ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

หลอดเลือดสมองตีบฉับพลัน หัวใจสำคัญคือรักษาให้เร็วที่สุด


หลอดเลือดสมองตีบฉับพลัน หัวใจสำคัญคือรักษาให้เร็วที่สุด


อีกหนึ่งโรคที่นับว่าเป็นมหันตภัยร้ายใกล้ตัวและไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ โรคหลอดเลือดสมอง (ตีบ ตัน แตก) หรือสโตรก (Stroke) ในทุกๆ 2 นาที จะมีคนไทยป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง 1 คน โดยอาการของโรคหลอดเลือดสมองแบบเฉียบพลันควรต้องรีบไปถึงโรงพยาบาลพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้สมองขาดเลือดเป็นเวลานาน โดยทุกๆ 1 นาทีที่เสียไปจะมีเซลล์สมองตายไปประมาณ 2 ล้านเซลล์ การที่เซลล์สมองเสียหายหรือตายไป จะทำให้เกิดเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวทั้งต่อตัวผู้ป่วยเอง ครอบครัวและญาติผู้ดูแล หรือหากอาการรุนแรงมากก็อาจมีผลทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว

โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ สมองขาดเลือด (จากหลอดเลือดสมองตีบและอุดตัน) กับ เลือดออกในสมอง

สาเหตุของโรคสมองขาดเลือด ส่วนใหญ่เกิดจาก

  1. ภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis)
  2. ลิ่มเลือดจากหัวใจมาอุดตันหลอดเลือดสมอง
  3. หลอดเลือดขนาดเล็กอุดตัน
  4. ภาวะความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือมีการฉีกขาดของหลอดเลือด

ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการเกิดสมองขาดเลือดที่เกิดจากภาวะหลอดเลืองแดงแข็ง ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัย หรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยจะมีความเสี่ยงมากขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง ซึ่งทำให้มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดไปอุดตันได้มากขึ้น

ปัจจุบันผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือดพบในอายุน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าเพศชายจะมีโอกาสเป็นโรคสมองขาดเลือดมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย ส่วนอาการเลือดออกในสมอง เป็นภาวะที่หลอดเลือดในสมองหรือหลอดเลือดระหว่างกระดูกและสมองแตกออก ทำให้เลือดไปสะสมและกดอัดเนื้อเยื่อสมอง มักพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ถือเป็นภาวะที่อันตรายที่ส่งผลให้เสียชีวิตได้

บุคคลที่เข้าข่ายหรือมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และหากมีโรคประจำตัวอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงควรรับประทานยาควบคุมโรคอย่างมีวินัย ควบคุมอาหาร ควบคุมน้ำหนัก ลดมันลดหวานลดเค็ม เน้นรับประทานผักผลไม้และอาหารที่เป็นประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยในหนึ่งสัปดาห์ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 150 นาที เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและปรับความสมดุลให้กับร่างกาย ขณะเดียวกัน สำหรับท่านที่ยังไม่ปรากฏว่ามีโรคประจำตัวก็ควรจะควบคุมอาหาร ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐาน หมั่นออกกำลังกาย ไม่เคร่งเครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

สำหรับอาการเฝ้าระวังอัมพฤกษ์-อัมพาตเฉียบพลันจากโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ร่างกายอ่อนแรง แขนขาอ่อนแรงไปครึ่งซีก ไม่มีแรงยกแขน กำมือไม่ได้ หยิบจับของก็หลุดร่วงจากมือ ไม่มีแรงเดิน หรือเดินเซ ไม่มีแรงกระดกเท้าและยกขาขึ้นไม่ได้ มุมปากตก ปากเบี้ยว เห็นภาพซ้อน การมองเห็นผิดปกติ พูดลำบาก พูดไม่ชัด นึกคำไม่ออกหรือพูดผิดๆ ถูกๆ หรือบางคนอาจพูดไม่ได้เลย มีอาการชาที่ใบหน้า ชาตามมือตามเท้าและครึ่งซีกของร่างกาย มีอาการปวดศีรษะรุนแรงแบบฉับพลัน ร่วมกับการอาเจียน วิงเวียนศีรษะคล้ายบ้านหมุน เดินเซ รายที่รุนแรงอาจถึงขั้นหมดสติได้

โรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือดเป็นสาเหตุสำคัญที่คร่าชีวิตคนไทย

ในปัจจุบัน โรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด ครองสถิติสาเหตุการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ของประชากรไทย โดย พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล อายุรแพทย์ระบบประสาท แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 เล่าให้ฟังว่า ถ้าดูจากสถิติของประเทศไทย เราพบว่า มีประชากรไทยป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นราว 500-1,000 คนต่อวัน และมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 5-10% โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โอกาสในการเกิดอัมพฤกษ์-อัมพาตก็จะลดลง และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้มาก

สายด่วนรถฉุกเฉิน 1772 กด 7 พร้อมรักษาผู้ป่วยทันทีตั้งแต่หน้าบ้าน

การเข้าถึงผู้ป่วยด้วยความฉับไวและสามารถกู้วิกฤติผู้ป่วยหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด (Stroke) แบบเฉียบพลันได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นหัวใจสำคัญของรักษาผู้ป่วย เพราะทุก 1 นาทีที่สมองขาดเลือด เซลล์สมองจะตายไป 1.9 ล้านเซลล์ หรือ 114 ล้านเซลล์ใน 1 ชั่วโมง ส่งผลให้การทำงานของสมองช้าลง และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว สมองก็หยุดทำงานไปในที่สุด ซึ่งการมาถึงโรงพยาบาลล่าช้าเกิน 270 นาที อาจเป็นที่มาของ “อัมพฤกษ์ อัมพาต” อย่างสมบูรณ์ หรือเสียชีวิตในที่สุด

ด้วยเหตุที่ว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลืดสมองจะไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ จากร่างกายเตือนล่วงหน้า การตรวจหาความเสี่ยง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือการใช้ยาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงร่วมอื่นๆ ก็ช่วยให้โอกาสการเกิดโรคลดลงได้

แต่เมื่อใดที่อาการของโรคขึ้นมา การจราจรที่คับคั่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของภารกิจการเข้าถึงตัวผู้ป่วยและพาผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลเพื่อให้ได้รับการรักษาเร็วที่สุด ให้สมองได้รับความเสียหายจากการขาดเลือดน้อยที่สุด

โรงพยาบาลพญาไท 1 เล็งเห็นถึงปัญหาและความสำคัญในข้อนี้ จึงได้นำเครื่องมือและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จำเป็น ในการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มาบรรจุไว้ใน Mobile CT & Stroke Treatment Unit หรือหน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นการบริการรถพยาบาลอัจฉริยะที่มุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยความฉับไว เดินทางไปถึงตัวผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์และบุคลากรผู้ชำนาญการด้านระบบประสาทอย่างครบครัน

เมื่อถึงตัวผู้ป่วยได้เร็ว การตรวจวินิจฉัยอาการก็สามารถเริ่มทำได้ทันที โดยไม่ต้องรอกลับมาถึงโรงพยาบาล เป็นการช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสมอง ลดความเสี่ยงในการเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตจนเกิดเป็นความพิการ หรือถึงกับเสียชีวิตหากผู้ป่วยได้รับการรักษาช้าเกินไป การกู้ภาวะวิกฤติตั้งแต่หน้าบ้านผู้ป่วยด้วยความรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยหายดีได้มากกว่า การเข้าถึงตัวผู้ป่วยด้วยระบบนำทางจีพีเอส (GPS) หรือ Global Positioning System สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งบ้านผู้ป่วยอย่างแม่นยำ ตัดปัญหาการหลงทาง โดยเฉพาะในกรณีผู้ป่วยวิกฤติที่ไม่สามารถสื่อสารกับรถพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การค้นหาตำแหน่งของผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นที่บ้านพักหรืออาจเป็นสถานที่อื่นๆ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถปฏิบัติได้ไม่ยุ่งยาก โดยผ่านการแชร์โลเคชันระหว่างต้นทางกับปลายทางผ่านทางแอปพลิเคชันนำทางบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ อาทิ โทรศัพพ์มือถือ หรือแท็บเล็ต โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ประจำ Hotline แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลพญาไท 1 โทร. 1772 กด 7 จะช่วยเร่งประสานงานให้เจ้าหน้าที่พร้อมทีมแพทย์ประจำหน่วยรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่สามารถเดินทางออกไปยังจุดหมายได้รวดเร็ว


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองพญาไท
โรงพยาบาลพญาไท 1 อาคาร 3 ชั้น 5 
โทร : 02-201-4600 ต่อ 2688, 2690

Rate this article : หลอดเลือดสมองตีบฉับพลัน หัวใจสำคัญคือรักษาให้เร็วที่สุด

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง