ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

โลหิตจาง โรคเลือดที่พบบ่อยอันดับหนึ่งของคนไทย


โลหิตจาง โรคเลือดที่พบบ่อยอันดับหนึ่งของคนไทย

เมื่อพูดถึงโรคเลือด ต้องเข้าใจก่อนว่าเลือดประกอบด้วย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และระบบต้านการแข็งตัวของเลือด เมื่อเกิดความผิดปกติของเลือดก็อาจเป็นปัญหาในเรื่องของ โลหิตจาง ภาวะเม็ดเลือดแดงข้น เม็ดเลือดขาวต่ำ เม็ดเลือดขาวสูง เกล็ดเลือดต่ำ เกล็ดเลือดสูง ลิ่มเลือดอุดตัน และเลือดออกง่ายหยุดยาก เป็นต้น

โรคเลือดชนิดโลหิตจางเป็นโรคที่พบบ่อยในคนไทย

โลหิตจาง นับเป็นภาวะโรคเลือดที่พบบ่อยอันดับหนึ่งในคนไทย เกิดจากการที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ หรือน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ออกซิเจน เพราะปกติเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์และเนื้อเยื่อในแต่ละอวัยวะของร่างกาย เมื่อเกิดภาวะโลหิตจางจะเสมือนหนึ่งการได้รับออกซิเจนที่น้อยลงของอวัยวะต่างๆ ซึ่งอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย เช่น สมองและหัวใจ จะมีความทนทานต่อภาวะดังกล่าวได้น้อย จึงมักแสดงอาการออกมาให้เห็นก่อน โดยแต่ละคนจะแสดงอาการไม่เหมือนกัน เนื่องจากความสามารถในการปรับตัวของแต่ละคนนั้นต่างกัน

ปัญหาหรืออาการที่พบเมื่อเป็นโรคโลหิตจาง

ปัญหาที่นำมา มักมาด้วยอาการวิงเวียน หน้ามืด เหนื่อยง่าย ใจสั่น เจ็บหน้าอก อ่อนแรง หรือมีคนทักว่าซีดหรือเหลือง (ซึ่งไม่ใช่เหลืองที่แท้จริง แต่คนทั่วไปเข้าใจว่าคือเหลือง ให้สังเกตที่เยื่อบุตาขาว จะพบว่ายังมีสีขาวปกติ) บางครั้งคนไข้จะมาจากการที่ได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ห้องฉุกเฉินเนื่องด้วยที่มีอุบัติเหตุตามร่างกายหรือเลือดอออกใต้กระโหลกศีรษะ หรือบางครั้งมาด้วยการพบผลเลือดผิดปกติ หรือหัวใจทำงานล้มเหลว หรือจากปัจจัยเสี่ยงจากโรคประจำตัวที่มีอยู่เดิม

ปัจจุบันคนไข้ที่เข้ามา มักได้รับคำปรึกษาจากการตรวจสุขภาพโดยที่ยังไม่มีอาการแสดงชัดเจนของโลหิตจาง เนื่องจากระบบการตรวจสุขภาพเข้าถึงได้มากขึ้นทำให้พบความผิดปกติของโลหิตจางก่อนที่จะมีอาการแสดงให้เห็น ซึ่งเมื่อพบแล้ว แพทย์ก็จะแนะนำให้ตรวจหาสาเหตุเสมอเนื่องจากเป็นสัญญาณความผิดปกติแรกเริ่มก่อนที่จะแสดงอาการอื่นๆ ออกมา แต่หลายๆ ท่านมักละเลยต่อคำแนะนำดังกล่าว ทำให้เกิดเป็นปัญหาในภายหลัง

โลหิตจางต้องวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อการรักษา

โลหิตจางหรือภาวะซีด เป็นเพียงปัญหาที่นำมาพบแพทย์ ยังไม่ใช่การวินิจฉัยโรค จึงต้องได้รับการสืบค้นหาสาเหตุเสมอเพื่อรักษาให้ตรงกับสาเหตุของผู้ป่วยแต่ละราย เพราะโลหิตจางไม่เท่ากับการให้โลหิตทดแทนหรือการรับประทานยาบำรุงเลือดเสมอไป และยาบำรุงเลือดก็มีหลายแบบ บางครั้งเมื่อคนไข้รับประทานแล้วจะรู้สึกว่าอาการอ่อนเพลียนั้นดีขึ้น แต่เมื่อมาตรวจเลือดซ้ำกลับพบว่าไม่ดีขึ้น บ่อยครั้งผลเลือดกลับแย่ลงเนื่องจากรักษาไม่ตรงจุด หลายครั้งที่ผู้ป่วยอยากได้คำแนะนำโดยปราศจากการสืบค้นสาเหตุ ซึ่งย่อมไม่เหมาะสม

3 สาเหตุหลักของโลหิตจาง

  1. การสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง อันเนื่องมาจาก
    • ขาดสารอาหาร ธาตุเหล็ก วิตามินบี12 โฟลิก
    • ไตวายเรื้อรัง ขาดฮอร์โมนและปัจจัยการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
    • ความผิดปกติที่ไขกระดูก ไขกระดูกเสื่อม ไขกระดูกฝ่อ การติดเชื้อที่ไขกระดูก มะเร็งในไขกระดูก
    • โรคเรื้อรังที่ขัดขวางการสร้างเม็ดเลือดแดง เช่น โรคข้ออักเสบ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  2. เม็ดเลือดแดงถูกทำลายมากขึ้น มักพบร่วมกับภาวะดีซ่าน
    • ธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมแต่กำเนิด ความรุนแรงพบได้หลายหลาก สมัยก่อนพบได้มากและรุนแรงมาก โครงสร้างใบหน้าผิดปกติ รูปร่างท้วมจากตับและม้ามที่โตกว่าปกติ เนื่องจากไม่มีการวางแผนครอบครัวหรือตรวจสุขภาพคู่รักก่อนแต่งงาน ปัจจุบันยังพบได้ แต่มักเป็นชนิดไม่รุนแรง
    • จากการขาดเอนไซม์ G-6-PD พบในเพศชาย ปกติไม่แสดงความผิดปกติ ไม่มีโลหิตจาง จะเกิดปัญหาตอนที่มีการติดเชื้อหรือได้รับยาบางอย่างไปกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกตัวกะทันหัน คนไข้จะซีดมากอย่างชัดเจน ดีซ่าน ความดันโลหิตต่ำรุนแรง ปัสสาวะเปลี่ยนสีชัดเจน โอกาสเสียชีวิตจะสูง
    • ภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานผิดปกติทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
    • การติดเชื้อไวรัส เช่น มาลาเรีย มัยโคพลาสมา คลอสติเดียม
  3. เสียเลือดออกจากร่างกาย จากประจำเดือน เลือดออกในทางเดินอาหาร จากกระเพาะอาหารอักเสบหรือมะเร็งลำไส้ ปัสสาวะปนเลือด หรืออุบัติเหตุ

เมื่อไหร่ต้องไปพบแพทย์

เมื่อทราบว่ามีปัญหาโลหิตจาง ควรรีบพบอายุรแพทย์โรคเลือดเพื่อสืบค้นสาเหตุเสมอ เพราะแต่ละคนมักมีสาเหตุของโลหิตจางแตกต่างกัน ประวัติโลหิตจางของบุคคลในครอบครัวกับโลหิตจางของผู้ป่วย อาจมีสาเหตุเดียวกันหรือคนละสาเหตุ หรือมีหลายสาเหตุก็ได้ ไม่สามารถตัดสินเอาเองได้ว่าโลหิตจางที่เกิดขึ้นมีสาเหตุเดียวกันกับคนในครอบครัว หลายครั้งที่พลาดการหาสาเหตุ เพราะเข้าใจผิดว่าโลหิตจางดังกล่าวได้มาจากพ่อแม่ จึงไม่รักษา ที่น่ากลัวที่สุด คือบางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็ง

การตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคโลหิตจาง

การสืบค้นสาเหตุ เริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การย้อมสไลด์เม็ดเลือด การตรวจหาภาวะร่วมอื่นๆ เช่น ค่าการทำงานของไต ระดับวิตามินในร่างกาย การตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย การตรวจระดับเอนไซม์ G-6-PD ตรวจหาภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง การตรวจอุจจาระ ตรวจปัสสาวะ ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสที่สงสัย หรือสุดท้ายคือการเจาะไขกระดูก โดยวิธีดังกล่าวไม่ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนมาทำการตรวจ

ส่วนการรักษานั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโลหิตจางที่วินิจฉัยได้ ระยะเวลาการรักษาและพยากรณ์ของโรคก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป



นพ.ศิรวิชญ์ สมานวรกิจ
อายุรแพทย์โรคเลือด
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์มะเร็งและโรคเลือด
รพ.พญาไท 3 ชั้น 14
โทร.02-467-1111 ต่อ 1461
นัดหมายแพทย์

Rate this article : โลหิตจาง โรคเลือดที่พบบ่อยอันดับหนึ่งของคนไทย

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง