ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ลูกนอนกรน...อย่าวางใจ! ปล่อยไว้อาจส่งผลต่อพัฒนาการและก่อโรคเรื้อรัง


ลูกนอนกรน...อย่าวางใจ! ปล่อยไว้อาจส่งผลต่อพัฒนาการและก่อโรคเรื้อรัง


นอนกรน ไม่เพียงพบในวัยผู้ใหญ่เท่านั้น แม้แต่เด็กเล็กก็ไม่วายอาจเจอปัญหานี้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญไม่ได้มีผลกระทบทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการสติปัญหาของเจ้าตัวเล็กอีกด้วย ทั้งนี้ นพ.พลพร อภิวัฒนเสวี แพทย์เฉพาะทางด้าน โสต ศอ นาสิก และการรักษาอาการนอนกรน ศูนย์ หู คอ จมูก โรงพยาบาลพญาไท 2 เผยถึงภาวะนอนกรนในเด็กว่า มักพบในเด็กวัยก่อนเรียนตั้งแต่ 2 ปีไปจนถึง 8 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่ต่อมน้ำเหลือง โดยเฉพาะต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

สาเหตุที่เกิดเสียงกรนในเด็ก

  • ต่อมทอลซิล และ ต่อมอะดีนอยด์โตผิดปกติ
  • ภาวะภูมิแพ้ทำให้ทางเดินหายใจบวมตีบแคบ
  • เด็กมีน้ำหนักเกิน อ้วน มีไขมันพอกอยู่บริเวณผนังคอมาก โอกาสอุดตันก็มีเยอะขึ้น

รู้ได้อย่างไรว่าลูกนอนกรนร่วมกับมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

นพ.พลพร แนะนำว่า ผู้ปกครองสามารถสังเกตคุณภาพการนอนหลับของลูกน้อยในเบื้องต้นได้เองว่า มีความผิดปกติและควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดโดยแพทย์หรือไม่ โดยสังเกตจาก

  • ความถี่ในการนอนกรน คือ มีเสียงกรนไม่ต่ำกว่า 4 คืนต่อสัปดาห์
  • ลักษณะของเสียงกรน กรนดัง ร่วมกับมีเสียงลมหายใจสะดุด แต่การสะดุดของเด็กมักจะน้อยกว่าของผู้ใหญ่
  • มีกรนร่วมกับอาการซนมากกว่าปกติ, ง่วงนอนตอนกลางวัน, สมาธิในการเรียนไม่ดี 

กรณีที่สงสัยว่าอาจมีการนอนกรนที่มีการหยุดหายใจขณะหลับ เมื่อมาโรงพยาบาลแพทย์จะทำการพูดคุย ซักประวัติ และทำการเอ็กซเรย์ เพื่อดูความผิดปกติของต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอลซิล รูปร่างโครงสร้างของใบหน้าและโพรงจมูก เป็นต้น

หากเด็กให้ความร่วมมือดี สามารถทำการตรวจด้วยวิธี Sleep Lap ได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ซึ่งจะให้ผลที่ละเอียดชัดเจนแม่นยำ เพื่อประเมินความรุนแรงและหาแนวทางการรักษาร่วมกับผู้ปกครองต่อไป ซึ่งวิธีการรักษาสามารถทำได้หลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับปัญหาที่พบ เช่น

  • การใช้ยา ในเด็กที่มีอาการไม่รุนแรงมาก และมีปัญหาที่โพรงจมูกตีบแคบ ภูมิแพ้ อาจพิจารณารักษาโดยการให้ยาก่อน
  • การผ่าตัด เป็นวิธีการรักษาที่เห็นผลค่อนข้างชัดเจน อาการจะดีขึ้นเป็นปกติหลังเข้ารับการผ่าตัด อาจพิจารณาในกรณีที่มีต่อมอะดีนอยด์หรือต่อมทอลซิลโต

บางรายรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมร่วมกับการใช้เครื่องปรับอากาศ ในกรณีที่เด็กมีน้ำหนักเกินร่วมกับปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน ก่อนพิจารณาผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงลง

ภาวะนอนกรน...ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

เด็กวัย 2 – 8 ปี อยู่ในช่วงที่สมองมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว มีการสร้างสารสื่อประสาทอย่างเต็มที่และขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากเด็กมีภาวะนอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับในวัยนี้ จะลดการหลั่งของฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ผลิตขึ้นจากต่อมใต้สมอง ฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต อาจไปขัดขวางศักยภาพด้านการเรียนรู้ และพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูก ส่งผลต่อความจำ ไม่มีสมาธิจดจ่อให้ความสนใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน สมาธิสั้น ส่งผลทั้งต่อไอคิวและอีคิว

หากพบความผิดปกติจากการนอนของลูก ผู้ปกครองไม่ควรชะล่าใจ หากไม่มั่นใจควรพามาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษาให้หายเป็นปกติได้ เพราะการปล่อยทิ้งไว้นอกจากพัฒนาการเจริญเติบโตไม่มีประสิทธิภาพแล้ว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อโรคเรื้อรังให้ลูกตั้งแต่อายุยังน้อยได้อีกด้วย

 

นพ.พลพร อภิวัฒนเสวี
แพทย์เฉพาะทางด้าน โสต ศอ นาสิก และการรักษาอาการนอนกรน
ศูนย์ หู คอ จมูก โรงพยาบาลพญาไท 2
โทรศัพท์ 02-617-2444 ต่อ 1235, 1236

Rate this article : ลูกนอนกรน...อย่าวางใจ! ปล่อยไว้อาจส่งผลต่อพัฒนาการและก่อโรคเรื้อรัง

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง