ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

วัยทำงานกับโรคแห่งเช้าวันจันทร์


นอนไม่หลับ

คุณอ่านไม่ผิดอย่างแน่นอน! เรากำลังจะคุยกันถึงอาการที่คนวัยทำงานส่วนใหญ่น่าจะเคยเกิดขึ้นกับตนเอง นั่นก็คือ “ภาวะต่อมหมวกไตล้า” แต่ได้ยินชื่อโรคอาจจะยังแอบงงๆ แต่ถ้าบอกลักษณะอาการเชื่อว่าหนุ่มๆ สาวๆ ต้องรีบยกมือตอบว่าใช่กันอย่างแน่นอน

“ภาวะต่อมหมวกไตล้า” เป็นภาวะที่พบได้บ่อย แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าเป็นอาการของโรค คิดว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าหรือนิสัยส่วนตัวเท่านั้น   

อาการของภาวะต่อมหมวกไตล้า เช่น ไม่อยากตื่นนอนตอนเช้า ไม่อยากลุกจากที่นอน ต้องใช้เวลาในการลุกจากที่นอนนาน ช่วงสายๆ ก็ยังไม่สดชื่น แต่จะรู้สึกดีเมื่อได้รับประทานคาเฟอีน ขนมหวาน อาหารรสเค็ม เช่น ดื่มกาแฟ รับประทานขนมหวานๆ บ๊วยเค็ม มันฝรั่งทอด เป็นต้น พอช่วงบ่ายจะรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีแรง ต้องรับประทานอาหารจะรู้สึกดี แต่พอช่วงเย็นความรู้สึกเพลีย อ่อนล้าก็จะกลับมาอีก และในเรื่องการนอนหลับ หากเข้านอนเร็วในช่วงหัวค่ำก็สามารถหลับได้ แต่ถ้าดึกยังไม่ได้นอนก็จะนอนไม่หลับรู้สึกตาสว่างไม่อยากนอนไปจนถึงประมาณ 02.00 น. จึงนอนหลับ
นี่เราขี้เกียจ หรือต่อมหมวกไตล้านะ ?

ต่อมหมวกไต จะอยู่บริเวณด้านบนของไตทั้ง 2 ข้าง มีลักษณะเหมือนหมวกใบเล็กๆ ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนหลายชนิด และที่พิเศษคือมีหน้าที่หลั่งฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล (Cortisol) และฮอร์โมนต้านความเครียด ดีเอชอีเอ (Dyhydroepiandrosterone : DHEA) ซึ่งฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดนี้สำหรับร่างกายกายคนเราจะต้องสมดุลกัน และเหตุผลที่ร่างกายจำเป็นต้องมีฮอร์โมนความเครียด เนื่องจากคอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายมีพลังเตรียมพร้อมต่อสู้กับปัญหาในแต่ละวัน ทั้งยามปกติและกรณีฉุกเฉิน เช่น เมื่อเกิดไฟไหม้จะเห็นภาพมีคนสามารถแบกโอ่ง ของหนักๆ วิ่งหนีเสมือนสิ่งของเหล่านั้นไม่หนัก เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะร่างกายได้หลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาพร้อมๆ กับอะดรีนาลีนช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่งคอร์ติซอลออกมามากที่สุดคือตอนเช้า และลดลงตามลำดับ การที่ร่างกายจำเป็นต้องมีฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิด ควบคู่กัน แนวทางเพื่อเพิ่มฮอร์โมนต้านความเครียดจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงเพื่อดูแลตนเอง

  • รับประทานอาหารเช้าเพื่อช่วยปรับการหลั่งฮอร์โมนให้เป็นปกติ
  • ห้ามอดอาหารในมื้อใดมื้อหนึ่ง
  • แบ่งการรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็กหลายๆ มื้อ
  • รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ที่ดี รับประทานผัก และผลไม้ที่ไม่หวาน
  • รับประทานไขมันดี กรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น แหล่งโอเมก้า 3 และ 6 ปลาทะเลน้ำลึก ปลาแซลมอน ปลาแมคคอเรล ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา
  • ลดน้ำตาล หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ Gylcemic Index สูง เช่น น้ำอัดลม ขนมคบเคี้ยว เค้ก คุกกี้ สปาเกตตี้

การที่ฮอร์โมนต้านความเครียดต่ำ ย่อมส่งผลให้ทุกอย่างในชีวิตจะค่อนข้างมีแต่ความเครียด ส่งผลให้ระบบ ภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่ดี เป็นหวัดได้ง่าย แพทย์อาจพิจารณาให้ DHEA ชนิดรับประทาน แต่ทั้งนี้ต้องตรวจฮอร์โมนอย่างละเอียด พิจารณาประวัติพันธุกรรมด้านมะเร็งร่วมด้วย นอกจากนี้ยังต้องให้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับฮอร์โมนด้านอื่นๆ เช่น ฮอร์โมนเพศ เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มเติมวิตามิน สารสกัดจากธรรมชาติที่จำเป็น เพื่อช่วยประคองและเพิ่มการทำงานของต่อมหมวกไตให้ดีมากขึ้น ลดการอักเสบในร่างกาย

ประโยชน์ของการตรวจฮอร์โมนความเครียด ต้านความเครียดและรับการดูแลรักษา นอกจากจะช่วยปรับสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายให้ดีขึ้นได้แล้ว ยังเป็นการยืนยันปัญหาบางอย่างในชีวิตได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัญหาจากภาวะจิตใจ หรือจากสิ่งแวดล้อม แต่เกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะต่อมหมวกไตล้า จึงต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ ดังนั้นหากคุณกำลังมีอาการดังที่กล่าวไปข้างต้น อย่าลืมเข้ามาตรวจวัดระดับคอร์ติซอลและดีเอชอีเอที่ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 2







พญ. กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี
ผู้อำนวยการพรีเมียร์ไลฟ์เซ็นเตอร์ โรงพยาบาลพญาไท 2

โทร 02-617-2444 ต่อ 3857 หรือ Call center 1772

Rate this article : วัยทำงานกับโรคแห่งเช้าวันจันทร์

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง