ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

พ่อแม่รับมืออย่างไร? ให้ลูกน้อยไม่เสี่ยงภูมิแพ้กำเริบช่วงหน้าฝน


พ่อแม่รับมืออย่างไร? ให้ลูกน้อยไม่เสี่ยงภูมิแพ้กำเริบช่วงหน้าฝน


ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝนตก เด็กๆ ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วจะมีความเสี่ยงอาการภูมิแพ้กำเริบเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเยื่อบุโพรงจมูกของเด็กๆ กลุ่มนี้มีความไวต่ออากาศที่มีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งนอกจากอุณหภูมิอากาศ “ไรฝุ่น” ที่เติบโตได้ดีในช่วงหน้าฝนที่มีอุณหภูมิประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส ก็ยังเป็นสารก่อภูมิแพ้อันดับหนึ่งที่พบได้ในไทย รวมถึงเชื้อโรคและไวรัสที่ปะปนในอากาศ ทำให้การติดเชื้อก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กๆ อาการภูมิแพ้กำเริบง่ายในช่วงฤดูฝนแบบนี้

หน้าฝนแบบนี้! โรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจยิ่งน่าเป็นห่วง

ในช่วงที่ฝนตกแทบทุกวันจนความชื้นในอากาศสูง ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจจำเป็นต้องระมัดระวังตนเองมากกว่าปกติ โดยโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนบน เช่น เยื่อบุโพรงจมูก และส่วนล่าง เช่น หลอดลม ถุงลม ซึ่งทำให้เกิดโรคหอบหืดกำเริบได้ เนื่องจากโรคหอบหืดจะมีภาวะหลอดลมที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ต่ออากาศชื้น ทำให้เกิดอาการหลอดลมตีบ มีอาการไอ และหายใจไม่สะดวกได้

อาการภูมิแพ้ในเด็ก...ที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

  • กลุ่มภูมิแพ้เยื่อบุโพรงจมูก จะมีอาการเยื่อบุภูมิแพ้โพรงจมูกอักเสบ ทำให้มีอาการคันจมูก คันตา มีน้ำมูก คัดจมูก จามในช่วงเช้าหรือช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงได้
  • กลุ่มภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืด มีอาการไอ หายใจไม่สะดวก
  • กลุ่มภูมิแพ้ผิวหนัง ถ้าเด็กๆ กลุ่มนี้มีภาวะไวต่อไรฝุ่น และไปสัมผัสกับตัวไรฝุ่น ก็มีโอกาสที่อาการจะแย่ลงได้

สำหรับเด็กที่ผ่านการวินิจฉัยและตรวจหาสารก่อภูมิแพ้โดยแพทย์แล้ว จำเป็นต้องเฝ้าระวังอาการกำเริบในช่วงหน้าฝนเป็นพิเศษ แต่สำหรับเด็กบางรายที่วินิจฉัยจากอาการเบื้องต้น เช่น คัดจมูก คันจมูก จาม น้ำมูกไหล โดยยังไม่เคยผ่านการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ ควรเข้ามารับการตรวจเพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม ให้ทราบแน่ชัดว่ามีความเสี่ยงที่อาการภูมิแพ้จะกำเริบในช่วงฤดูฝนหรือไม่

การตรวจวินิจฉัยหาสารก่อภูมิแพ้ มีวิธีอะไรบ้าง

  1. การทดสอบโดยการเจาะเลือดตรวจค่าการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้โดยตรง (Specific IgE) ซึ่งสามารถตรวจได้ทั้งภูมิแพ้อาหาร เช่น นมวัว ไข่แดง ไข่ขาว แป้งสาลี ถั่ว และภูมิแพ้ทางอากาศ เช่น ไรฝุ่น ขนสุนัข ขนแมว
  2. ข้อดีของการทดสอบโดยการเจาะเลือด คือ สามารถทดสอบในเด็กที่ไม่สามารถทำการทดสอบโดยการสะกิดทางผิวหนังได้ เช่น เด็กที่มีอาการแพ้รุนแรงจำเป็นต้องใช้ยาแก้แพ้ต่อเนื่องไม่สามารถหยุดยาได้ หรือเด็กที่มีผิวที่ไวต่อการสะกิด โดยผลตรวจเลือดจะใช้เวลาในการทดสอบ และทราบผลตรวจภายใน 3-5 วัน

  3. การทดสอบโดยการสะกิดผิว (Skin prick Test) โดยการนำสารสกัดภูมิแพ้มาหยอดลงบนผิวหนัง โดยตำแหน่งที่นิยมทำ คือ ท้องแขนหรือหลัง หลังจากนั้นใช้ปลายเข็มสะกิดเพื่อให้น้ำยาสามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนัง สังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ ประมาณ 15-20 นาที
  4. ข้อดีของการทดสอบโดยการสะกิดผิว คือ หลังจากทำการทดสอบสามารถรู้ผลได้ทันที แต่มีข้อจำกัด คือ ต้องหยุดยาแก้แพ้ก่อนทำการทดสอบประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อป้องกันผลลบลวง หรือเด็กต้องมีผิวที่สามารถทำการทดสอบได้ เช่น ไม่ใช่ผิวที่ไวต่อการสะกิด เพราะอาจทำให้เกิดผลบวกลวงได้

การป้องกันภูมิแพ้กำเริบในช่วงฤดูฝน...ทำได้อย่างไร?

  • ในเด็กที่เป็นภูมิแพ้และใช้ยารักษาอยู่แล้ว ให้ใช้ยาอย่างต่อเนื่อง มาพบแพทย์ตามนัด ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • ถ้าอาการภูมิแพ้แย่ลง ให้รีบกลับมาพบแพทย์ เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ เช่น ไซนัสอักเสบติดเชื้อ หรือเยื่อแก้วหูอักเสบติดเชื้อ เป็นต้น
  • ควรรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้อาการภูมิแพ้กำเริบได้





พญ.จินตนา ชาตรูปวิจิตร
กุมารเวชศาสตร์อนุสาขาโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
ศูนย์สุขภาพเด็ก อาคาร B ชั้น 2 โรงพยาบาลพญาไท 2
โทร. 02- 617-2444 ต่อ 3219-3220
นัดหมายแพทย์

Rate this article : พ่อแม่รับมืออย่างไร? ให้ลูกน้อยไม่เสี่ยงภูมิแพ้กำเริบช่วงหน้าฝน

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง