคุณแม่ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจจะปล่อยคลื่นเสียงผ่านร่างกายคุณแม่ คลื่นเสียงนี้จะสะท้อนกับกล้ามเนื้อ ไขมัน อวัยวะในช่องท้อง และร่างกายของทารก รก น้ำคร่ำที่อยู่ในมดลูกของคุณแม่ แล้วสะท้อนกลับมายังอุปกรณ์ตรวจรับเพื่อแปลงเป็นภาพทางหน้าจออีกครั้ง

 

คุณแม่สามารถนึกถึงหลักการเดียวกันกับคลื่นเสียงที่ปลาโลมาหรือค้างคาวปล่อยออกไป และสะท้อนกลับมาแล้วแปลงเป็นภาพในสมองเพื่อหาตำแหน่งสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว

 

ทำไมคุณแม่ต้องตรวจอัลตราซาวด์?

วัตถุประสงค์หลักของการตรวจอัลตราซาวด์ คือการตรวจประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์ โดยสามารถแยกย่อยประโยชน์ของการตรวจได้ตามช่วงอายุครรภ์ ดังตารางต่อไปนี้

ตารางสรุปการตรวจอัลตราซาวด์ระหว่างการตั้งครรภ์

อายุครรภ์ วัตถุประสงค์ของการตรวจอัลตราซาวด์
6-8 สัปดาห์
  • ตรวจยืนยันการตั้งครรภ์, จำนวนทารก และดูการเต้นหัวใจ
  • ตรวจภาวะตั้งครรภ์ ว่ามีความเสี่ยงต่อภาวะท้องนอกมดลูก-ท้องลม หรือไม่
  • ตรวจว่ามีเนื้องอกมดลูก หรือถุงน้ำรังไข่ ซึ่งอาจจะกระทบต่อการตั้งครรภ์ หรือไม่
10-14 สัปดาห์
  • ตรวจหาความพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรงบางอย่าง
  • วัดความหนาของผิวหนังบริเวณต้นคอ (nuchal translucency) เพื่อช่วยในการตรวจคัดกรองความเสี่ยงกลุ่มอาการดาวน์ (Down syndrome)
18-22 สัปดาห์
  • ตรวจความผิดปกติหรือความพิการของทารกอย่างละเอียด (Anomaly Scan)
  • ตรวจการเจริญเติบโต และน้ำหนักตัวของทารก
  • ตรวจตำแหน่งรก สายสะดือ และปริมาณน้ำคร่ำ
28-36 สัปดาห์
  • ตรวจความผิดปกติของทารกอีกครั้งก่อนคลอด
  • ตรวจการเจริญเติบโต และน้ำหนักตัวของทารก
  • ตรวจสุขภาพทารก, การหายใจ และการเคลื่อนไหว
  • ตรวจสุขภาพรก, ปริมาณน้ำคร่ำ, ประเมินภาวะรกเสื่อม
  • ตรวจความเร็วเลือดในสายสะดือและทารก (Dopplerstudy)
  • ตรวจยืนยันท่าของทารกก่อนการคลอด

 

คุณแม่ควรได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์ที่อายุครรภ์เท่าไร?

คุณแม่ควรได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์อย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วงอายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์ โดยสูติแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (maternal-fetal medicine, MFM) เพื่อตรวจหาความพิการในทารก (anomaly scan) และติดตามพัฒนาการของทารก ปัจจุบันแนะนำว่าคุณแม่ควรได้รับการตรวจอัลตราซาวด์อย่างน้อย 1 ครั้งในทุกไตรมาส

 

สำหรับคุณแม่บางท่านที่มีภาวะแทรกซ้อนผิดปกติ เช่น ทารกน้ำหนักตัวน้อย น้ำคร่ำน้อย ครรภ์เป็นพิษ เบาหวาน ครรภ์แฝด เป็นต้น จะได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ที่ถี่กว่าปกติและตรวจละเอียดมากขึ้น บางครั้งอาจต้องได้รับการตรวจทุกเดือน ทุกสัปดาห์ หรือทุกวัน

 

อัลตราซาวด์บ่อยๆ อันตรายหรือไม่?

จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่พบว่าการตรวจอัลตราซาวด์มีอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ ทั้งในเรื่องของความพิการแต่กำเนิด พัฒนาการและการเจริญเติบโต โรคมะเร็ง โรคจิตเภท หรือความผิดปกติอื่นภายหลังการคลอด คุณแม่จึงสามารถมั่นใจในการตรวจอัลตราซาวด์ได้

 

การตรวจอัลตราซาวด์สามารถตรวจความพิการได้ทุกอย่างหรือไม่?

แม้การตรวจอัลตราซาวด์จะไม่สามารถเห็นความผิดปกติหรือความพิการทุกอย่างได้ แต่ด้วยความสามารถและประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยส่วนใหญ่จะสามารถตรวจความผิดปกติได้มากถึง 80-90%

 

ข้อจำกัดที่ทำให้การตรวจอัลตราซาวด์ไม่สามารถพบความผิดปกติได้ ประกอบด้วย การระบุชนิดของอวัยวะที่เกิดความผิดปกติ เช่น มือ-เท้า แขน-ขา ทางเดินหายใจ จะตรวจพบได้ยากมาก ท่าของทารกขณะการตรวจ (นอนคว่ำ ปิดหน้า หนีบขา) คุณแม่มีรูปร่างอ้วนหรือความผิดปกตินั้นเกิดขึ้นภายหลัง หรือมีความชัดเจนมากขึ้นภายหลังจากการตรวจอัลตราซาวด์ที่ทำไปในช่วงแรก คุณแม่จึงควรรับตรวจอัลตราซาวด์อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง (ทุก 3 เดือน)

 

ตารางถัดไปจะแสดงค่าประมาณความแม่นยำในการตรวจพบความพิการในแต่ละอวัยวะ

ความแม่นยำในการตรวจพบความพิการของทารก

โรคหรือความพิการของอวัยวะ ความแม่นยำในการตรวจพบ (%)
สมองและระบบประสาทส่วนกลาง 53-84
หัวใจ / หัวใจพิการชนิดรุนแรง 9-13 / 50
ปากแหว่ง เพดานโหว่ 18-75
ผนังหน้าท้องไม่ปิด 80-98
ไส้เลื่อนที่กระบังลม 50-58
ระบบทางเดินหายใจ 20-50
ระบบทางเดินอาหาร 42-61
ระบบทางเดินปัสสาวะ 57-70
กระดูก / กระดูกชนิดรุนแรง 8-22 / 60
แขน-ขา หรือ มือ-เท้า 13-18

อ้างอิงจาก

  • ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย: ความแม่นยำของคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อวินิจฉัยความพิการของทารกในครรภ์
  • NHS Fetal Anomaly Screening Program, England, United Kingdom

Loading...

แชร์


Loading...