ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

รักษาไส้เสื่อนในเด็ก ด้วยการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับบ้านได้


รักษาไส้เสื่อนในเด็ก ด้วยการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับบ้านได้


รู้หรือไม่ว่า

  • “ไส้เลื่อน” สามารถพบในเด็กได้ทั้งชายและหญิงเช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่

  • “ไส้เลื่อน” ในเด็กอันตราย เพราะอาจทำให้อวัยวะภายในเสียหายเนื่องจากพื้นที่จำกัดของขาหนีบ

  • การรักษา “ไส้เลื่อน” ที่ดีที่สุดในเด็กคือการผ่าตัด

ไส้เลื่อนคืออะไร ?

ไส้เลื่อน คือ ภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้องเลื่อนไหลออกมาภายนอกช่องท้อง พบได้ 0.8-4.4% ในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารกที่คลอดก่อนกำหนด (คลอดระหว่าง 23-32 สัปดาห์) จะมีโอกาสพบได้ถึง 9.3% ภาวะไส้เลื่อนมักพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงเป็นอัตราส่วน 5:1 และพบในข้างขวา, ข้างซ้าย และทั้งสองข้าง เป็นอัตราส่วน 6:3:1 โดยในเด็กร้อยละ 11.5 ที่เป็นไส้เลื่อนมีประวัติครอบครัวเป็นไส้เลื่อนขาหนีบ ภาวะไส้เลื่อนในเด็กเกิดจากการที่ถุงไส้เลื่อนไม่ปิดตัว (patent processus vaginalis) ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่ที่มีสาเหตุเกิดจากการอ่อนตัวของผนังหน้าท้อง (directed inguinal hernia) จึงถือว่าเป็นไส้เลื่อนคนละชนิดกัน

การรักษาไส้เลื่อนในเด็ก

ปัจจุบันการผ่าตัดเป็นการรักษาวิธีเดียวที่สามารถปิดถุงไส้เลื่อนได้ทันท่วงที ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะไส้เลื่อนติดคา (incarcerated hernia) ซึ่งพบได้บ่อยถึง 12-17% โดยเฉพาะในเด็กทารกแรกเกิด เนื่องจากขนาดวงแหวนขาหนีบมีขนาดเล็กกว่าเด็กโต คล้ายคอขวดเล็กๆ จึงติดคาง่ายกว่า เมื่อเกิดภาวะนี้เด็กจะมีอาการอาเจียน ท้องอืด ลำไส้เน่า หรือ เสียชีวิตได้หากปล่อยไว้นานหลายวันโดยไม่ได้รับการรักษา แต่ภาวะนี้ก็สามารถป้องกันได้หากผู้ปกครองสามารถปฐมพยาบาลโดยดันลำไส้กลับเข้าไปในท้องได้ก่อนลำไส้จะเน่า (early manual reduction)

One day surgery ผ่าตัดวันเดียวกลับบ้านได้

ไส้เลื่อนเป็นหนึ่งในโรคที่สามารถผ่าตัดเช้ามาเย็นกลับหรือที่เรียกว่า one day surgery หรือ same day surgery ได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากตัวเด็กเองและผู้ปกครองในการเตรียมตัวให้ถูกวิธี เริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวจากบ้านก่อนมาโรงพยาบาล โดยต้องงดน้ำงดอาหารก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เด็กต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีอาการไอ มีเสมหะ เป็นหวัด มีน้ำมูกมาก และไม่มีไข้

การผ่าตัดจะใช้เวลาไม่นาน ใช้เวลาพักฟื้นน้อย และใช้การดมยาสลบชนิดที่ตื่นได้รวดเร็ว โดยทั่วไปหลังผ่าตัดเด็กจะอยู่ในห้องพักฟื้น ซึ่งเด็กจะต้องตื่นดี รู้ตัว หายใจได้ดี มีความดันโลหิตและชีพจรคงที่ หมอจึงอนุญาตให้ออกจากห้องพักฟื้นได้ ในเด็กเล็กที่ยังอธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ได้ คุณหมอจะให้เด็กย้ายไปห้องสังเกตอาการระยะสั้น ที่มีอุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ จนกว่าเด็กจะตื่นดีและทำกิจวัตรพื้นฐาน เช่น กินนมได้ กินน้ำได้ หมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยรวมจะต้องใช้เวลาอีก 4-8 ชั่วโมง หลังออกจากห้องผ่าตัด ดังนั้นหากผู้ปกครองประสงค์ที่จะผ่าตัดวันเดียวกลับ ควรมาโรงพยาบาลแต่เช้า หรือทำการนัดหมายล่วงหน้ากับแพทย์ก่อน เพื่อความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยในการผ่าตัดรักษาครับ

ลดความเสี่ยง…เลี่ยงภาวะอันตราย

  1. อายุที่ปลอดภัย

  2. ไส้เลื่อนเป็นการผ่าตัดในเด็กที่มีมากที่สุดรองจากการผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น ไส้เลื่อนจัดเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น ในทารกแรกเกิดอาจพบภาวะหยุดหายใจหลังการผ่าตัดได้ เกิดจากสมองของทารกตอบสนองต่อการออกฤทธิ์ของยาสลบนานเกินไป ร่วมกับตับของทารกบางคนสลายตัวยาได้ช้ากว่าทารกปกติ ภาวะนี้ไม่สามารถป้องกันได้และอันตรายมาก แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ โดยการเฝ้าระวังในห้อง ICU หรือ Nursery ที่มีอุปกรณ์วัดความเข้มข้นของออกซิเจนในตลอดเวลา อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง หรือจนกว่าทารกจะตื่นและกินนมได้ดี 

  3. สภาพร่างกายที่พร้อม

  4. หากไม่ใช่การผ่าตัดฉุกเฉิน ควรผ่าตัดเมื่อร่างกายแข็งแรงที่สุด ถ้าไม่สบาย เช่น เป็นหวัด ไอ ไข้หรือมีน้ำมูก อาจมีความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบและการผ่าตัดได้ นอกจากนี้การผ่าตัดยังมีหลายเทคนิคและมีหลายปัจจัยที่จะขัดขวางการหายของแผลไม่ให้เป็นไปในระยะเวลาที่ควรจะเป็นได้ ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์และสอบถามให้ละเอียดถึงวิธีปฏิบัติตัวก่อนและหลังการผ่าตัดครับ

  5. เทคนิคการผ่าตัด

  6. หลักการรักษาไส้เลื่อนในเด็ก คือ การผ่าตัดเพื่อปิดถุงไส้เลื่อนโดยการผูก/เย็บผูก คุณหมอจะลงแผลผ่าตัดซ่อนในรอยพับที่ผิวหนังบริเวณผนังหน้าท้องน้อย การผ่าตัดสามารถทำได้หลายเทคนิคทั้งการส่องกล้องผ่าตัด และการผ่าตัดแบบปกติ โดยทั่วไปการผ่าตัดไส้เลื่อนในเด็กไม่จำเป็นต้องวางแผ่นตาข่าย (mesh) เหมือนผู้ใหญ่ แผลจึงมีขนาดเล็ก ดังนั้นจึงนิยมการผ่าตัดแบบปกติเพราะขนาดของแผลเล็กพอๆกันกับวิธีส่องกล้อง แต่ใช้เวลาสั้นกว่า (ประมาณ 10-20 นาที) เด็กตื่นเร็วกว่า มีผลข้างเคียงจากการดมยาสลบน้อยกว่า และสามารถวิ่งเล่นได้ทันทีหลังตื่นดีจากการผ่าตัด

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและการดูแลหลังผ่าตัด

  1. แผลติดเชื้อ (wound infection)

  2. แม้ว่าจะดูแลแผลผ่าตัดอย่างดีก็มีโอกาสติดเชื้อได้ 1-3% ยิ่งหากดูแลแผลไม่ถูกวิธีก็ยิ่งมีโอกาสติดเชื้อสูงขึ้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรอาบน้ำทำความสะอาดบริเวณที่จะผ่าตัดให้ลูกก่อนมา รพ. โดยทั่วไปหากเป็นการผ่าตัดที่มีโอกาสสัมผัสเยื่อบุร่างกาย แพทย์ก็จะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อร่วมด้วย ทั้งนี้หากหลังผ่าตัดบริเวณแผลมีอาการปวด บวมแดง หรือเจ็บมากขึ้น ให้รีบมาโรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอตรวจสอบแผลโดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลานัด

  3. ตัวเขียวจากหลอดลมตีบ (bronchospasm)

  4. ภาวะหลอดลมตีบจากการดมยาสลบเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่มากกว่าปกติเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่สามานถป้องกันได้ แม้ในเด็กที่มีร่างกายแข็งแรงก็มีโอกาสเกิดได้ 3-5%ในเด็กที่ไม่สบายจะยิ่งมีโอกาสที่หลอดลมตีบมากขึ้น โดยพบได้ถึง 15-28% เป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตรายต้องได้รับการรักษาและให้ยาอย่างทันท่วงทีโดยทีมวิสัญญีแพทย์ หากหลอดลมตีบรุนแรงจำเป็นต้องนอนสังเกตอาการในห้องไอซียู ดังนั้นถ้าลูกไอมีเสลดมาก,มีน้ำมูกมาก หรือมีไข้ คุณหมอแนะนำให้เลื่อนผ่าตัดไปก่อนจนกว่าน้องจะหายดีครับ

  5. อาการถุงอัณฑะบวมหลังผ่าตัด (seroma)

  6. หลังการผ่าตัดบริเวณขาหนีบ เช่น การผ่าตัดไส้เลื่อน,ถุงน้ำอัณฑะ หรืออัณฑะไม่ลงถุง (Hernia, Hydrocele, Undescended testis) บริเวณถุงอัณฑะมักบวมน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ ใน 3 วันแรกหลังผ่า แต่จะยุบลงไปเองภายใน 2 สัปดาห์ หรือไม่เกิน 2 เดือน ระหว่างพักฟื้นห้ามเบ่งหรือกลั้นปัสสาวะ เนื่องจากอาจทำให้แผลปริ บวม และมีเลือดออกได้ รวมทั้งควรงดกิจกรรมที่มีการกระแทกท้องหรือเคลื่อนไหวบิดตัว เช่น ปั่นจักรยาน เตะบอล เล่นบาส ว่ายน้ำ อย่างน้อย 1 เดือนหลังการผ่าตัด หากแผลแยกหรือไหมหลุดไม่ต้องตกใจ ให้ไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผล

  7. ภาวะไส้เลื่อนเป็นซ้ำข้างเดิม (recurrent hernia)

  8. เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก เกิดจากไหมที่เย็บถุงไส้เลื่อน หลุดออกก่อนกำหนด โดยทั่วไปมักเกิดจากการขาดของเนื้อเยื่อบริเวณขอบของถุงไส้เลื่อน เนื่องจากเด็กร้องหรือเบ่งมาก หรือในเด็กที่มีถุงไส้เลื่อนใหญ่และบางมากกว่าปกติ ในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดอาจพบภาวะไส้เลื่อนเป็นซ้ำได้ถึง 15% และในเด็กที่ผ่าตัดฉุกเฉินเนื่องจากลำไส้ติดคาในถุงไส้เลื่อนก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ถึง 20-24% ทั้งนี้หากมีภาวะไส้เลื่อนกลับเป็นซ้ำ แนะนำให้ทำการผ่าตัดอีกครั้งบริเวณแผลเดิม หลังการผ่าตัดครั้งแรกประมาณ 6-8 สัปดาห์

  9. ภาวะไส้เลื่อนเป็นเพิ่มอีกข้าง (contralateral hernia)

  10. เกิดจากถุงไส้เลื่อนอีกข้างยังไม่ปิด ทำให้หลังผ่าตัดแรงเบ่งในช่องท้องไปดันจนเกิดภาวะไส้เลื่อนเพิ่มอีกข้าง โดยพบว่ามีโอกาส 8% ที่เด็กที่เคยผ่าตัดไส้เลื่อนข้างเดียวจะเป็นเพิ่มอีกข้าง ภายในระยะเวลา 5 ปีหลังผ่าตัด และ 20% ของเด็กหญิงที่เคยผ่าตัดไส้เลื่อนจะมีโอกาสเป็นไส้เลื่อนอีกข้างมากกว่าเด็กชาย

หากมีข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์เพื่อปรึกษาคุณหมอศัลยกรรมเด็กได้ที่ศูนย์ศัลยกรรม เบอร์ 02-467-1111 ต่อ 3100 ทุกวัน 9:00-12:00 ครับ

 



นพ.วสันต์ นันทสันติ
ศัลยแพทย์เฉพาะทางเด็กและทารก
ประจำศูนย์ศัลยกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง
โรงพยาบาลพญาไท 3
นัดหมายแพทย์

Rate this article : รักษาไส้เสื่อนในเด็ก ด้วยการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับบ้านได้

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง