
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าอาการ “เส้นเลือดขอด” ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งที่จริงๆ แล้ว การปล่อยให้มีอาการเรื้อรังไปนานๆ จนเข้าสู่ระยะรุนแรง ปัญหาเส้นเลือดขอดที่คิดว่าเป็นเรื่องเล็กนี่แหละ จะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งหากเรารักษาเส้นเลือดขอดตั้งแต่ยังมีอาการน้อยๆ นั้นจะมีทางเลือกอยู่หลายวิธี แต่สำหรับคนที่ปล่อยไว้จนอาการรุนแรง อาจหมดทางเลือก... จนจำเป็นต้องจบลงด้วยการผ่าตัดรักษา
แนวทางการรักษาเส้นเลือดขอด แบ่งเป็น 3 วิธีหลักๆ ตามระดับความรุนแรงของโรค
- เส้นเลือดขอดระดับเริ่มต้น: การบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดในระยะเริ่มต้น สามารถทำได้ด้วยการใส่ถุงน่องที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เป็นเส้นเลือดขอด
- ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดำดีขึ้น
- ช่วยลดการคั่งของสารน้ำบริเวณขา
- ช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดของหลอดเลือดดำชั้นลึก
- บรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะหลอดเลือดดำทำงานบกพร่องเรื้อรัง
- เส้นเลือดขอดระดับปานกลาง: การรักษาปัญหาเส้นเลือดระยะนี้ จะใช้การฉีดยาเพื่อให้เส้นเลือดขอดเกิดการฝ่อและค่อยๆ ยุบลง แต่การฉีดเส้นเลือดขอดก็มีข้อจำกัด คือจะต้องฉีดในกรณีที่เป็นเส้นเลือดขอดขนาดเล็ก จึงเหมาะกับผู้ที่เป็นเส้นเลือดขอดในระยะเริ่มต้นถึงระยะกลาง โดยขนาดของเส้นเลือดขอดต้องไม่เกิน 3 มิลลิเมตร
- บริเวณที่ฉีดอาจมีอาการปวด บวมแดง
- มีรอยจ้ำเขียว แต่จะหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์
- อาจเกิดรอยคล้ำตามแนวเส้นเลือดที่ฉีด
- เส้นเลือดขอดระดับรุนแรง: ในระยะนี้จะต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ซึ่งมี 2 แบบ คือ ผ่าตัดแบบสมัยก่อน โดยแพทย์จะดึงเส้นเลือดขอดทิ้ง (VENOUS STRIPPING) ซึ่งการดึงทิ้งนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อเส้นเลือด คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และแบบที่ 2 ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือการเจาะรูเข้าไปที่เส้นเลือด (ENDOVASCULAR) แทนการผ่าตัด ซึ่งจะทำให้แผลมีขนาดเล็ก และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่า โดยการเจาะรูก็จะแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ
- แบบใช้ความร้อน คือ ใช้คลื่นวิทยุหรือเลเซอร์ ทำให้หลอดเลือดยุบตัวลง
- แบบไม่ใช้ความร้อน คือ ใช้กาวหยอดเข้าไปในหลอดเลือด แล้วกดให้มันแฟบชนกัน
- เลือดออกจากการผ่าตัด (โดยทั่วไปจะไม่มาก)
- มีจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง (ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์)
- เกิดแผลเป็นให้เห็นได้หลังการผ่าตัด
ข้อดีของการใส่ถุงน่องช่วยรักษาเส้นเลือดขอด
หลักการทำงานของถุงน่องที่ทำให้อาการเส้นเลือดขอดบรรเทาลง นั่นเพราะ...ถุงน่องจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณน่องขาบีบตัวได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับการพันผ้ายืด ส่งผลให้ลิ้นในหลอดเลือดดำกลับมาทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งถุงน่องสำหรับผู้ที่เป็นเส้นเลือดขอดจะมีด้วยกัน 3 แบบ คือ แบบใต้เข่า แบบต้นขา และแบบเต็มตัว (ครึ่งตัวล่างตังแต่เอวลงไปถึงเท้า) ซึ่งการจะใช้แบบไหนนั้น ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเส้นเลือดขอด
ส่วนยาที่ใช้ฉีดจะมีหลายชนิด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกชนิดที่เหมาะสม ยาที่นิยมใช้มากที่สุดคือ เอธอกซีสเครอล (AETHOXYSKLEROL) ซึ่งมีตัวยาสำคัญคือ POLIDOCANOL โดยมีความเข้มข้นตั้งแต่ 1-3% ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้
ผลข้างเคียงจากการฉีดยารักษาเส้นเลือดขอดที่อาจเกิดขึ้นได้
ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอด
แม้ว่าหลังผ่าตัดรักษาแล้ว...จะยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ราว 10-20% หากผู้ป่วยยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นเส้นเลือดขอดอยู่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำการรักษา เพราะไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือการใช้ชีวิตประจำวัน และหากแผลเส้นเลือดขอดแตกจนมีน้ำเหลืองไหลออกมาก็จะกลายเป็นแผลเรื้อรังจนเสี่ยงต่อการเกิดภาวะติดเชื้อตามมาได้
แพทย์เฉพาะทางด้านเส้นเลือด(ศัลยศาสตร์หลอดเลือด)
ศูนย์ศัลยกรรมผ่าตัดแผลเล็ก
โรงพยาบาลพญาไท 2 ชั้น 7 อาคาร A
โทร. 02-617-2444 ต่อ 4161, 4126
นัดหมายแพทย์