ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ไม่อยากเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 นี่คือคำแนะนำจากคุณหมอ!


ไม่อยากเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 นี่คือคำแนะนำจากคุณหมอ!


ไข้หวัดนก (avian influenza หรือ bird flu) เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอกลายพันธุ์ ซึ่งเกิดในสัตว์ปีก ไม่ว่าจะเป็น นก เป็ด ไก่ ทั้งที่เกิดตามธรรมชาติ หรือถูกเลี้ยงในโรงเรือน สัตว์ประเภทอื่นบางสายพันธุ์ก็สามารถเสี่ยงเป็นโรคไข้หวัดนก H5N1 ได้เช่นกัน แต่โดยส่วนใหญ่จะพบในสัตว์ปีกเช่น นก เป็ด ไก่ และ นก ดังนั้นจึงเรียกโรคไข้หวัดนกว่า avian influenza หรือ bird flu

นี่คือช่องทางในการส่งต่อเชื้อจากสัตว์ปีกสู่คน!

การติดเชื้ออาจเกิดขึ้นในขณะการขนส่ง หรือตามสถานที่ที่มีการขายสัตว์ปีก ผ่านการที่มนุษย์สัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อเหล่านี้ ซึ่งสามารถเกิดกับคนได้ทุกเพศทุกวัย เชื้อไวรัสจะส่งผ่านอุจจาระและสารคัดหลั่งของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ หากมีการสัมผัสกับอุจจาระหรือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ หายใจเอาเชื้อเข้าร่างกาย

นอกจากนี้ การรับประทานสัตว์ปีก หรือไข่ของสัตว์ปีกโดยไม่ผ่านการปรุงสุก ก็ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกได้ โดยเนื้อสัตว์ปีกที่ปลอดภัยคือเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกด้วยความร้อน 74 องศาเซลเซียสขึ้นไป ส่วนไข่ของสัตว์ปีก เช่น ไข่ไก่ หรือไข่เป็ด ควรปรุงจนกว่าไข่ขาวและไข่แดงจะสุก

เราติดเชื้อไข้หวัดนกหรือไม่? สังเกตได้จากอาการเหล่านี้

  • อาการจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ แต่มีความรุนแรงกว่า เช่น มีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ

  • มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ หรือมีน้ำมูกไหล

  • ผู้ป่วยบางรายมีอาการเริ่มแรกอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน เช่น ท้องเสีย อาเจียน ปวดท้อง เจ็บหน้าอก มีเลือดออกตามไรฟัน มีเลือดกำเดาไหล หรือมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ

นอกจากนี้มีผู้ป่วยจำนวนมากที่้ในช่วงต้นๆ จะพบอาการที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หายใจลำบาก เสียงแหบแห้ง และมีเสียงครืดคราดเวลาที่หายใจ มีเสมหะ บางรายอาจมีเลือดปนออกมาในเสมหะด้วย

ไม่อยากติดเชื้อไข้หวัดนก นี่คือแนวทางป้องกันตนเอง

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับนกและสัตว์ปีก (ที่ยังมีชีวิตอยู่หรือที่ตายแล้ว) หรืออุจจาระของสัตว์เหล่านี้

  • หากสัมผัสถูกสัตว์เหล่านี้ให้ใช้สบู่ล้างมือให้สะอาดทันที

  • ปรุงอาหารจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ปีกและไข่ ให้สุกก่อนรับประทาน

  • ผู้เดินทางที่กลับมาจากพื้นที่ที่มีการติดเชื้อควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด หากรู้สึกมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยแจ้งแพทย์ถึงประวัติการเดินทาง และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

รู้ไหม? ยิ่งพบแพทย์เร็ว...ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษาไข้หวัดนก

หากเรามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้หวัดนก H5N1 ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากโรคไข้หวัดนก H5N1 สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เมื่อแพทย์วินิจฉัยได้อย่างแน่ชัดแล้วว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก แพทย์จะให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยแยกผู้ป่วยออกจากผู้ป่วยคนอื่นๆ และต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาการของโรคไข้หวัดนก H5N1 ค่อนข้างรุนแรง อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน

ทั้งนี้ในช่วงรักษาตัว แพทย์จะแนะนำให้พักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อลดอาการไข้และอาการปวด ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาต้านเชื้อไวรัสเพื่อลดความรุนแรงของอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต โดยยาเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพในการรักษาสูงหากผู้ป่วยได้รับยาภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากอาการเริ่มแสดง แต่ในกรณีของไข้หวัดนก ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าจะเป็นเช่นเดียวกันหรือไม่ ดังนั้นควรได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด แม้จะเลยจาก 48 ชั่วโมงแรกหลังแสดงอาการก็ตาม

 



พญ.วงสวัณณ์ ศีลพิพัฒน์
อายุรแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท 2
โทร. 02-617-2444 ต่อ 4104, 4106
นัดหมายแพทย์

Rate this article : ไม่อยากเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 นี่คือคำแนะนำจากคุณหมอ!

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง