ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ผู้หญิงกับเรื่องริ้วรอย อย่ามัวคอย ต้องรีบรักษา



ความสวยงามของใบหน้า อาจเป็นสิ่งที่คุณแม่ให้มาไม่เหมือนกัน แต่ความใส และไร้ริ้วรอย นั้น ทุกคนมีมาไม่ต่างกันเท่าไรนับแต่เกิด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเนียนใส ก็ค่อยๆ เลือนหาย กลับกลายมาเป็นริ้วรอยตัวร้าย ที่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ล้วนปฏิเสธ ปัญหาริ้วรอย เป็นปัญหาที่ป้องกันได้เสมอหากเราใส่ใจและดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลลัพธ์ของการดูแลตัวเองให้หน้าใสไร้ริ้วรอยนั้น จะทำให้เราดูดี มีออร่าได้อย่างไม่น่เชื่อ

โครงสร้างชั้นผิวหนัง ที่มาของความสวย

หากจะเอ่ยถึงปัญหาของผิวหน้าที่นอกเหนือจากสีผิวหมองคล้ำ หรือ มีกระ ฝ้าแล้ว ก็จะเป็นปัญหาเรื่องริ้วรอย ซึ่งก่อนที่เราจะพูดถึงสาเหตุของริ้วรอยนั้น พญ.พรภุชงค์ เลาห์เกริกเกรียติ แพทย์หัวหน้าศูนย์ผิวหนังและความงาม  โรงพยาบาลพญาไท 3 ได้แนะนำให้เราทำความรู้จักกับโครงสร้างผิวหนังก่อน เพื่อที่เราจะได้เข้าใจและดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง โดยโครงสร้างของผิวหนังคนเรา แบ่งได้ออกเป็น 3 ชั้นหลักๆ คือ

  • ชั้นหนังกำพร้าหรือ ชั้น epidermis (ชั้นบนสุด) ประกอบด้วยเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่า keratinocyte โดยธรรมชาติเซลล์ผิวหนังจะมีการผลัดเซลล์ผิวหนังทุก 28 วัน ดังนั้น เราจะยังเห็นผิวหนังมีความใหม่อยู่เสมอ
  • ชั้นหนังแท้ ซึ่งเรียกว่า dermis (ชั้นกลาง) ชั้นนี้จะประกอบด้วย collagen ทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรง,elastin ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น, hyalurulonic acid เป็นสารอุ้มน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง รวมทั้งให้สารอาหารกับผิว นอกจากนี้ ก็ยังมีเส้นเลือดเส้นประสาทต่อมเหงื่อขนและต่อมไขมันอยู่ที่ชั้นนี้ด้วย
  • ชั้นไขมัน เป็นผิวหนังชั้นสุดท้ายที่อยู่ใต้จากชั้นหนังแท้

อะไร คือ สาเหตุของปัญหาริ้วรอย?

สาเหตุของริ้วรอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่

  • สาเหตุจากปัจจัยภายใน คือเรื่องของอายุ (intrinsic aging) โดยเมื่ออายุมากขึ้น ชั้นผิวหนังก็จะบางลงทั้ง 3 ชั้นโดยเฉพาะชั้นหนังแท้ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น หลอดเลือดที่จะส่งสารอาหารให้ผิวหนังก็ลดลง ฮอร์โมนที่สำคัญคือ estrogen ก็น้อยลงทำให้ความสามารถในการสร้าง collagen ก็ลดจำนวนลงด้วย ทั้งนี้ต่อมไขมันก็ลดการสร้างน้ำมันมาเคลือบผิวลงด้วย ทำให้ผิวยิ่งแห้งเห็นเป็นริ้วรอยได้ นอกจากนี้ ชั้นไขมันก็ฝ่อตัวลดลงทำให้ผิวหนังเป็นร่องลึก  
  • สาเหตุจากปัจจัยภายนอก (extrinsic aging) ก็จะเป็นปัจจัยจากแสงแดดที่มีผลอย่างมากในการเกิด
    ริ้วรอย เนื่องจากแสงแดดประกอบด้วย UV มีผลทำลาย collagen  รวมทั้งทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่มีผลทำลายเซลผิวหนัง โดยเฉพาะ collagen  และ elastin  ซึ่ง UVAจะมีความสามารถผ่านลงไปมีผลที่ชั้นหนังแท้ได้มากกว่า UVB  ที่จะทำให้เกิดการไหม้แดดได้มากกว่า

ทั้งนี้ นอกจาก 2 สาเหตุสำคัญข้างต้น พญ.พรภุชงค์ เลาห์เกริกเกรียติ แพทย์หัวหน้าศูนย์ผิวหนังและความงาม  โรงพยาบาลพญาไท 3 ยังได้กล่าวอีกว่า ยังอาจมีปัจจัยอื่นๆ อีก ที่เป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาริ้วรอยได้ อาทิ

  • การสูบบุหรี่ ซึ่งมีผลทำให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้การส่งผ่านออกซิเจนลดลงและสารอาหารลดลง รวมทั้งก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ที่ทำให้มีการทำลาย collagen และ elastin   ทั้งนี้ ผลจากการสูบบุหรี่จะมีโอกาสเสี่ยงให้เกิดริ้วรอยได้มากถึง 5 เท่า
  • ดูแลผิวไม่ถูกวิธี อาจมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการกระตุ้นทำให้ผิวมีการหลุดลอก เกิดผิวแห้ง และมีริ้วรอยตามมา โดยอาจทำให้มีปัญหาของผิวไวแสง ทำให้แสงแดดไปมีผลกับผิวได้มาก
  • การทำสีหน้าซ้ำ ๆ เช่น การขมวดคิ้ว การเลิกคิ้ว
  • การนอนกดทับท่าเดิมเป็นประจำ
  • การขาดสารอาหาร โดยเฉพาะสารที่จำเป็นต่อการสร้าง collagen ,elastin  
  • การนอนดึก ก็มีผลต่อการหลั่งของ growth hormone ที่มีผลต่อความอ่อนเยาว์ของผิว

มีการแบ่งประเภทของริ้วรอยหรือไม่?

โดยปกติแล้ว ถ้าพูดถึงริ้วรอย เราอาจจะเห็นว่า “ริ้วรอย” ทุกๆ ริ้วรอย ก็เป็นปัญหาคล้ายๆ กัน แต่ในทางการแพทย์ พญ.พรภุชงค์ เลาห์เกริกเกรียติ แพทย์หัวหน้าศูนย์ผิวหนังและความงาม  โรงพยาบาลพญาไท 3 ได้อธิบายว่า เราสามารถแบ่งริ้วรอยได้ 3 ประเภท คือ static line, dynamic line และ  wrinkle fold.

  • Static line จะเห็นเป็นริ้วเส้นโดยเฉพาะที่รอบตาหน้าผาก เป็นผลจากทั้งผิวแห้งและมีการสูญเสีย collagen  
  • Dynamic line จะเห็นผิวหนังมีริ้วรอยเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น การยิ้ม การเลิกคิ้ว การยกหน้าผาก ซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนไหวอยู่ซ้ำ ๆ
  • Wrinkle fold เป็นผลจากภาวะผิวหนังที่หย่อนคล้อย รวมทั้งชั้นไขมันที่ลดลงเกิดเป็นร่องลึกได้ เช่น ร่องแก้ม

ดูแลตัวเองอย่างไร ให้หมดปัญหาริ้วรอย?

  • การดูแลเพื่อลดการเกิดริ้วรอย มีแนวทางในการปฎิบัติ ดังนี้
  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00น-16.00น.
  • ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ โดยเลือกครีมกันแดดที่มีความสามารถปกป้องทั้ง UVA และUVB.
  • ทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • เลือกเครื่องสำอางค์ให้เหมาะสมกับผิวเพื่อลดโอกาสการระคายเคืองผิวที่จะทำให้ผิวแห้ง
  • ใช้ครีมที่มีคุณสมบัติที่ลดริ้วรอยเช่นกลุ่ม Q10 ,  กรดวิตามินเอ, AHA หรือกลุ่มที่มีสาร hyaluronic acid ที่จะช่วยเติมเต็มให้ผิว
  • ไม่สูบบุหรี่
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่ควรนอนท่าเดิมซ้ำๆ ที่จะทำให้ผิวหน้ามีการกดทับ
  • ไม่แสดงสีหน้าที่จะกระตุ้นให้เกิดรอยย่นได้มาก
  • ควรกำลังกายเป็นประจำ
  • ไม่เครียด
  • รับประทานอาหารที่กลุ่มวิตามินเอซีอี ซึ่งมีฤทธิ์เป็น antioxidant
  • ทานน้ำให้มากอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน

วิธีการรักษาริ้วรอย ทำอย่างไรได้บ้าง?

นอกเหนือจากการดูแลตัวเองแล้ว ก็ยังมีแนวทางการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

  • การใช้ laser หรือก ลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้าง collagen ขึ้น
  • การฉีดสารเติมเต็ม ที่เรียกว่า “Filler” ซึ่งเป็น สาร hyaluronic acid ที่มีความสามารถเติมเต็มเนื้อเยื่อได้มาก เช่น ร่องแก้มใต้ตา
  • การฉีด Botox เป็นการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวเพื่อลดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ (dynamic line) เช่น บริเวณรอบตา รอยขมวดคิ้ว เป็นต้น

ทั้งนี้ พญ.พรภุชงค์ เลาห์เกริกเกรียติ แพทย์หัวหน้าศูนย์ผิวหนังและความงาม  โรงพยาบาลพญาไท 3 ได้ฝากความห่วงใจถึงรักษาปัญหาริ้วรอยทางการแพทย์ ว่า ควรทำการรักษาโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ เลือกสถานที่ที่มีมาตรฐาน และไม่ควรคำนึงถึงราคาเป็นปัจจัยแรก เพราะถ้าเลือกราคาเป็นอันดับแรกแล้ว อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับการรักษาที่ไม่ปลอดภัยได้

 


พญ.พรภุชงค์ เลาห์เกริกเกรียติ
แพทย์หัวหน้าศูนย์ผิวหนังและความงาม  
โรงพยาบาลพญาไท 3

Rate this article : ผู้หญิงกับเรื่องริ้วรอย อย่ามัวคอย ต้องรีบรักษา

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง