ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ภาวะหนังตาตกในเด็ก...ต้องรักษา ก่อนเสี่ยงภาวะตาขี้เกียจ


ภาวะหนังตาตกในเด็ก...ต้องรักษา ก่อนเสี่ยงภาวะตาขี้เกียจ


ภาวะหนังตาตก (Ptosis or drooping eye lid) เป็นภาวะที่สามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีสาเหตุต่างกันและผลกระทบก็ต่างกัน เนื่องจากในเด็กนั้น ในช่วงอายุแรกเกิดถึง 7-9 ปี เป็นวัยที่มีการพัฒนาการของการมองเห็น หากมีหนังตาตกมากจนบดบังการมองเห็น จะทำให้พัฒนาการการมองเห็นลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะสายตาขี้เกียจตามมาได้

สาเหตุการเกิดภาวะหนังตาตกที่พบบ่อย

  1. ความผิดปกติในการสร้างชั้นหนังตาตั้งแต่แรกเกิด (Congenital ptosis) เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด สามารถเป็น 1 หรือ 2 ข้างก็ได้ ในกลุ่มนี้นอกจากหนังตาตกแล้วจะไม่มีชั้นของหนังตา หรือไม่มีตา 2 ชั้นนั่นเอง

  2. ความผิดปกติของสารสื่อประสาท (Myasthenia gravis) ลักษณะของหนังตาตกในกลุ่มนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา หากได้พักผ่อน เช่น หนังตามักตกในช่วงบ่ายหลังจากที่เด็กได้ใช้ตาเป็นเวลานาน และเมื่อได้นอนหลับตาพักผ่อนตื่นมาหนังตาตกก็จะดีขึ้น

  3. หนังตาตกเนื่องจากเส้นประสาทคู่ที่ 3 ผิดปกติ (Oculomotor nerve palsy) พบได้ไม่บ่อยในเด็ก มักมีความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลูกตาหรือตาเขร่วมด้วย และอาจมีความผิดปกติของระบบประสาทตำแหน่งอื่นด้วยเช่นกัน

  4. หนังตาตกเนื่องจากเส้นประสาทที่ควบคุมผิดตำแหน่ง (Aberrant Jaw-winking ptosis) ในกลุ่มนี้มักมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น หนังตาตกจะดีขึ้นเวลาที่เด็กดูดนม ซึ่งเป็นภาวะที่พบไม่บ่อย

อาการเตือนภาวะหนังตาตก

นอกจากการที่มีหนังตาตกให้เห็นแล้ว บางรายโดยเฉพาะหนังตาตก 2 ข้างจะมีอาการแหงนหน้ามอง (Chin up position) เพื่อให้ตากลอกลงล่างจะได้หลบพ้นหนังตาที่ตก ช่วยให้สามารถมองเห็นได้ บางกรณีหนังตาที่ตกลงมาจะไปกดที่กระจกตาดำทำให้เกิดภาวะสายตาเอียงได้เช่นกัน และนอกจากนั้นยังมีผลต่อบุคลิกภาพทำให้เหมือนเด็กง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา

การรักษาภาวะหนังตาตก

ขั้นตอนแรกต้องแยกสาเหตุหนังตาตกแต่ละประเด็นก่อน โดยเฉพาะหนังตาตกที่เกิดจากสารสื่อประสาทผิดปกติ (Myasthenia gravis) เนื่องจากเป็นหนังตาตกที่ส่วนใหญ่ใช้ยารับประทานก็สามารถควบคุมได้ จากนั้นจะดูผลกระทบของหนังตาตก ดังที่กล่าวไปแล้วคือภาวะสายตาขี้เกียจ และสายตาเอียง หากพบก็ต้องทำการรักษาควบคู่กันไป ได้แก่ การใส่แว่นสายตา การปิดตาดีเพื่อกระตุ้นตาข้างที่มีสายตาขี้เกียจ จากนั้นก็เป็นการผ่าตัดยกหนังตาขึ้นซึ่งก็มีหลายเทคนิคในการผ่าตัด ขึ้นกับความรุนแรงของหนังตาตก และอายุของเด็ก โดยอายุที่เหมาะสมในการผ่าตัด สามารถผ่าตัดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 4ปีขึ้นไป และการผ่าตัดสามารถทำซ้ำได้หากมีหนังตาตกเพิ่มเติมในอนาคต

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด

  1. หยอดยาให้ครบ บางรายอาจต้องประคบอุ่นแห้ง เพื่อช่วยลดอาการบวม

  2. หมั่นหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ เพราะต้องระวังภาวะตาแห้งซึ่งพบได้ง่าย

  3. งดการโดนน้ำ 2 สัปดาห์

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

  1. บวม เลือดออก ซึ่งการแก้ไขโดยการปิดแผลแน่น ประคบเย็น 24 ชั่วโมงแรกและต่อด้วยประคบอุ่น

  2. หนังตาตกซ้ำ รักษาโดยการผ่าตัดซ้ำ

ทำไมถึงควรผ่าตัดรักษาภาวะหนังตาตก

  • ป้องกันภาวะตาขี้เกียจที่จะเกิดขึ้นหากไม่รักษา

  • ปรับบุคลิคภาพดีขึ้น

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์ตา ชั้น 2 อาคาร A  โรงพยาบาลพญาไท 2
โทร 02-617-2444 ต่อ 4215,4227

Rate this article : ภาวะหนังตาตกในเด็ก...ต้องรักษา ก่อนเสี่ยงภาวะตาขี้เกียจ

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง