ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ผ่าตัดกระเพาะ ทางเลือกใหม่ในการลดน้ำหนักของผู้ป่วยโรคอ้วน


ผ่าตัดกระเพาะ

จากรายงานประจำปี 2558 ของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประชากรไทยอายุ 15-79 ปี ที่มีภาวะอ้วน คิดเป็นร้อยละ 9.8 ในเพศหญิง และ 5.0 ในเพศชาย ซึ่งเมื่ออ้วนถึงขั้นนี้จะมีความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงโรคมะเร็งตามมาได้ และจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine ชี้ว่า โรคอ้วนเป็นสาเหตุให้คนทั่วโลกต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคแทรกดังกล่าว สูงถึงปีละ 4 ล้านคน!!

เพื่อแก้ไขปัญหาโรคอ้วนที่คุกคามสุขภาพอย่างรุนแรง เราจึงได้มีการพูดคุยกับ พลตรี นายแพทย์ สุทธจิต ลีนานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรม และศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการผ่าตัดลดน้ำหนัก โรงพญาบาลพญาไท 2 เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาโรคอ้วน...ด้วยวิธีการผ่าตัดกระเพาะ

ผ่าตัดกระเพาะ...เพื่อการมีสุขภาพที่ดีอีกครั้ง

นายแพทย์ สุทธจิต อธิบายว่า หากคนไข้โรคอ้วนมีค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 37 ขึ้นไป ส่วนใหญ่จะน้ำหนักตัวเกิน 100 กิโลกรัม หรือ มีค่าดัชนีมวลกาย 32 ร่วมกับมีภาวะโรคแทรกซ้อน แพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดกระเพาะช่วยให้คนไข้ได้ปรับวิถีสุขภาพใหม่ โดยวิธีนี้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลจากองค์การอนามัยโลกแล้ว

“ผมต้องชี้แจงว่า วิธีนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อเสริมความงามนะครับ หลักการ คือ ผ่าตัดให้กระเพาะเล็กลง จึงกินอาหารน้อย แต่รู้สึกอิ่มนาน ช่วยให้คนไข้โรคอ้วนสามารถลดน้ำหนักได้เร็ว มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและ มีสุขภาพแข็งแรงได้อีกครั้ง โดยในประเทศไทย ศัลยแพทย์ใช้วิธีผ่าตัดเช่นนี้กว่า 10 ปีจึงมีความเชี่ยวชาญและมีการพัฒนาด้านเครื่องมือกับเทคนิคปลอดภัย ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

4 กฎเหล็ก ที่คนไข้ต้องปฏิบัติหลังการผ่าตัด

“ก่อนผ่าตัด ผมต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับคนไข้ เพื่อตรวจสอบว่า เขาจะดูแลสุขภาพหลังการผ่าตัดได้อย่างเคร่งครัดหรือไม่ โดยยึดกฎเหล็ก 4 ข้อ ดังนี้ เมื่อไม่รู้สึกหิวก็ต้องไม่กิน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง ออกกำลังกายวันละ 30 นาทีต่อเนื่องทุกวัน และสุดท้าย ห้ามดื่มน้ำพร้อมมื้ออาหาร โดยเว้นระยะเวลาให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานที่สุด อย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จึงจะดื่มน้ำได้ เพื่อให้รู้สึกอิ่มได้นาน หากคนไข้ปฏิบัติตามกฎ 4 ข้ออย่างจริงจัง การผ่าตัดจึงจะประสบความสำเร็จสูงสุดครับ”

ความแตกต่างของการผ่าตัดกระเพาะลดอ้วนแต่ละวิธี

    1.การผ่าตัดกระเพาะด้านบนให้มีขนาดเล็ก (Gastric Bypass) โดยผ่าตัดกระเพาะด้านบนให้มีขนาดเล็ก ย่นระยะทางที่ทำให้อาหารอยู่ในลำไส้สั้นลง ลดปริมาณการกินอาหารและลดการดูดซึมอาหาร วิธีนี้ใช้วิธีส่องกล้องได้ จึงลดเวลานอนโรงพยาบาล ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง พักฟื้น 3 วัน ช่วยให้น้ำหนักคงที่ได้ในระยะยาว ลดโอกาสเกิดโรคแทรก..โดยเฉพาะโรคเบาหวานประเภท 2 วิธีนี้จึงเป็นแนวทางใหม่ในการรักษาโรคเบาหวานประเภทดังกล่าวที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่ง

    2.การผ่าตัดกระเพาะให้มีรูปร่างคล้ายกล้วยหอม (Sleeve Gastrectomy) วิธีนี้ทำโดยผ่าตัดกระเพาะส่วนล่างซึ่งผลิตฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกหิวออก คนไข้จึงรู้สึกอิ่มไวขึ้น ช่วยให้น้ำหนักลงเร็วและรักษาน้ำหนักได้คงที่ วิธีใช้การผ่าตัดส่องกล้องได้และใช้พักฟื้น 3 วันเช่นกัน จากนั้นคนไข้จะสามารถทำกิจวัตรประจำได้ตามปกติ
หลังผ่าตัดหากรักษาวินัยปฏิบัติตนตามกฎ 4 ข้ออย่างเคร่งครัด นายแพทย์ สุทธจิต ยืนยันว่า คนไข้โดยเฉลี่ยจะสามารถลดน้ำหนักได้เกือบครึ่งหนึ่งในระยะเวลา 1-2 ปี ถือว่านี่คือการลดน้ำหนักเปลี่ยนชีวิตทีเดียว เช่น คนไข้รายหนึ่งก่อนผ่าตัด 147 กิโลกรัม ผ่านไป 6 เดือนลดเหลือ 98 กิโลกรัม และเมื่อผ่านไป 8 เดือนลดเหลือ 89 กิโลกรัม เป็นต้น

คุณหมอได้ทิ้งท้ายไว้ว่า..เมื่อศัลยแพทย์ได้ปฏิบัติงานด้วยความประณีตเต็มร้อยไปแล้ว ต้องขอความร่วมมือจากคนไข้ ขอให้มีวินัย สร้างนิสัยใหม่ สร้างชีวิตใหม่ ด้วยความมุ่งมั่นเช่นเดียวกัน การผ่าตัดลดน้ำหนักจึงจะได้ผลดีและยั่งยืนที่สุด


สอบถามรายละเอียดการผ่าตัดส่องกล้อง

ได้ที่ศูนย์ศัลยกรรมผ่าตัดแผลเล็ก

โรงพยาบาลพญาไท 2 

โทร. 02-617-2444 ต่อ 4161, 4126 Phyathai Call Center 1772

Rate this article : ผ่าตัดกระเพาะ ทางเลือกใหม่ในการลดน้ำหนักของผู้ป่วยโรคอ้วน

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง


Not Found