หนึ่งในความเข้าใจผิดของสาว ๆ หลายท่าน คือ ขนาดหน้าอกมีผลต่อความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม แต่ความจริงแล้ว ขนาดหน้าอกไม่ได้มีผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ไม่ความคุณผู้หญิงจะมีขนาดหน้าอกเล็กหรือขนาดหน้าอกใหญ่ก็มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมเหมือนกัน
อกเล็ก อกใหญ่ ความเสี่ยงไม่ต่างกัน
การมีหน้าอกเล็กหรือใหญ่ไม่ได้มีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ขนาดของเต้านมเป็นเพียงปัจจัยทางกายภาพ แต่สิ่งที่มีผลต่อการเกิดมะเร็งคือ ฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยด้านพันธุกรรม ผู้หญิงทุกคนจึงมีโอกาสเสี่ยงตามปัจจัยหลายอย่างข้างต้น ไม่ว่าจะมีหน้าอกขนาดใด
ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมทำอย่างไร
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง เป็นวิธีเบื้องต้นที่ทำได้เองง่ายๆที่บ้าน ไม่ว่ามีขนาดหน้าอกเท่าใดก็สามารถตรวจเองได้ โดยควรตรวจเป็นประจำทุกเดือนหลังจากประจำเดือนหมด 1 สัปดาห์ สังเกตภายนอกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สังเกตสี รูปร่าง และพื้นผิวของเต้านม จากนั้นคลำสัมผัสเต้านมว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ เช่น ก้อนหรือตุ่มแข็งที่ไม่เคยมีมาก่อน
การตรวจแมมโมแกรม เป็นการตรวจทางการแพทย์ที่ใช้รังสีเอกซเรย์ในการตรวจ เพื่อหาก้อนเนื้อหรือสิ่งที่ผิดปกติภายในเต้านม ไม่ว่ามีขนาดหน้าอกเท่าใดก็สามารถตรวจได้เช่นกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดควรทำแมมโมแกรมควบคู่กับการทำอัลตราซาวด์ เนื่องจากเครื่องมือทั้งสองแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกัน
- แมมโมแกรม สามารถตรวจพบ จุดแคลเซียมขนาดเล็กซึ่งอาจเป็นสัญญาณแรกของมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นได้
- ส่วนอัลตราซาวด์ จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อตรวจหาก้อนเนื้อหรือถุงน้ำที่อยู่ภายในเต้านม
การตรวจทั้งสองวิธีร่วมกันช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย โดยเฉพาะในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงหรือตรวจพบสิ่งผิดปกติบางอย่างที่อาจตรวจไม่พบได้จากการทำแมมโมแกรมเพียงอย่างเดียว
รวมเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
- อกเล็กไม่เสี่ยงมะเร็ง ❌
ความจริง ขนาดของหน้าอกไม่ได้มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม
- เสริมหน้าอกมาตรวจไม่ได้ ❌
ความจริง การเสริมหน้าอกไม่ใช่อุปสรรคในการตรวจคัดกรอง แพทย์สามารถทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ในการตรวจได้
- ตรวจแล้วไม่เจ็บแน่นอน ❌
ความจริง แมมโมแกรมอาจทำให้รู้สึกไม่สบายบ้าง เนื่องจากการตรวจต้องกดเต้านม แต่กระบวนการนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- เป็นประจำเดือนอยู่ ตรวจไม่ได้ ❌
ความจริง การเป็นประจำเดือนไม่ใช่อุปสรรคในการตรวจคัดกรอง แพทย์สามารถทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ในการตรวจได้
- ให้นมบุตรอยู่ ตรวจไม่ได้ ❌
ความจริง การให้นมบุตรไม่ใช่อุปสรรคในการตรวจคัดกรอง แพทย์สามารถทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ในการตรวจได้
การเตรียมตัวก่อนตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์
- นัดหมายวันตรวจหลังประจำเดือนหมด 1 สัปดาห์ การตรวจจะมีความสบายมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการใช้โรลออนหรือแป้งในวันที่ตรวจ เพราะอาจทำให้ผลเอกซเรย์ไม่ชัดเจน
- แจ้งแพทย์หากมีประวัติผ่าตัดเต้านม หรือมีเต้านมเทียม เพื่อให้แพทย์วางแผนการตรวจได้เหมาะสม
การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ที่ช่วยให้เราตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด การตรวจอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าคุณจะมีขนาดหน้าอกเล็กหรือใหญ่ก็ตาม อย่ารอให้มีอาการแล้วค่อยตรวจ เพราะสุขภาพดีเริ่มต้นได้จากการป้องกันและตรวจเช็กร่างกายเป็นประจำ และหมั่นตรวจเต้านมด้วยตัวเองที่บ้าน รวมถึงรับการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ทุกปี
