ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

อาการปวดข้อ…วายร้ายทำลายกระดูก


อาการปวดข้อ…วายร้ายทำลายกระดูก


อาการปวดข้อเรื้อรังเป็นอาการที่พบบ่อย ถ้าเป็นมากจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การที่ผู้ป่วยซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเองอาจทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน เช่น เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารและโรคไต เป็นต้น ผู้ป่วยจึงควรรู้สาเหตุ และได้รับการรักษาอย่างที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้กลับมามีคุณภาพชีวิตและหยุดการลุกลามของโรคและโรคแทรกซ้อนจากการดูแลรักษาตัวเองอย่างผิดวิธี

สาเหตุของการปวดข้อเรื้อรัง

อาการปวดข้อเรื้อรังสามารถแบ่งเป็นสองแบบใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  1. อาการปวดข้อจากการใช้งานมากเกินไปจนทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือปัญหาทางโครงสร้างค้ำจุน (mechanical joint pain) เช่น โรคข้อเสื่อม ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุ หรือคนที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเวลายืนหรือเดินนานๆ อาการปวดจะดีขึ้นเวลาพัก มีเสียงในข้อเวลาเคลื่อนไหว ไม่มีอาการปวดหรือมีอาการปวดตึงเพียงเล็กน้อยหลังตื่นนอน

  2. อาการปวดข้อจากการอักเสบ (inflammatory joint pain) ซึ่งมีหลายโรคด้วยกัน อาการปวดข้อชนิดนี้มักจะเป็นมากหลังตื่นนอนตอนเช้า บางคนมีอาการปวดข้อจนต้องตื่นตอนกลางคืน อาการฝืดตึงของข้อในช่วงเช้านั้นอาจจะมีระยะเวลานานได้เป็นชั่วโมง แต่ขณะที่มีการเคลื่อนไหวข้อนั้นๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดและฝืดตึงข้อน้อยลง

โรคข้ออักเสบมีกี่ชนิด?

หลายคนมักจะคิดว่าโรคข้ออักเสบคือโรครูมาตอยด์ แต่จริงๆ มีอีกหลายโรคที่ทำให้เกิดข้ออักเสบได้ ดังนี้

  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

  • โรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบ (Spondyloarthropathy) แม้ว่าอาการปวดหลัง ปวดคอจะเป็นอาการที่พบได้บ่อย ผู้ป่วยโรคนี้สามารถมีการอักเสบของข้อบริเวณอื่นๆ นอกเหนือจากกระดูกสันหลังได้ เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า โรคในกลุ่มนี้มีโรคย่อยๆ อีก 4 โรค คือ

    • โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด (Ankylosing Spondylitis)

    • โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic Arthritis)

    • โรคข้ออักเสบรีแอ๊คตีฟ (Reactive Arthritis) มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อมาก่อน

    • โรคข้ออักเสบที่สัมพันธ์กับโรคลำไส้อักเสบ (Arthritis associated with Inflammatory Bowel Disease)

  • โรคข้ออักเสบพาลินโดรมิก (Palindromic Rheumatism) มีอาการปวดข้อเรื้อรัง แต่เป็นแต่ละครั้งจะหายเร็ว ภายในเวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน

  • โรคข้ออักเสบจากกลุ่มโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissue Disease) โรคในกลุ่มนี้คือ โรคเอสแอลอี โรคหนังแข็ง โรคกล้ามเนื้ออักเสบ โดยโรคเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการอักเสบได้ในหลายอวัยวะ ซึ่งข้ออักเสบเป็นอาการหนึ่งของโรคเหล่านี้

  • โรคข้ออักเสบจากกลุ่มโรคหลอดเลือดอักเสบ (Systemic Vasculitis) ผู้ป่วยโรคนี้มีอาการหลายอย่าง อาการปวดข้อเป็นอาการหนึ่งที่พบได้ โรคนี้พบได้ไม่บ่อย บางครั้งทำการวินิจฉัยได้ยาก

  • โรคเกาต์และเกาต์เทียม (Gout and Pseudogout) ซึ่งจะมีปวดข้อ ข้ออักเสบชนิดเป็นๆ หายๆโดยแต่ละครั้งมักเป็นเพียง 1-2 ข้อ

นอกจากนี้ยังมีโรคข้ออักเสบอื่นๆ อีก แต่พบได้น้อย จึงขอไม่กล่าวในที่นี้

โรคข้ออักเสบวินิจฉัยอย่างไร?

การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบต้องอาศัยหลายๆ อย่างประกอบกัน ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ร่วมกับการส่งเลือดไปตรวจหาค่าแอนติบอดีบางอย่างที่มีความจำเพาะกับโรคนั้นๆ และเอกซเรย์ข้อ โดยลักษณะการทำลายข้อจากผลเอกซเรย์มักจะมีความแตกต่างกันในโรคข้ออักเสบแต่ละชนิด

บ่อยครั้งที่โรคข้ออักเสบมีความซับซ้อนและการวินิจฉัยโรคที่แน่นอนอาจทำได้ยาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมาพบแพทย์เร็วหรือยังมีอาการแสดงของโรคหนึ่งๆ ให้เห็นไม่ครบ หรือเป็นชนิดที่ผลเลือดไม่แสดงค่าแอนติบอดีจำเพาะหรือค่าอักเสบไม่ขึ้น เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่ผลรูมาตอยด์แฟคเตอร์ให้ผลลบ หรือผู้ป่วยโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินที่มีข้ออักเสบนำมาก่อนการเกิดผื่นสะเก็ดเงินเป็นระยะเวลานาน

ในกรณีนี้ต้องอาศัยการตรวจติดตามต่อเนื่อง ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีโรคข้ออักเสบไปพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อทำการประเมินและแยกโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกับโรคข้ออักเสบ

โรคข้ออักเสบรักษาอย่างไร?

โรคข้ออักเสบเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดการอักเสบของข้อและอวัยวะอื่นๆ ดังนั้นการรักษาจึงเป็นการให้ยาเพื่อปรับภูมิคุ้มกันและ/หรือกดภูมิคุ้มกัน

ในช่วงแรกแพทย์อาจจะให้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ยาไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพรอกเซน (Naproxen) อาร์คอกเซีย (Arcoxia) หรือซีลีเบรก (Celebrex) แต่การกินยากลุ่มนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือโรคไตได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานยานี้ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยมักจะให้ยากลุ่มนี้เพื่อรักษาอาการปวดข้อในช่วงแรก

ในบางครั้งแพทย์อาจจะให้ยาสเตียรอยด์รักษาโรคข้ออักเสบถ้ามีอาการมาก อย่างไรก็ตามการให้ยานี้ในระยะยาวอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่างได้เช่นกัน

ดังนั้นการรักษาโรคข้ออักเสบในระยะยาวจึงต้องให้ยาชนิดอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อปรับภูมิคุ้มกันและหรือกดภูมิคุ้มกัน ยากลุ่มนี้มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น เมทโทรเทรกเซท (Methotrexate) ซัลฟาซาลาซีน (Sulfasalazine) เลฟลูโนไมด์ (Leflunomide) ไฮดรอกซีคลอโรควิน หรือคลอโรควิน (Hydroxychloroquine หรือ Chloroquine) เป็นต้น ซึ่งจะเลือกใช้ยาตัวไหนบ้างนั้นขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ โดยมักจะพิจารณาจากชนิดของโรคข้ออักเสบและความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยที่ใช้ยาเหล่านี้จะต้องมีการตรวจเลือดสม่ำเสมอเพื่อดูค่าเม็ดเลือด และการทำงานของตับและไต

นอกจากนี้ปัจจุบันมีการรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อสารที่ทำให้เกิดการอักเสบในเลือด เรียกยานี้ว่าสารชีวภาพ (Biologic Agents) ยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นยาฉีด เช่น อินฟลิซิแมบ(Infliximab) โกลิมูแมบ (Golimumab) อีทาร์เนอร์เซบ (Etanercept) โทซิลิซูแมบ (Tocilizumab) เซคูคินูแมบ (Secukinumab) เป็นต้น มียากินอยู่หนึ่งตัว คือ โทฟาซิทินิบ (Tofacitinib) ยากลุ่มนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคข้ออักเสบสูงกว่ายากินข้างต้น มักจะใช้ในคนที่ใช้ยามาตรฐานแล้วไม่ได้ผลเพียงพอ

ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบควรจะต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?

ควรจะออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและพักผ่อนให้เพียงพอ  นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพราะผู้ป่วยโรคข้ออักเสบมีความเสี่ยงต่อการเกิด โรคกระดูกพรุน มากกว่าคนทั่วไป ควรจำกัดการกินแป้ง น้ำตาลและอาหารที่มีไขมันสูงเพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะเบาหวานและไขมันในเลือดสูง ในระยะยาวผู้ป่วยโรคข้ออักเสบมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่สุกสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในบริเวณที่มีคนจำนวนมากหรือโรงพยาบาล ล้างมือบ่อยๆ และถ้าสามารถทำได้ ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันปอดบวม


พญ.พิชญา โอเจริญ
อายุรแพทย์โรคข้อ โรงพยาบาลพญาไท 1
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์อายุรกรรม
ชั้น 3  อาคาร 1
โทร 02-2014600 ต่อ 2166-2167

Rate this article : อาการปวดข้อ…วายร้ายทำลายกระดูก

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง