ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ลูกมีไข้ ไอเรื้อรัง พ่อแม่ควรระวัง! วัณโรคในเด็ก


ลูกมีไข้ ไอเรื้อรัง พ่อแม่ควรระวัง! วัณโรคในเด็ก


ปัจจุบันประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 14 ประเทศ ที่มีการติดเชื้อวัณโรคสูงสุดในโลก และยังคงพบมีผู้ป่วยด้วยโรควัณโรคอยู่ รวมถึงผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มักพบในผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่แพร่เชื้อมาสู่เด็กได้ ผ่านทางการหายใจ ซึ่งเด็กนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรควัณโรคได้รุนแรงมากกว่าในผู้ใหญ่ เช่น โรควัณโรคปอด วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง และวัณโรคกระดูก เป็นต้น

วัณโรคติดต่อได้อย่างไร

เมื่อมีเชื้อโรคแพร่กระจายไปในอากาศ เมื่อเด็กสูดหายใจเข้าไป ก็สามารถสูดรับเชื้อโรคผ่านการหายใจได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยวัณโรค ไอ จาม ทำให้เชื้อลอยอยู่ในอากาศ ทำให้เด็กสามารถสูดรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้

เมื่อไหร่ที่พ่อแม่จะสงสัยว่าลูกได้รับเชื้อเป็นวัณโรค

  • เด็กจะมีไข้ ต่ำ ไอเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์

  • รับประทานอาหารได้น้อย น้ำหนักไม่ขึ้น

  • รับประทานยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะแล้วไม่ดีขึ้น

  • มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค หรือผู้ที่มีอาการไอเรื้อรัง

การรักษาวัณโรคทำได้อย่างไรบ้าง

หากสงสัยว่าเด็กมีอาการของโรค แพทย์จะทำการตรวจเอกซเรย์ทรวงอก ตรวจคัดกรองการได้รับเชื้อ โดยทดสอบทางผิวหนัง หรือการตรวจเลือดว่าได้รับเชื้อหรือไม่ หากพบว่าเด็กป่วยเป็นวัณโรคแล้วก็สามารถรักษาให้หายได้ โดยการรักษาด้วยยารักษาวัณโรค คือรับประทานยารักษาวัณโรคอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเชื้อวัณโรคดื้อยาและหายขาดจากวัณโรค ซึ่งในช่วงแรกที่รับประทานยาไปต้องมีการติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อดูผลข้างเคียงจากยา และปัญหาในการรับประทานยา แต่หลังจากที่สามารถรับประทานยาแล้วดีขึ้น อาการคงที่แล้ว ก็สามารถคิดตามการรักษาทุกๆ 3 เดือนได้

การป้องกันวัณโรคทำได้อย่างไร

แพทย์จะทำการซักประวัติผู้ป่วยก่อน เช่น มีประวัติอยู่ร่วมบ้าน สัมผัส หรืออยู่ร่วมสถานที่กับผู้ป่วยวัณโรคในระยะที่มีการแพร่เชื้อหรือไม่ หรือในเด็กบางคนอาจมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อจากพี่เลี้ยงที่มาจากประเทศที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อวัณโรค เป็นต้น ในผู้ป่วยเด็กที่การตรวจทดสอบทางผิวหนัง หรือตรวจเลือด พบว่าเคยได้รับเชื้อวัณโรคจะพิจารณาให้ยาป้องกันวัณโรคต่อไป  และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนำเด็กไปที่ชุมชน การใส่หน้ากาก N95 เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคได้ อีกทั้งในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันวัณโรคได้แก่ วัคซีนบีซีจี (BCG) ซึ่งมีประสิทธิภาพป้องกันวัณโรคได้ร้อยละ 50-80 และในประเทศไทยเด็กทุกคนจะได้รับวัคซีนบีซีจีเมื่อแรกคลอด

แต่อย่างไรก็ตามหากพ่อแม่สงสัยว่าลูกอาจได้รับเชื้อวัณโรค ควรรีบนำบุตรหลานมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

 



แพทย์หญิงเรณุกา จรัสพงศ์พิสุทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเชื้อในเด็ก
ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2
โทร. 02 617-2444 ต่อ 3219-3220
นัดหมายแพทย์

Rate this article : ลูกมีไข้ ไอเรื้อรัง พ่อแม่ควรระวัง! วัณโรคในเด็ก

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง