ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เมื่อปี พ.ศ.2563 จนถึงปัจจุบัน พบว่าทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไปแล้วไม่น้อยกว่า 118 ล้านคน และสำหรับในประเทศไทยเองก็พบผู้ติดเชื้อกว่า 50,000 คนแล้ว ในขณะที่ได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนในประเทศไทย และพบปัญหาเรื่องข้อบ่งชี้ และข้อควรระวังในผู้ป่วยโรคทางสมองและระบบประสาทอยู่หลายประการ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้
แนวทางการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส COVID-19 สำหรับผู้ป่วยโรคสมองและระบบประสาท ในแต่ละกลุ่มโรค
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะมีอาการรุนแรงหากมีการติดเชื้อ จึงถือเป็นกลุ่มที่ มีความจำเป็นต้องได้รับวัคซีนก่อนกลุ่มอื่น
โรคหลอดเลือดสมองไม่เป็นข้อห้ามในการฉีดวัคซีน ยกเว้นผู้ป่วยที่อาการยังไม่คงที่ ในกรณีที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน จะต้องมีระดับค่าการแข็งตัวของเลือดที่น้อยกว่า 3 แต่สำหรับยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มใหม่ชนิดรับประทาน เช่น Dabigatan, Rivaroxaban, Apixaban และ Edoxaban รวมถึงยาต้านเกล็ดเลือดเช่น Aspirin, Clopidogrel, Cilostazol สามารถฉีดวัคซีนได้ แต่ควรใช้เข็มขนาดเล็ก และไม่ควรคลึงกล้ามเนื้อหลังฉีดวัคซีน ทั้งนี้ควรกดตำแหน่งที่ฉีดหลังการฉีดยานานกว่าปกติ จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีเลือดออกผิดปกติ
- โรคลมชัก
โรคนี้ ไม่เป็นข้อห้ามในการฉีดวัคซีน และยังไม่มีรายงานว่าการฉีดวัคซีนจะทำให้โรคลมชักแย่ลง ผู้ป่วยโรคลมชักสามารถได้รับการฉีดวัคซีนได้หากไม่มีข้อห้ามอื่นๆ แต่หลังการฉีดวัคซีนอาจมีไข้ และไข้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้
- โรคระบบประสาทภูมิคุ้มกัน
ในผู้ป่วยที่เคยได้รับการวินิจฉัยโรคทางระบบประสาทภูมิคุ้มกัน เช่น สมองอักเสบจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ (autoimmune encephalitis), โรคปลอกประสาทส่วนกลางอักเสบ ได้แก่ มัลติเพิลสเคอโรสิส (Multiple Sclerosis; MS) และ นิวโรมัยอิลัยติสออฟติกา (Neuromyelitis optica; NMO), โรคไขสันหลังอักเสบ (myelitis), โรคเส้นประสาทอักเสบแบบเฉียบพลัน (Acute polyneuropathy, Guillain-Barre Syndrome), โรคเส้นประสาทอักเสบแบบเรื้อรัง (Chronic polyneuropathy, CIDP), โรคกล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis), โรคเส้นประสาทใบหน้าคู่ที่ 7 อักเสบ (Bell’s palsy) หรือเส้นประสาทสมองอักเสบ (cranial neuritis) ไม่เป็นข้อห้ามในการฉีดวัคซีน
ขณะนี้ ในประเทศไทยมีวัคซีนอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดเชื้อตาย (Sinovac) และชนิดไวรัสเวคเตอร์ (AstraZeneca) สำหรับวัคซีนชนิดไวรัสเวคเตอร์ ซึ่งเป็นไวรัสที่ยังมีชีวิตแต่ไม่สามารถแบ่งตัวได้
จากข้อมูลในต่างประเทศแนะนำว่าสามารถใช้ได้ในผู้ป่วยที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านแนะนำให้หลีกเลี่ยง เพราะข้อมูลความปลอดภัยในระยะยาวยังไม่แน่ชัด ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความจำเป็นจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน เพื่อทำความเข้าใจเรื่องตัวโรคกับการฉีดวัคซีน รวมถึงการพิจารณาว่าตัวโรคดังกล่าวอยู่ในช่วงที่สงบแล้วหรือไม่ นอกจากนี้การที่ผู้ป่วยได้รับยากดภูมิคุ้มกันอาจทำให้การตอบสนองต่อการสร้างภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนไม่ดีเท่าคนปกติ
- โรคทางระบบประสาทอื่นๆ
โรคทางระบบประสาทอื่นๆ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม โรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม ไม่เป็นข้อห้ามในการฉีดวัคซีน
ข้อมูลดังกล่าว อ้างอิงข้อมูลจาก สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทยและ เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet)
แพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สมองและระบบประสาท
โรงพยาบาลพญาไท 3
